เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีต สว.แนะฟันอาญา-แพ่งเจ้าของโรงเบียร์-สอบ ผอ.เขต-ตร.ท้องที่

14 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

อดีต สว.แนะฟันอาญา-แพ่งเจ้าของโรงเบียร์-สอบ ผอ.เขต-ตร.ท้องที่

อดีต สว.แนะต้องเอาผิดอาญา-แพ่งเจ้าของโรงเบียร์ พร้อมสอบ ผอ.เขต-ตร.ท้องที่ ชี้ถึงเวลาจริงจังล้อมคอกโศกนาฏกรรม-ไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูก

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า รัฐไม่เคยล้อมคอกปัญหานี้อย่างจริงจัง และยังแสดงให้เห็นอีกว่า มีความย่อหย่อนมาก ทั้งที่เราผ่านเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งซานติก้าผับ และเมาท์เท่นบีผับ ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมากก็มาจากสาเหตุเดิม ๆ คือ ไม่สามารถหนีออกได้ทัน ประตูหนีไฟมี แต่ใช้ไม่ได้ หรือใช้ได้ไม่กี่ประตู อาคารปิดทึบ ขาดช่องระบายอากาศ ไม่มีระบบสปริงเกอร์ดับเพลิง ซึ่งในแง่ของความปลอดภัยมาตรฐานสากล ถือเป็นสิ่งจำเป็นขั้นเด็ดขาด เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงสูง ทั้งฝ้าเพดาน วัสดุลามไฟ แอลกอฮอล์ และการอพยพที่ล่าช้า อย่างไรก็ดี หากอาคารมีข้อจำกัดในการติดตั้งสปริงเกอร์ กฎหมายอาจอนุญาตให้ใช้ระบบดับเพลิงอัตโนมัติชนิดอื่นที่เทียบเท่าได้

นายสุรเดช ยังตั้งข้อสังเกตว่า เวลาเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เหตุใดคัตเอาต์ถึงไม่ทำงาน รวมถึงวัสดุในการก่อสร้างไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย มีการใช้วัสดุติดไฟง่าย เมื่อปัญหาเหล่านี้ยังอยู่ นั่นหมายความว่า ที่ผ่านมาไม่ได้รับการแก้ไขเลย และที่มันเกิดขึ้นได้ เพราะมักง่ายของผู้ประกอบการ และความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องทำให้ถูกต้องตามมาตรฐานทุกอย่าง แต่กรณีดังกล่าวหลายเรื่องไม่ได้มาตรฐานแต่กลับได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ

 

"เรื่องนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง แสดงว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต หรือได้รับประโยชน์เพื่อแลกกับการให้ผับดังกล่าวประกอบกิจการได้หรือไม่ การตรวจสอบเมื่อประกอบกิจการแล้ว มีการตรวจตราสม่ำเสมอต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วปล่อยผ่านมาได้อย่างไร เจ้าหน้าที่มองไม่เห็นความผิดปกติได้อย่างไร ดังนั้น เรื่องนี้นอกจากจะเอาผิดผู้ประกอบการแล้ว ยังต้องเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องด้วย" นายสุรเดช ระบุ

นายสุรเดช กล่าวอีกว่า เบื้องต้นในส่วนของเจ้าของสถานบันเทิงหรือผู้ประกอบการที่ปล่อยให้เกิดไฟไหม้ร้าน ต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญา แพ่ง และกฎหมายควบคุมเฉพาะ สำหรับความผิดทางอาญา ต้องโดนทั้งข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือข้อหากระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นอันตรายแก่ชีวิตหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

นายสุรเดช กล่าวต่อว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ ต้องเริ่มจากสำนักงานเขตในที่เกิดเหตุที่ละเลย เบื้องต้นต้องตรวจสอบผู้อำนวยการเขต ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกฎหมายควบคุมอาคาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อาจต้องรับผิดชอบทั้งทางวินัย ทางแพ่ง และทางอาญา หากตรวจสอบพบว่ามีการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรืออนุญาตให้ใช้อาคารและเปิดกิจการโดยขัดต่อกฎหมายความ ปลอดภัยอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ ซึ่งเบื้องต้นจะต้องรับผิดทางอาญาฐานละเลยต่อหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอาจมีความผิดทางละเมิด หากพบว่ารู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลยหรือไม่ ดำเนินการตรวจสอบและระงับยับยั้งสถานบันเทิงที่เปิดโดยผิดกฎหมาย ไม่ได้รับใบอนุญาต หรือไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย

 

"ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่า ถึงเวลาที่ต้องจริงจังกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมแบบนี้ได้แล้ว ไม่ใช่คอยลูบหน้าปะจมูกเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ผู้ที่กระทำผิดทั้งหมดต้องได้รับโทษ เจ้าของกิจการต้องถูกจำคุก เพื่อเป็นบทเรียนให้กับกิจการอื่น ๆ ไม่ให้ปล่อยปละละเลยหรืออาศัยช่องว่างจนเกิดการสูญเสียอีก ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะผู้กำกับ ในพื้นที่ ต้องดูแลอย่างเข้มงวด เพราะนี่ไม่ใช่ความประมาท แต่มันคือความเห็นแก่ตัวและไร้ความรับผิดชอบของบางคน บางกลุ่มที่เห็นแก่ได้มากกว่าความปลอดภัยของผู้อื่น" นายสุรเดช ระบุ

ข่าวล่าสุด