ยงยุทธ์ กับคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์
คดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ถือว่าเป็นอีกคดีที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองเป็นอย่างมาก และยืดเยื้อยาวนาน เดิมทีที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้มีจิตศรัทธา บริจาคให้กับวัด แต่ต่อมาในปี 2533 ได้มีการขายที่ดินให้กับบริษัทอัลไพน์ ที่ขณะนั้นมี อุไรวรรณ เทียนทอง ภรรยาของเสนาะ เทียนทอง และชูชีพ หาญสวัสดิ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก่อนนำไปสร้างสนามกอล์ฟ และได้มีการขายให้กับคุณหญิงพจนมาน ชินวัตร ในปี 2540
โดยในปี 2545 ยงยุทธในฐานะรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ใช้อำนาจออกคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ให้ยกเลิกโฉนดที่ดิน
ซึ่งจากกรณีดังกล่าว ส่งผลให้ในอีก 10 ปีต่อมา หรือในปี 2555 ขณะที่ยงยุทธ เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ช่วงดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย
และกราฟชีวิตของยงยุทธก็ดิ่งลงนับจากนั้น โดยในปี 2559 ศาลอาญา คดีทุจริตฯ ชั้นต้น มีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และในปี 2562 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ศาลฎีกาก็ไม่อนุญาตให้ฎีกา ส่งผลให้ยงยุทธต้องเข้าเรือนจำทันที
ยงยุทธ์ได้รับการพักโทษ ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำในเดือนกันยายน 2563 แต่ต้องติดกำไลอีเอ็มเพื่อควบคุมและติดตามตัว ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2563 ศาลฎีกาฯ สั่งยกฟ้อง คดีทุจริตที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ เนื่องจากคดีหมดอายุความไปก่อนที่ ป.ป.ช. จะส่งสำนวนฟ้องเสนาะ เทียนทอง
และทั้งหมดนี้ก็คือเส้นทางชีวิตของ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่เติบโตในกระทรวงมหาดไทย จนถึงตำแหน่งสูงสุด พอเข้าสู่ถนนการเมือง ก็ยังได้เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงมหาดไทย ก่อนชีวิตจะพลิกผันจนถึงขั้นเข้าคุกเข้าตะราง อันเนื่องมาจากสนามกอล์ฟ ที่ชื่อว่าอัลไพน์