ป.ป.ช. ผู้ร้อง จึงขอให้ศาลฎีกา มีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ นับแต่วันที่ศาลฎีการับคำร้อง จนกว่าจะมีคำพิพากษา ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง นับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของผู้คัดค้าน และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปี
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 235 , พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการ ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 8 และข้อ 11, 17 ประกอบข้อ 27
โดยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 65 ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้อง ของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งให้ นาง กรกวรรณ ผู้คัดค้าน หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำพิพากษา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 87 วรรคสาม และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดี เกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสอง
และมีการพิจารณาคดีครั้งแรก ไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 65 และมีการพิจารณาคดีเรื่อยมา จนเสร็จสิ้นกระบวนการ ศาลฎีกาจึงนัดคู่ความทั้งสองฝ่าย มาฟังคำพิพากษาดังกล่าว