ทั้งนี้ หลังจากที่เปิดให้ใช้บัตร EMV Contactless ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต / เดบิต / พรีเพด และ Mangmoom EMV เพื่อการเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้มาใช้บัตร EMV เพิ่มมากขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับการชำระเงินในรูปแบบอื่นๆ ขณะเดียวกันประตูจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (Gate) ทั้งหมดในทุกสถานีสามารถแตะบัตร EMV Contactless ได้ทุกช่องทาง ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง และส่งเสริมการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างโครงข่ายรถไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะยาว
นอกจากนี้ BEM ยังมีปัจจัยหนุนระยะยาวที่เป็น Growth Driver สำคัญจากการเตรียมเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออกที่คาดว่าจะเปิดทดลองเดินรถได้ในปลายปี 2570 โดยคาดการณ์ว่าจะรองรับผู้โดยสารได้ถึง 100,000 เที่ยว/วัน ในระยะแรก และจะเพิ่มเป็น 300,000 เที่ยว/วัน เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้บริการฝั่งตะวันตกในปี 2573 และรองรับระบบ EMV Contactless เต็มรูปแบบเช่นเดียวกัน รวมทั้งบริษัทยังได้จัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงินจำนวน 21 ขบวน เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากการเชื่อมโครงข่ายรถไฟฟ้าในอนาคต
ด้านการยกระดับบริการ EMV Contactless บริษัทอยู่ระหว่างการร่วมมือกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ ในการรวบรวมข้อจำกัดต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงระบบเพื่อให้ได้มาตรฐาน ตอบสนองการใช้งานของผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้โดยสารได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง