ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุเสริมว่า ถ้าแพทองธารคลอดในวันที่ 7 พ.ค.นี้ และเป็นวันเลือกตั้ง แพทองธาร ก็จะไปลงคะแนนเลือกตั้งในช่วง 08.00 น. ที่เปิดให้ลงคะแนนก่อน โดยขณะนี้ในแต่ละจังหวัด พรรคเพื่อไทยจะมีทีมปราศรัย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ทีมใหญ่อยู่แล้ว ส่วน แพทองธาร ในช่วงใกล้เลือกตั้งจะใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์
เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกฯ อีก 2 คนจะมาช่วยลงพื้นที่หาเสียงเมื่อไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เขาอาจมาช่วยกันอยู่แล้วก็ได้ ตอนนี้ทุกคนก็ช่วยพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว แต่ละคนที่พูดก็เก่ง ๆ ทั้งนั้น แม้ตนจะไม่สามารถไปปราศรัยได้ก็จะเฟซไทม์เข้าไปหา และตนก็ไม่คิดว่าการเปิดแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยจะทำให้เสียโอกาส
เมื่อถามถึงกรณี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม อาจไม่มาพรรคเพื่อไทย ตาม นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรีที่เพิ่งย้ายเข้ามาพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า นายสนธยาในฐานะพี่ใหญ่ของครอบครัวคุณปลื้ม ซึ่งนายสนธยาเคยประกาศจะมาพรรคเพื่อไทยเป็นครอบครัว ตนไม่ขอก้าวล่วง ส่วนคำว่าครอบครัวจะเป็นประเด็นปัญหาอะไรหรือไม่ ก็ให้ดูแต่ละส่วนแต่ละคนไป
ส่วนนายอิทธิพล จะประกาศอย่างไรทางพรรคจะไม่ไปเกี่ยวข้อง ซึ่งนายสนธยาได้ยืนยันแล้วว่าครอบครัวได้ตัดสินใจร่วมกันแล้ว ยืนยันในส่วน จ.ชลบุรี จะได้ทั้ง 10 เขต โดยสัปดาหน้าจะเปิดผู้สมัคร ส.ส.ให้ครบทุกเขต
เมื่อถามว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ยังไม่ชัดเจน มีผลต่อการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า มีผล เพราะพื้นที่แต่ละบุคคลมีความสามารถที่แตกต่างกัน เรารอว่าเขตเลือกตั้งชัดเจนเมื่อไหร่ก็จะมีการปรับเปลี่ยน เช่น เราประกาศผู้สมัครไป 8 คน ถ้าแบ่งเขตออกมาแล้วไม่ตรงเราก็จะมีการปรับ
เมื่อถามอีกว่า จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ มีคนแข่งสู่สีกัน และบนเวทีมีการพูดถึงเจ๊ใหญ่ เพื่อไทยรอบนี้สู้สุดฤทธิ์หรือไม่ นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ตนไม่ได้พูดเอง แต่ชาวบ้านเขาพูดกัน ใครจะเป็นเจ๊ใหญ่อย่างไรหรือไม่ ก็พูดให้เป็นภาษาเดียวกับชาวบ้าน แต่บรรยากาศการแข่งขันเราเต็มที่ทุกเขต ทุกจังหวัดอยู่แล้ว เราประกาศเป้าหมายแลนด์สไลด์ เราก็คาดหวังการสนับสนุนจากทุกที่ ไม่ว่ามีคู่ต่อสู้เป็นพรรคใหญ่โต เต็มไปด้วยทรัพยากรหรืออำนาจแค่ไหน เราศรัทธา อย่างเดียวคืออำนาจของประชาชน
จากนั้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เขตจะสูสีหรือไม่สูสีเราลงแรงลงใจเท่ากันหมด เป้าหมายคือแลนด์สไลด์ เราไปทุกที่ให้มากที่สุด บอกนโยบายที่เปลี่ยนแปลงชีวิตให้ได้จริง ๆ จะเป็นสิ่งที่ประชาชนตัดสินใจ เข้าใจว่าอาจมีคนนั้นคนนี้มากมายเป็นคู่แข่ง แต่นโยบายเท่านั้นที่ประชาชนรับรู้ว่าเพื่อไทยทำได้
เมื่อถามต่อว่า มองอย่างไรถึงกับสัญญาณยุบสภาฯ น.ส.แพทองธาร ระบุว่า เราไม่สนใจว่าจะยุบสภาเมื่อไหร่ เพราะเราจะเดินหน้าแบบนี้ต่อไป
จากนั้น ผู้สื่อข่าวถามถึงประกาศนโยบายเรื่องปรับเงินเดือนข้าราชการ 25,000 บาทต่อเดือน บนเวทีปราศรัยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราจะปรับฐานเงินเดือนปริญญาตรี 2.5 หมื่น นั่นคือขึ้น 70% ดังนั้น พอฐานขึ้นเป็น 2.5 หมื่น ก็จะปรับเงินเดือนของข้าราชการด้วย ดังนั้น เราลองเข้าไปบริหารประเทศก่อน และรอเวลาในการทำ นโยบายต่างๆ เราจะประกาศปี 2570 เราต้องค่อย ๆ ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น ไม่อยากให้ประชาชนคิดว่าเข้าไปปุ๊บวันแรกทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงภายใน 1 วัน แต่ทุกอย่างต้องต่อเนื่องกันทั้งระบบ รวมถึงการวางโครงสร้างต่างๆ ด้วย
เมื่อถามว่า เนื้อหาปราศรัยอำนาจเจริญ พุ่งเป้าไปที่กัญชาเสรี แปลว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า แปลว่ายาเสพติดเป็นอันตรายที่น่ากลัวของประชาชน กัญชาที่อยู่ในมือลูกหลานเป็นอันตรายต่ออนาคตของชาติ ไม่ว่าปราศรัยที่ไหนเรายกปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่เรื่องหนึ่งที่จะต้องแก้ไขเร่งด่วนทันที
น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ในปี 2548 ต้องไม่ลืมว่า พรรคไทยรักไทยทำสำรวจพบว่านโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด และยังคงเชื่อมั่นถึงปัจจุบัน ไม่ได้มองว่าพรรคไหนเป็นการเฉพาะ แต่ยาเสพติดเป็นอันตรายต่อทุกคน ไม่ว่าพรรคไหนสนับสนุนก็เห็นต่างจากพรรคเพื่อไทย