เนชั่นทีวี

ข่าว

คุมตัว 11 ราย คดียิงตำรวจ สภ.ตากใบ โยงยิงถล่ม "บูเก๊ะซามี"

05 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

คุมตัว 11 ราย คดียิงตำรวจ สภ.ตากใบ โยงยิงถล่ม "บูเก๊ะซามี"

ผบช.ภ.9 เผยคืบหน้าคดีสังหารตำรวจ สภ.ตากใบ พบร่องรอยบาดเจ็บของคนร้าย คุมตัว 11 คน ไปซักถาม ขณะที่หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดอาวุธโยงถล่มยิงจุดตรวจ "บูเก๊ะซามี"

ผบช.ภ.9 เผยคืบหน้าคดีสังหารตำรวจ สภ.ตากใบ พบร่องรอยบาดเจ็บของคนร้าย คุมตัว 11 คน ไปซักถาม ขณะที่หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดอาวุธโยงถล่มยิงจุดตรวจ "บูเก๊ะซามี"

KEY

POINTS

  • คุมตัวแล้ว 11 ราย: ผบช.ภ.9 เผยคดีปะทะสวนปาล์มตากใบ คุมตัวผู้เกี่ยวข้องซักถามแล้ว 11 จาก 14 ราย เร่งล่าอีก 3 รายที่หลบหนี
  • หลักฐานโยงบูเก๊ะซามี: ผลนิติวิทยาศาสตร์มัดปลอกกระสุนและปืน HK เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง อ.จะแนะ ทีมเดียวกับที่ยิงทหารพรานจุดตรวจบูเก๊ะซามี
  • ผึ้งแตกรังลงเขา: ชี้ผลจากการรุกกดดันป่าภูเขา ทำให้คนร้ายหนีลงมาซุกกระท่อมสวนปาล์ม ก่อนปะทะตำรวจสืบสวนจนมีคนร้ายเจ็บ 2 ราย

5 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ส่วนคนร้ายได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไป เหตุเกิดในพื้นที่สวนปาล์ม ม.6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ 4 คน พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง โดยผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลางอาวุธปืนและปลอกกระสุนเชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และเป็นกลุ่มคนร้ายที่เชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 

จากการสืบสวนทราบว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จำนวน 14 ราย ซึ่งควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามแล้ว 11 ราย ยังหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัว 3 ราย

คุมตัว 11 ราย คดียิงตำรวจ สภ.ตากใบ โยงยิงถล่ม "บูเก๊ะซามี"

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากเหตุความรุนแรงในห้วงที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า มีนโยบายให้เพิ่มความเข้มในการควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ป่าภูเขา เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่หลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และจากการกดดันของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายได้หลบหนีไปยังพื้นที่อื่น ๆ จนนำมาสู่การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้

สอดคล้องกับผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่ากรณีการยิงต่อสู้ตำรวจในพื้นที่ อ.ตากใบ คนร้ายเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ลงมาปฏิบัติการจากพื้นที่ภูเขา ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ปฏิบัติตามนโยบายการควบคุมพื้นที่ และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด จนนำมาสู่การปะทะ

คุมตัว 11 ราย คดียิงตำรวจ สภ.ตากใบ โยงยิงถล่ม "บูเก๊ะซามี"

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.48 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ 6 นาย ใช้รถยนต์ 2 คัน พร้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ในพื้นที่ ตำบลไพรวัน อ.ตากใบ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจได้เดินทางกลับโดยใช้เส้นทางลัดภายในสวนปาล์ม เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีคนนั่งอยู่ข้างกระท่อมและมีรถยนต์กระบะสีขาวจอดรอบริเวณถนนในลักษณะผิดสังเกต เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ค่อยมีผู้อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความสงสัยตามสัญชาตญาณจึงได้หยุดรถ โดยตำรวจ 3 นายเข้าไปตรวจสอบ อีก 3 นายลงจากรถเพื่อมาสังเกตการณ์และคุ้มกันอยู่บนถนนด้านหน้ากระท่อม จากนั้นหัวหน้าชุดได้เดินอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อมระหว่างตรวจสอบได้ยินเสียงดังมาจากข้างในกระท่อม จึงได้สอบถามและจะเข้าไปตรวจสอบ

จังหวะนั้นเองคนร้าย 2 ราย ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงออกมาจากกระท่อม กระสุนถูก ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว ผบ.หมู่ (ป) สภ.ตากใบ ซึ่งยืนคุ้มกันอยู่บนถนนเสียชีวิต คนร้ายได้วิ่งหลบหนีอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อม จนมาพบกับ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ หัวหน้าชุด และ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ ผบ.หมู่ (ป) สภ.ตากใบ จึงเกิดการยิงปะทะกันในระยะประชิด เป็นเหตุให้ จ.ส.ต.อัมรานฯ ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเสียชีวิต 

ขณะที่ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ฯ ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงต่อสู้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 ราย วิ่งหลบหนีไปทางป่าพรุด้านหลังสวนปาล์มพร้อมกับพวก

หลังการปะทะตำรวจ สภ.ตากใบ ได้ขอสนับสนุนกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ ต่อมาได้สนธิกำลัง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมป่าพรุด้านหลังที่เกิดเหตุ .
ปฏิบัติการดังกล่าว สามารถควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ 4 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง ผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลาง ดังนี้ 

  1. ปลอกกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 มม. จำนวน 18 ปลอก 
  2. ปลอกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 21 ปลอก 
  3. ปลอกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก 
  4. อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก


เจ้าหน้าที่ตรวจสอบปลอกกระสุนปืนของกลางทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.จะแนะ และเชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าคนร้ายอีกกลุ่มได้หลบหนีไปรักษาตัวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ก่อนมีคนมารับพาหลบหนีไปยังพื้นที่ อ.จะแนะ โดยพบหลักฐานผ้ากอซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ประกอบกับพยานยืนยันมีคนร้าย 2 ราย มารักษาตัว ทราบชื่อ 

  1. นายอับดุลมูคลีสฯ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณนิ้วมือด้านขวา 
  2. นายสะหมานฯ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณด้านหลัง แขนขวา และข้อเท้า 

อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะเดียวกันพบมีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ 14 ราย ควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม 11 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนี 3 ราย 

และจากการสอบสวนได้ชี้ว่าจากการปิดล้อมกดดันของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ อ.จะแนะ และ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ 2 วันก่อนเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายหลบหนีมาพักอยู่บริเวณกระท่อมในสวนปาล์มซึ่งปกติไม่มีคนอาศัย

ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผู้ให้ที่พักพิง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้การช่วยเหลือจะมีความผิด และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

คุมตัว 11 ราย คดียิงตำรวจ สภ.ตากใบ โยงยิงถล่ม "บูเก๊ะซามี"

ข่าวล่าสุด