นายอนุทิน กล่าวกับหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และคณะ อสม.ที่มารอต้อนรับ ว่า การเตรียมความพร้อมรับมืออุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอุปกรณ์และเครื่องมือในการช่วยเหลือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเวลาที่เกิดเหตุคับขันหรือนาทีวิกฤต เวลา 1 นาทีก็มีความสำคัญ
ขณะเดียวกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็ต้องรณรงค์ในเรื่องของการดื่มไม่ขับ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะหากเกิดการกระทบกระเทือนทางสมอง ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในด้านนี้ ขณะเดียวกันการเตรียมการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดมีควาสำคัญไม่แพ้กัน จึงขอให้ อสม.ในฐานะหมอคนแรก รณรงค์ให้ประชาชนไปเข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 4 ส่วน อสม.เองต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 5 เพื่อป้องกันตนเองหากติดเชื้อ จะได้ไม่เจ็บป่วยรุนแรง
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า หากประชาชนได้ติดตามข่าวสารตามช่องทางต่าง ๆ จะเห็นว่า ประเทศจีน เริ่มอนุญาตให้นักท่องเที่ยวออกนอกประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายหนึ่ง ที่คนจีนอยากมาท่องท่องเที่ยว ถามว่าเราปฏิเสธไม่รับ ไม่เอานักท่องเที่ยวชาวจีน เพราะกลัวติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ก็ถามต่ออีกว่า 3 ปี ที่ผ่านมาประเทศเราประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวยังไม่พออีกหรือ เราสูญเสียรายได้ หลายคนต้องเปลี่ยนงาน ต้องลาออกจากงานกลับมาอยู่ที่บ้าน
ดังนั้นเชื่อว่า เรารับเขาได้ถ้าเรามีความพร้อม นั่นคือ การเข้ารับการฉีดวัคซีน แม้จะติดเชื้อแต่เราจะไม่เสียชีวิต เพราะเรามีฉีดวัคซีนป้องกัน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเข้ามา หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้มีการตั้งกฎเกณฑ์เอาไว้แล้ว เช่น ต้องมีประกันสุขภาพ หากเข้ามาแล้วตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด ก็ต้องรักษาเขาโดยค่ารักษาเบิกจากประกันภัยที่เขาซื้อเข้ามา จะต้องมีการตรวจ ATK ก่อนเข้ามา ซึ่งรวมทั้งกฎระเบียบต่าง ๆ อยากให้มองว่า คนกลุ่มนี้เข้ามาคือเอาเงินมาใช้ในประเทศ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมไว้แล้ว
ภายหลัง นายอนุทิน ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย ช่วงใกล้โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง สั้น ๆ ว่า ทำงานเต็มที่ ทำงานทุกวัน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่า เราทำงานเป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชนหรือเปล่า
ข่าว:ภาพ กฤศเมธ จ.ขอนแก่น