ความแตกต่างระหว่างภาพยนตร์กับคดีจริงที่เกิดขึ้น เมื่อบางครั้งตัวหนังก็ไม่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาตรงกับความจริงทั้งหมด

  • จำนวนผู้อยู่ในเหตุการณ์และชื่อของเหยื่อไม่ตรงกัน
  • คนบางคนหายไปจากการเล่าเรื่องโดยสิ้นเชิง
  • ระยะเวลาระหว่างเกิดแต่ละเหตุการณ์ไม่ตรงกัน
  • ตัวหนังมีเนื้อหาส่วนการฆาตกรรมเหล่านี้เป็นองค์ประกอบย่อย แต่เลือกเน้นเล่าไปในส่วนอื่นมากกว่า

 

*บทความมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

ภาพยนตร์ The Conjuring อันโด่งดังกวาดรายได้มหาศาลไปทั่วโลก           เข้าฉายกันไปแล้วภายหลังถูกเลื่อนมาแต่ปีก่อน สำหรับภาพยนตร์สยองขวัญสุดระทึก The Conjuring: The Devil Made Me Do It หรือ The Conjuring 3 เรื่องราวของสองสามีภรรยานักปราบผีผู้เข้าไปเกี่ยวพันกับประสบการณ์ขนหัวลุก จากคดีสะเทือนขวัญที่ฆาตกรอ้างว่าเขา “ถูกปีศาจสั่งให้ทำ”

 

          น่าเสียดายในภาคนี้ผู้กำกับมือทองอย่าง เจมส์ วาน ผู้ปลุกปั้นแฟรนไชส์และกำกับ เดอะ คอนจูริ่ง สองภาคก่อนไม่ได้กลับมากำกับแต่ผันตัวไปเป็นโปรดิวเซอร์ โดยมอบหมายให้ ไมเคิล ซาเวส ผู้กำกับ The Curse of La Llorona (2019) มาสานต่อ ปิดตำนานไตรภาคคู่สามีภรรยานักปราบผีด้วยคดีสะเทือนขวัญที่สุดของพวกเขา

 

          สำหรับผู้ติดตามภาพยนตร์แฟรนไชส์นี้มานานคงเคยได้ยินกันบ้าง ว่าคู่สามีภรรยาวอร์เรนไม่ใช่ตัวละครที่ถูกสร้างแต่พวกเขามีตัวตนอยู่ในชีวิตจริง พวกเขาคืออาชีพนักปราบผีเข้าไปเกี่ยวพันเรื่องลี้ลับและอันตรายอยู่หลายครั้ง ก่อนกลายเป็นคดีดังมากมายบนแผ่นฟิล์มให้ผู้ชมขนหัวลุกกัน

 

          ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกคดีดังที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกกับครั้งแรกในการหยิบเรื่องภูตผีปีศาจมาพูดในชั้นศาล
คู่สามี-ภรรยาวอร์เรนตัวจริงก่อนถูกนำไปถ่ายทอดให้เราได้รับชม

คดีฆาตกรรมกับการสิงสู่ของปีศาจ
          ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1981 เมืองบรูคฟิลล์ รัฐคอนเนตทิคัต เกิดเหตุฆาตกรรม อลัน โบโน ด้วยฝีมือของนาย อาร์นี ไชเอ็น จอห์นสัน อาวุธสังหารคือมีดเล่มหนึ่งกระหน่ำแทงเข้าใส่ผู้ตายภายหลังการมีปากเสียง ก่อนผู้ก่อเหตุจะให้การว่าการกระทำและเรื่องที่เกิดทั้งหมดมาจากปีศาจในตัวสั่ง

 

          จากลำดับเหตุการณ์เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากอาร์นี แต่เป็นน้องชายวัย 11 ขวบของคู่หมั้นเขา เดวิด เกรทเซล จากการพบชายชราปรากฏตัวออกมาด่าทอดเขาตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา เริ่มแรกทั้งอาร์นีและคู่หมั้นของเขาต่างไม่เชื่อ กระทั่งเดวิดเริ่มตกใจตื่นกลางดึกขึ้นมาร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง จนเริ่มมีการเรียกบาทหลวงหลายต่อหลายคนจากโบสถ์มาทำพิธีปัดเป่า

 

          น่าเสียดายสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ผลการทำพิธีกลับไม่อาจช่วยเด็กน้อยได้ กลับกันนับวันอาการยิ่งหนักขึ้น เด็กน้อยมีอาการก้าวร้าว บางครั้งเกิดการหายใจไม่ออกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นคอยบีบคอ เริ่มเกิดอาการลมชัก อีกทั้งมีการพูดถึงเนื้อหาบทกวีโบราณและเนื้อหาภายในไบเบิลที่เดวิดไม่เคยรู้จัก นำไปสู่การเข้ามาเกี่ยวข้องของคู่สามีภรรยาวอร์เรน
ฉากเหตุการณ์ประกอบจากภาพยนตร์ในความพยายามไล่ผี           จิตแพทย์ตีความว่าอาการของเดวิดเกิดจากพฤติกรรมบกพร่องทางการเรียนรู้ แต่สองสามีภรรยาวอร์เรนไม่เห็นด้วย พวกเขาเชื่อมั่นว่าเดวิดน่าจะถูกผีเข้าสิงจึงเริ่มทำพิธีไล่ผีให้เด็กน้อยถึง 3 ครั้ง มีการบันทึกว่าระหว่างทำพิธีร่างของเขาลอยขึ้น ด่าทอ ไปจนถึงหยุดหายใจ จนในที่สุดเดือนตุลาคมปี 1980 อาร์นีไปตะโกนด่าทอใส่วิญญาณดังกล่าวในร่างเด็กชายพร้อมกล่าวว่า “ปล่อยเด็กคนนี้ แล้วมาเอาฉันไปแทน”

 

          ภายหลังจากเหตุการณ์ไล่ผีไม่นาน อาร์นีสำรวจบ่อน้ำแห่งหนึ่งที่เดวิดบอกว่าเห็นปีศาจโผล่ออกมา แน่นอนว่าสามีภรรยาวอร์เรนต้องห้ามปรามแต่ทุกอย่างสายเกิน อาร์นีเข้าไปสำรวจภายในบ่อน้ำแล้วเล่าว่าเห็นปีศาจซ่อนอยู่ในบ่อน้ำ มันเข้ามาสิงสู่ภายในตัวและจากไปทันทีหลังการตายของอลัน โบโน
ฉากบรรยากาศหลอนตามสไตล์หนังคอนจูริ่ง

 

การดำเนินคดีด้วยข้อแก้ต่างว่ามีปีศาจสิงสู่อยู่ในตัว
          หลังเกิดเหตุ มาร์ติน มิเนลลา ทนายของอาร์นีหยิบเอาการสิงสู่ของปีศาจมาเป็นข้อแก้ต่าง เปิดประเด็นเรื่องเกี่ยวกับผีสางปีศาจมาพูดครั้งแรกในชั้นศาล อาศัยข้อแก้ต่างที่ว่าลูกความของเขาไม่มีความผิด เพราะเป็นการกระทำเกิดจากการครอบงำของปีศาจ รวมถึงมีการเชิญทั้งบาทหลวงผู้ทำพิธีและสามีภรรยาวอร์เรนมาขึ้นศาล

 

          แน่นอนการหยิบประเด็นเรื่องเหนือธรรมาชาติมาพูดสร้างความฉงนให้รอบด้าน หลายคนไม่ให้การเชื่อถือหรือยอมรับข้อโต้แย้งนี้ กล่าวหาว่าพิธีหรือสิ่งที่พวกเขากำลังทำเป็นการแสดงละคร คณะบาทหลวงเองก็ปฏิเสธจะให้การต่อชั้นศาล ที่สุดผู้พิพากษาจึงปัดข้อมูลแก้ต่างเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับทั้งหมดทิ้งด้วยเห็นเป็นข้อมูลไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจน 

 

          สุดท้ายภายหลังข้อแก้ต่างทั้งหลายถูกปัดตกไปมากมาย วันที่ 24 พฤศจิกายน 1981 ศาลจึงตัดสินให้อาร์นีมีความผิด ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยมีโทษจำคุก 10 -20 ปี แต่ในความจริงเขากลับพ้นโทษออกมาจากคุกในเวลาเพียง 5 ปี ก่อนได้แต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับคู่หมั้นอย่างมีความสุขจวบจนทุกวันนี้


ข้อแตกต่างระหว่างเหตุการณ์จริงกับสิ่งที่ปรากฏภายในเรื่อง
ภาพนักแสดงที่อ้างอิงบุคคลจริง
          ด้วยการนำเรื่องคดีมาบอกเล่าภายในสื่อบันเทิง ทำให้เรื่องราวบางอย่างที่ถ่ายทอดไม่ตรงความเป็นจริง ทั้งจากเหตุผลด้านความปลอดภัยของคนในเหตุการณ์ ไม่ได้รับอนุญาตให้อ้างอิงถึง หรือปรับแต่งบางส่วนให้เข้ากับความบันเทิงก็ตาม สำหรับใน The Conjuring: The Devil Made Me Do It นั้นได้แก่

  • ภายในหนังวันเกิดเหตุมีแค่อาร์นีกับคู่หมั้นของเขาในเหตุการณ์เพียงสองคน แต่ในความจริงยังมีพี่สาวและน้องสาวของผู้เสียชีวิต รวมถึงญาติของคู่หมั้นเขาอีกคนอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย
  • เจ้าของบ้านเช่าหรือเหยื่อจากน้ำมืออาร์นี่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น บรูโน่ ซอลล์ ทั้งที่ความจริงชื่อของเหยื่อคือ อลัน โบโน ส่วนนี้อาจถูกเปลี่ยนเพื่อเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว
  • ในความจริงข้อแก้ต่างถูกปีศาจสิงถูกปัดตกไปตั้งแต่แรก นั่นทำให้คณะลูกขุนไม่ได้ยินเรื่องเหล่านี้จากคำให้การของอาร์นีกับครอบครัวเกรทเซล หรือเรื่องไล่ผีของเดวิดมาก่อน นั่นคือส่วนที่หนังไม่ได้เล่าถึง
  • ช่วงเวลาภายในเรื่องนับแต่การเชิญบาทหลวงมาไล่ผี การมาเผชิญหน้าของสามีภรรยาวอร์เรนในการทำพิธี จนเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นใกล้กันเหมือนเป็นเวลาไม่กี่วัน ความจริงแต่ละเหตุการณ์มีช่องว่างเวลาอยู่หลายเดือน
  • ในเรื่องเดวิดถูกปีศาจตัวหนึ่งสิงก่อนสามีภรรยาวอร์เรนค้นพบว่าแท้จริงเขาถูกสาป แต่ในความจริงผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีจำนวนปีศาจสิงในร่างถึง 42 ตัว และเคยมีบาทหลวงทำพิธีไล่ปีศาจให้เขามากกว่าหนึ่งคน
  • ทนายของอาร์นีในเรื่องไม่เชื่อถือเรื่องข้ออ้างแก้ต่างเรื่องผีสาง กระทั่งเขาได้มาเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติกับตา แต่ในความจริง มาร์ติน มิเนลลา นำข้ออ้างเรื่องการถูกสิงสู่มาใช้แก้ต่างอย่างเต็มที่
  • อีกตัวละครที่หายไปคือพี่ชายของเดวิด ผู้ไม่เชื่อเรื่องผีสางและหาว่าทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง เขาเคยฟ้องลอร์เรน วอร์เรนในปี 2007 ข้อหากุเรื่องเกี่ยวกับปีศาจทำให้ชีวิตของครอบครัวเขาถูกเปิดเผยสู่สาธารณะอีกด้วย

ภาพของตุ๊กตาเจ้าปัญหาแอนนาเบลและเหยื่อผู้ถูกสิงสู่ตัวจริงในเหตุการณ์
          สำหรับท่านที่ต้องการพิสูจน์ความสยองขวัญของภาพยนตร์สามารถรับชมได้ที่โรงภาพยนตร์ที่เปิดให้บริการ หรือใน HBO Max และช่องทางรับชมอื่นๆ ได้แล้ววันนี้

 

เกรียงไกร เรืองทรัพย์เดช

--------------------

ที่มา: