สามมิตร ผลึกกำลังบิ๊กตู่ เปิดเกมขยี้ธรรมนัส
กระทั่งต่อมาในปี 2564 เมื่อธรรมนัสพลาดท่า ไม่สามารถสอยบิ๊กตู่ให้ตกจากเก้าอี้นายกฯ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามแผนการที่วางไว้ได้ กลุ่มสามมิตรก็ประกาศเป็นแนวร่วมบิ๊กตู่ในการบดขยี้โจทก์เก่าให้หายแค้น ทำให้ธรรมนัสถูกปลดฟ้าผ่าจาก รมช.เกษตรฯ ก่อนพยายามไล่ต้อนให้ตกเก้าอี้เลขาธิการพรรคต่อไป
แม้ธรรมนัสจะสามารถรักษาเนื้อรักษาตัวรอดมาได้ แต่คนของบิ๊กตู่ในพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงกลุ่มสามมิตรก็ไล่ขยี้ไม่เลิกลา และถูกกดดันให้แสดงความรับผิดชอบจากความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งซ่อมชุมพรกับสงขลา เมื่อช่วงต้นปี 2565
เมื่อโดนไล่บี้หนักๆ เข้า ธรรมนัสจึงเดินเกมให้ตัวเองกับพวกถูกขับออกจากพรรค เพื่อรักษาสถานภาพ ส.ส. โดยมีพรรคเศรษฐกิจไทย เป็นพรรครับรอง
อยู่ต่อ หรือไปอยู่กับตู่ ?
แม้ธรรมนัสจะออกจากพลังประชารัฐไปแล้ว แต่ว่ากันว่า สายสัมพันธ์ระหว่างเขากับบิ๊กป้อมยังคงแนบแน่น และมีแนวโน้มว่า เขาอาจจะ (ย้ำนะว่าอาจจะ) กลับมาช่วยบิ๊กป้อมสู้ศึกเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ
ซึ่งการกลับมาหรือไม่กลับมาของธรรมนัสนี่แหละ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของสามมิตรว่าจะอยู่ต่อ หรือไปอยู่กับตู่ ?
ถ้าเขามา ฉันจะไป ?
ซึ่งถ้าบิ๊กตู่เลือกอยู่จนครบวาระ ส.ส.ที่จะย้ายพรรคก็มีเวลาที่จะลาออกจากพรรคเดิม แล้วเข้าสังกัดใหม่ภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ แต่ถ้าบิ๊กตู่เลือกยุบสภา ส.ส.ที่จะย้ายพรรค ก็มีเวลา 30 วันก่อนวันเลือกตั้ง โดยกรอบวันเลือกตั้งกำหนดไว้ 45 – 60 วันหลังจากยุบสภา
ซึ่งจากการประเมินของเหล่า ส.ส. และกูรูทางการเมือง ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า บิ๊กตู่จะเลือกยุบสภาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือก่อนครบวาระในวันที่ 24 มีนาคม สัก 1 - 2 สัปดาห์ เพราะจะสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองในฐานะนายกฯ รักษาการระหว่างการเลือกตั้ง ต่างจากการอยู่จนครบวาระ ที่จะทำให้บิ๊กตู่และคณะรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจใดๆ ระหว่างการเลือกตั้งเลย
ดังนั้นแล้ว สามมิตรจึงประเมินว่า ยังพอมีเวลาตัดสินใจ ถ้าเขามา (ธรรมนัส) ฉันก็จะไป... แต่การเมืองไทยก็ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะเป้าหมายของสามมิตรคือ ต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น สอดคล้องกับการคอนเฟิร์มของบิ๊กป้อม “อยู่พรรคอื่นไม่แน่ แต่อยู่พลังประชารัฐ หลังเลือกตั้งครั้งใหม่ ได้เป็นรัฐบาล 100 %”