1) การดำเนินงานโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ทำการจัดเก็บข้อมูลครัวเรือน และการสมัครรับรองคาร์บอนเครดิต T-Ver และขั้นตอนการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน ซึ่งขณะนี้มีครัวเรือนได้ดำเนินการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อนแล้ว จำนวน 13,162,822 ครัวเรือน คิดเป็น 90% จากทั่วประเทศ มีพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ จำนวน 39,929,604 คน ทั้งนี้ มีข้อมูลที่สำคัญของการประเมินคาร์บอนเครดิตจากถังขยะเปียกลดโลกร้อน 12,279,024 ถัง พบว่าสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 534,014 ตัน/ปี โดยมีจังหวัดที่สามารถดำเนินการครบ 100% แล้ว จำนวน 21 จังหวัด
2) การแก้ไขปัญหาความยากจนและความเดือดร้อนของประชาชนผ่านแพลตฟอร์ม ThaiQM โดยกรมการปกครอง โดยใช้ฐานข้อมูลจาก TPMAP ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจากข้อมูลที่ TPMAP พบว่าจากครัวเรือนทั้งประเทศ จำนวน 12,817,903 ครัวเรือน มีครัวเรือนประสบปัญหาความเดือดร้อน จำนวน 652,863 ครัวเรือน และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนครอบคลุมและป้องกันการตกหล่นข้อมูลการสำรวจ
กระทรวงมหาดไทยจึงพัฒนาระบบ THAIQM ขึ้น และทำการ Re X-Ray ข้อมูล โดยพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งสิ้น 14,562,655 ครัวเรือน และมีสภาพปัญหาจริงมากกว่า 3,810,466 ครัวเรือน จึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น และในปี 2566 นี้ จะได้นำข้อมูลสำรวจเพิ่มเติมจาก THAIQM มอบให้กับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำเข้าข้อมูลสู่ระบบ TPMAP เพื่อให้มีฐานข้อมูลของรัฐในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป
3) การน้อมนำพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยกรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนปลูกผักสวนครัวอย่างน้อยครัวเรือนละ 10 ชนิด ซึ่งขณะนี้มีครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการและทำอย่างต่อเนื่องแล้ว 14,069,871 ครัวเรือน คิดเป็น 96.62 % โดยมีจังหวัดที่ครัวเรือนทำแล้ว 100% จำนวน 39 จังหวัด
นายสุทธิพงษ์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) ทั้ง 17 ข้อ เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับการพัฒนาทักษะ พัฒนาศักยภาพ ครอบคลุมในทุกมิติของการดำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อันจะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลไปถึงรุ่นลูก รุ่นหลานในอนาคต ได้อยู่อาศัยในโลกใบเดียวนี้อย่างยั่งยืนตลอดไป
ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้ร่วมขับเคลื่อนงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการเสริมสร้างความยั่งยืนตามหมุดหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ ของสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ด้วยการสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร รวมทั้งการดูแลสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก การส่งเสริมผ้าไทยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน ซึ่งทุกเรื่องล้วนแล้วแต่เป็น “หน้าที่ของคนทุกคน” ซึ่งสมาคมแม่บ้านมหาดไทยมุ่งขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนคนไทย ทำให้ประเทศไทย และโลกใบเดียวนี้ คงอยู่กับลูกหลานของพวกเราทุกคนในอนาคตตลอดไป
ขณะที่ นางกีต้า ซับบระวาล (Mrs. Gita Sabharwal, UN Resident Coordinator in Thailand) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขอชื่นชมระบบการทำงานผ่านห้องปฏิบัติการ War Room ของกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มีฐานข้อมูลด้านการพัฒนาที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ทั้ง 17 ข้อ พร้อมทั้งขอเป็นกำลังใจในการดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อที่ในอนาคต UN และกระทรวงมหาดไทย
จะสามารถแปลกเปลี่ยนฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการปฏิบัติการสร้างความยั่งยืนให้กับประชาชนและโลกใบเดียวนี้ของพวกเราทุกคน ถือเป็นต้นแบบของการทำงานที่สำคัญ และขอให้ได้พิจารณาดำเนินการขยายผลให้มีห้องปฏิบัติการที่รวบรวม ประมวล และติดตามความก้าวหน้าในลักษณะ War Room นี้ ในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืนต่อไป