ส่วนสาเหตุ “นายกไก่” ไม่ส่งรอบนี้ เพราะตอบแทนบุญคุณ อิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม สมัยรัฐบาลชวน 2 อีกทั้ง “ลุงป้อม” เข้าใจเหตุผลที่ย้ายพรรค จึงไม่โกรธ เลยส่งผลให้ “ส.ส.เบนซ์” อรรถกร ศิริลัทยากร ลูกชาย อิทธิ ที่ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ขยับมาลงเขตแทน
ส่วนพรรคเพื่อไทย เตรียมส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “เฮียเน้า” สมชัย อัศวชัยโสภณ อดีต ส.ส.หลายสมัย คือ พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ หรือ “จั๋ง” ที่ปัจจุบันดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้อํานวยการ ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาคธนาคารแห่งประเทศไทย มาทวงเก้าอี้คืน และยังมี อมรชัย ปิ่นเจริญ คณะทำงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ที่จะลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์
เขต 3 เจ้าของเก้าอี้คนปัจจุบัน “พ่อมดดำ” สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฏร คนที่ 1 เลือกตั้งครั้งนี้คาดกันว่าจะถือธงพรรคเพื่อไทย และส่ง “มดเล็ก ศักดิ์ชาย ตันเจริญ” สจ. 3 สมัย ลงรักษาพื้นที่ แล้วขยับตัวเองนั่งปาร์ตี้ลิสต์ โดยมีนักการเมืองหนุ่มรุ่นใหม่ ฉายา “สองล้อสายบุญ” ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ อดีตประธานสภา อบจ. ฉะเชิงเทรา เด็กปั้น “นายกไก่” ท้าชน โดยจะลงชิงเก้าอี้ ในสังกัดรวมไทยสร้างชาติ ดังนั้น ศึกสะท้านป่าคู่นี้ต้องรอชม
ทว่า ก่อนหน้านี้ สุชาติ เคยตกเป็นประเด็นกรณีเบิร์ดกะโหลก “สจ.เปี๊ยก วรรณา รอดพิทักษ์” รองนายก อบจ. แปดริ้ว ระหว่างร่วมงานศพที่วัดทุ่งส่อหงษา ซึ่งเหตุการณ์เกิดเมื่อ 26 พ.ย. 65 จนกลายเป็นบิ๊กทอล์ค ว่าระดับรองประธานสภาฯ ทำร้ายร่างกาย ทำให้ สุชาติ ต้องออกมาชี้แจงนี้ว่าเป็นการทักทายตามประสาคนสนิท เพราะ สจ.เปี๊ยก เคยเป็นลูกน้องเก่า ส่วน สจ.เปี๊ยก งานนี้บอกไม่ตลกด้วย เลยขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดี ทว่า ปัจจุบันเรื่องเงียบเชียบ ส่วนอีกคน คือ ฉัตรชัย เข็มทอง อดีตผู้สมัครที่เคยลงเลือกตั้งเมื่อปี 62 ก็เร่งฝีเท้าเดินหาสียงในนามพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมัดใจชาวบ้าน
ปิดท้ายเขต 4 เจ้าของเก้าอี้ปัจจุบัน คือ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ พรรคก้าวไกล โดยมี พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ อดีต ส.ส. ประธานที่ปรึกษา รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ที่รอเวลาขอทวงเก้าอี้คืนในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่ถูกตามประกบ จาก “จ่าสิงห์” จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตผู้สมัครนายก อบจ. ฉะเชิงเทรา ที่ปัจจุบันเป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักงานเลขาธิการนายกฯ ปฎิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน คนสนิท “รัฐมนตรีเฮ้ง” ปักธงลงชิงเก้าอี้ในนามรวมไทยสร้างชาติ
ขณะที่ เพื่อไทย ส่ง “ชายกลาง วุฒิพงศ์ ฉายแสง” อดีต รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช และอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่ น้องชาย จาตุรนต์ ฉายแสง พี่ ฐิติมา ลงสมัคร และยังมีนักการเมืองสาวหน้าใหม่ “ปลัดสา” สาริศา แสงจันทร์ อดีตปลัดอำเภอบางปะกง ที่กำลังเดินหน้าทำแต้มในนามภูมิใจไทย หวังชิงเก้าอี้ผู้แทนไปนั่งในสภาหินอ่อน ปิดท้ายด้วย “ชำนาญ เกิดโสภา” ลูกหม้อประชาธิปัตย์ ซึ่งการเลือกตั้งปี 62 ก็ลงสนามชิมลางมาแล้ว โดยได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3
สนามเลือกตั้งแปดริ้ว จึงเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่คอการเมือง ต้องตามติดกันแบบตาห้ามกระพริบ ใครจะอยู่ ใครจะไป มักมีเซอร์ไพรส์ชนิดที่ว่า หักปากกาเซียนกันมาแล้วนักต่อนัก หลังผลการนับคะแนนเลือกตั้งจบลง