การออกแบบในครั้งนี้มีความท้าทายสำหรับทีมออกแบบเป็นอย่างมากเพราะทางผู้สร้างต้องการให้ทุกชุดเป็นที่น่าจดจำมากกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้า โดยผู้กำกับอย่างเครก กิลเลสปีย์ ได้คว้าตัว เจนนี บีแวน (Jenny Beavan) คอสตูมดีไซเนอร์ดีกรีเจ้าของออสการ์ 2 สมัย และโปรดักชั่นดีไซเนอร์อย่าง ฟีโอน่า ครอมบี (Fiona Crombie) มาเพื่อร่วมออกแบบชุดของครูเอลล่าให้ออกมาสมบูรณ์แบบในทุกๆรายละเอียดและเป็นที่น่าจดจำ โดยเอ็มม่า สโตนที่รับบทเป็นครูเอลล่าต้องเปลี่ยนชุดเพื่อถ่ายทำกว่า 47 ชุด และสำหรับเอ็มมา ธอมป์สันที่รับบทบารอนเนส (ศัตรูตัวฉกาจของครูเอลล่า) ต้องเปลี่ยนชุดเพื่อถ่ายทำถึง 33 ชุดด้วยกัน
ในส่วนของบีแวนเอง เธอเคยได้รับรางวัลออสการ์ถึง 2 สมัยในสาขาการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และที่สำคัญเธอเติบโตในยุค 1970 กลางกรุงลอนดอน ทำให้เธอรู้ว่าแฟชั่นในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างไร และเธอสามารถออกแบบและปรับแต่งชุดต่างๆให้มีความโดดเด่นและเหมาะสมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้
Emma Stone กับการรับบท Cruella
เอ็มม่า สโตน เป็นที่จดจำจากการรับบทต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น เกว็น สเตซี่ (Gwen Stacy) จาก The Amazing Spider-Man หรือ มีอา (Mia) จาก La La Land และจากการรับบทนี้ทำให้เอ็มม่าสามารถคว้ารางวัลออสการ์ในปี 2017 ในสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมได้ เมื่อมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีขนาดนี้แล้ว บอกได้เลยว่าเอ็มม่า สโตน ในบทบาทของครูเอลล่า เธอสามารถถ่ายทอดและส่งอารมณ์ให้คนดูอินไปตามๆกัน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ที่ทั้งเกลียด ทั้งแค้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่วายยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาของตัวเอง นอกจากนี้เอ็มม่ายังให้สัมภาษณ์ว่า เธอต้องฝึกหัวเราะให้มีความเป็นครูเอลล่าด้วยเช่นกัน และเวลาส่วนใหญ่ที่เธอใช้เพื่อฝึกเสียงหัวเราะมักเกิดขึ้นในขณะที่เธอกำลังอาบน้ำ เธอเสริมว่า จริงๆแล้วการฝึกหัวเราะแบบครูเอลล่าจะฝึกที่ไหนก็ได้ แต่มันก็ค่อนข้างน่าอายหากทำต่อหน้าคนเยอะๆ ดังนั้นการแอบมาฝึกเงียบๆคงเป็นเรื่องที่ดีกว่า นอกจากนี้เอ็มม่ายังเสริมว่า เธอรักบุคลิกของตัวละครนี้และชอบความเป็นตัวของตัวเองของครูเอลล่ามากๆ แม้จะไม่ได้หมายถึงการกระทำต่างๆที่ค่อนข้างจะสุดโต่งของครูเอลล่านี้ แต่เอ็มม่ากล่าวว่าตัวละครนี้มีความพิเศษและน่าสนใจมากๆ
มุมมองใหม่กับวายร้ายตัวเดิม
การดำเนินการสร้างครูเอลล่าในแบบไลฟ์แอคชั่น เหมือนจะเป็นการเปลี่ยนภาพจำและมุมมองของครูเอลล่ามากกว่าการนำมาสร้างหรือบิดเบือนให้เป็นเนื้อเรื่องใหม่ ซึ่งการปรับมุมมองของตัวละครในครั้งนี้ อาจทำให้แฟนคลับบางส่วนอาจมีคิ้วขมวดกันบ้าง ในอีกแง่หนึ่งการที่ดิสนีย์ไม่ได้นำเสนอแต่ด้านลบๆของครูเอลล่าที่คนส่วนใหญ่มองว่าเธอร้ายมาตั้งแต่เกิดแน่ๆ แต่ดิสนีย์กลับปูเนื้อเรื่องให้เห็นถึงปูมหลังว่าเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะมีชีวิตอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ เอสเตลล่าก่อนจะมาเป็นครูเอลล่า เธอเป็นเด็กที่ฉลาด มีความสามารถทางด้านแฟชั่น แม้จะแก่นไปบ้างแต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจเป็นไปตามวัย และไม่มีใครสามารถปฏิเสธความสามารถของเธอได้ จนกระทั่งเธอเริ่มเติบโตและพบปมปัญหาบางอย่างในชีวิต การหล่อหลอมตัวตนใหม่ให้เป็นครูเอลล่าจึงได้เริ่มต้นขึ้น เธอทำทุกอย่างด้วยอารมณ์ที่สั่งสมและพรั่งพรู แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่เธอแสดงออกก็ไม่ได้ถือว่าแย่แบบเต็มพิกัด ซึ่งเป็นไปได้ไหมว่าการที่ดิสนีย์มีการนำเสนอในแง่มุมเทาๆแบบนี้ เพราะโลกยุคใหม่ สังคมเริ่มมีความตระหนักถึงความหลากหลายมากขึ้น ไม่มีใครที่ดีแบบ100เปอร์เซ็น และไม่มีใครที่แย่แบบ100เปอร์เซ็น ความเทาๆและหลากหลายคือสิ่งที่สังคมของเราเป็นอยู่และไม่มีใครสามารถปฎิเสธได้
ทั้งจังหวะการดำเนินเรื่อง เพลงประกอบภาพยนตร์ ดีไซน์เครื่องแต่งกาย รวมถึงผลงานการแสดงจากเอ็มม่า สโตน และ เอ็มม่า ธอมป์สัน ยังคงเป็นที่พูดถึงอยู่มาก และถ้าหากคุณผู้อ่านอยากรับชมผลงานสุดพรีเมี่ยมจากดิสนีย์ อย่าง Cruella ในแบบฉบับไลฟ์แอคชั่นที่บรรจงรังสรรค์ขึ้นมาอย่างหาที่ติแทบไม่ได้ ก็สามารถหามารับชมได้แล้ววันนี้ทาง Disney + และนอกจากความสนุกที่จะได้รับ คุณจะต้องประทับใจกับสิ่งต่างๆที่พบเจอได้ในเรื่องอย่างแน่นอน
ภัคสุภา รัตนภาชน์
หล่อหลอมตัวเองด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมรอบโลก อาหาร และผู้คน
--------------------
ข้อมูลอ้างอิง: