สหรัฐ เชิญ รัสเซีย ร่วมประชุม G20 ในไทย ยุโรปเดือดคัดค้าน
16 ต.ค. 2569 | titayu_pur

สหรัฐ เชิญ รัสเซีย เข้าร่วมประชุม G20 ในไทย ท่ามกลางกระแสคัดค้านจาก ยุโรป สะท้อนรอยร้าวการเมืองโลกหลังวิกฤต สงครามยูเครน ย้ำบทบาทไทยบนเวทีการเงินโลก
ข่าว
16 ต.ค. 2569 | titayu_pur

สหรัฐ เชิญ รัสเซีย เข้าร่วมประชุม G20 ในไทย ท่ามกลางกระแสคัดค้านจาก ยุโรป สะท้อนรอยร้าวการเมืองโลกหลังวิกฤต สงครามยูเครน ย้ำบทบาทไทยบนเวทีการเงินโลก
KEY
POINTS
16 ตุลาคม 2569 อันตอน ชิอูอานอฟ รัฐมนตรีคลังรัสเซีย เข้าร่วมการประชุมกลุ่ม G20 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค. ตามคำเชิญของสหรัฐอเมริกาที่รับหน้าที่ประธาน G20 ในปีนี้ การปรากฏตัวครั้งสำคัญนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนปี 2022 เพื่อทดสอบการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและมอสโกบนเวทีการเงินระดับโล ท่ามกลางปฏิกิริยาต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มชาติพันธมิตรยุโรป นำโดยรัฐมนตรีคลังเยอรมนีที่ยืนยันคัดค้านการดึงรัสเซียกลับสู่เวทีระหว่างประเทศ
รัฐมนตรีคลังรัสเซียเข้าร่วมประชุมกลุ่ม G20 ในกรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) ถือเป็นการปรากฏตัวในงานประชุมครั้งที่ 2 ของเขา นับตั้งแต่รุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 และถือเป็นการทดสอบว่า การที่วอชิงตันหันมาสร้างความสัมพันธ์อันดีกับมอสโกนั้น จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับยุโรปมากเพียงใด
จากเอกสารผังที่นั่งที่ CNBC เห็น ได้ระบุชื่อของ อันตอน ซิลูอานอฟ รัฐมนตรีคลังรัสเซีย และ เอลิซาเวตา ดานิโลวา รองผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย ในฐานะตัวแทนจากรัสเซียในการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางประเทศกลุ่ม G20 ซึ่งจัดขึ้นควบคู่ไปกับการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.)
แหล่งข่าวที่ทราบเรื่องระบุว่า ซิลูอานอฟได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ตามเอกสารผังที่นั่งดังกล่าว ตัวแทนจากรัสเซียได้นั่งอยู่ระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมจากเกาหลีใต้และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี มีรายชื่อเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการประชุมด้วย ซึ่งในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G20 ที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นเขาได้กล่าวกับซิลูอานอฟว่า รัสเซียต้องยุติสงคราม และปฏิเสธที่จะร่วมถ่ายภาพหมู่กับอีกฝ่าย และท้ายที่สุดแล้ว การถ่ายภาพหมู่ตามธรรมเนียมปฏิบัติได้จัดขึ้นโดยไม่มีคณะผู้แทนจากรัสเซียเข้าร่วม หลังจากที่เจ้าหน้าที่จากยุโรปแสดงการคัดค้าน
คลิงไบล์ได้คัดค้านความพยายามของสหรัฐที่จะนำรัสเซียกลับคืนสู่เวทีระหว่างประเทศมาตลอด และมีรายงานว่าภายหลังการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คลิงไบล์กล่าวย้ำว่า
“เราจะแสร้งทำเป็นว่ารัสเซียกำลังกลับมาเป็นสมาชิกปกติของกลุ่ม G20 และกลับมานั่งประจำที่เดิมนั้นไม่ได้เด็ดขาด อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในขณะที่ผมและผู้แทนคนอื่น ๆ จากยุโรปยังอยู่ตรงนี้”
ซีเอ็นบีซีระบุว่า การที่รัสเซียได้เข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบว่าวอชิงตันจะสามารถลดแรงกดดันต่อมอสโกได้มากเพียงใด โดยไม่ทำให้ความสัมพันธ์กับพันธมิตรยุโรปแตกหัก
สหรัฐ ซึ่งรับหน้าที่เป็นประธานกลุ่ม G20 ในปีนี้ ได้ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัสเซียกลับเข้าร่วมการเจรจาด้านการเงินอีกครั้ง หลังจากถูกโดดเดี่ยวมานานหลายปีเนื่องจากการรุกรานยูเครน
นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังได้เสนอข้อตกลงยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซียเป็นการชั่วคราวจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนและพันธมิตรยุโรปวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ดอมบรอฟสกีส์ นักเศรษฐศาสตร์และอดีตนายกรัฐมนตรีลัตเวีย กล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อวันพุธ (15 ต.ค.) ว่า “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะลดมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย”
ส่วนแถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี จิม ชาลเมอร์ส รัฐมนตรีคลังของออสเตรเลีย กล่าวว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านและการโจมตีเรือพาณิชย์ต้องยุติลง และผลกระทบต่อตลาดพลังงานก็ทวีความรุนแรงขึ้นจากสงครามที่ไร้เหตุผลและไม่เป็นธรรมของรัสเซียในยูเครนอีกด้วย ชาลเมอร์สเสริมต่อว่า ออสเตรเลียเรียกร้องให้รัสเซียยุติสงครามและเคารพในอธิปไตยของยูเครน
อย่างไรก็ตาม การประชุมในวันพฤหัสบดีในกรุงเทพฯ บรรดารัฐมนตรีคลังปิดการประชุมโดยไม่มีแถลงการณ์ร่วม ซึ่งเน้นย้ำถึงความแตกแยกที่ยังคงมีอยู่ระหว่างสมาชิกเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความไม่สมดุลทางการค้า และสงครามของรัสเซียกับยูเครน
ส่วน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ ซึ่งปกติจะเป็นประธานการหารือดังกล่าว ก็ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมเนื่องจากอยู่ที่กรุงวอชิงตัน
ขณะที่การประชุมที่เมืองแอชวิลล์ก่อนหน้านี้ก็สิ้นสุดลงโดยไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วม เนื่องจากจีนคัดค้านถ้อยคำแถลงการณ์ในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาการเกินดุลการค้าโลกที่สูงเกินไป สหรัฐจึงออกเป็น “แถลงการณ์ในนามประธานการประชุม” แทน โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกทุกประเทศที่เข้าร่วมประชุมยกเว้นจีน ซึ่งเบสเซนต์ได้เรียกจีนว่าเป็น “ฝ่ายที่เห็นต่าง”
ทั้งนี้ การประชุมของรัฐมนตรีคลังเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาอาจช่วยวางรากฐานสำหรับการประสานงานที่ดีขึ้นในประเด็นความท้าทายระดับโลกหลายประการ รวมถึงปัญหาด้านพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่สูงเป็นประวัติการณ์ในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว และคาดว่าจะมีการประชุมระดับผู้นำกันอีกครั้งในการประชุมสุดยอด G20 ครั้งต่อไปที่ไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐ ในเดือนธันวาคม