สาวกเหล่าดิสนีย์ต้องกรี๊ดกันอีกครั้งเมื่อสุดยอดวายร้ายอย่าง “ครูเอลล่า เดอ วิล (Cruella De Vil)” ถูกนำมาสร้างใหม่ในแบบฉบับไลฟ์แอคชั่นที่นำแสดงโดยดาราสาวสุดคาริสม่าอย่างเอ็มม่า สโตน แต่เนื้อเรื่องจะยังมีความเหมือนหรือแตกต่างจาก 101 Dalmatians ที่เราคุ้นเคยกันหรือไม่? แล้วยังมีแฟชั่นลายจุดให้ได้เห็นเหมือนในปี 1996 ไหม?

          นับเป็นอีกหนึ่งการพลิกโฉมครั้งใหญ่จากดิสนีย์ในการรีเมคภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นอย่าง “ครูเอลล่า เดอ วิล (Cruella de Vil)”  หนึ่งในจอมวายร้ายที่ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ ด้วยภาพลักษณ์แฟชั่นนิสต้าตัวแม่และคลั่งไคล้เหล่าบรรดาชุดขนสัตว์จนแทบถวายหัว เรียกได้ว่าเพื่อขนสัตว์แล้ว จะใช้วิธีไหน แม่ก็ยอม! ทำให้สาวกดิสนีย์ที่ได้ยลโฉมเธอจาก 101 Dalmatians ในปี 1996 อาจจะรู้สึกกระอักกระอ่วนและไม่ชอบเธอสักเท่าไหร่นัก (ก็แหงสิ เธอเป็นนางร้ายนี่!) แต่การพลิกโฉมในครั้งนี้ ทางดิสนีย์และผู้กำกับอย่าง เครก กิลเลสปีย์ (Craig Gillespie) ได้ดึงตัวดาราสาวเจ้าบทบาทอย่าง เอ็มมา สโตน (Emma Stone) เพื่อรับบทครูเอลล่า แต่แน่นอนว่าจากภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นชุดนี้ เราจะได้เห็นภาพลักษณ์ของครูเอลล่าที่เปลี่ยนไป จนเรียกได้ว่าลบภาพจำเก่าๆจาก 101 Dalmatians ออกไปได้เลย!

เอ็มม่า สโตนกับบทครูเอลล่ากับสองคู่ซี้แจสเปอร์และฮอร์เรซ

Cruella ที่พลิกโฉมจาก 101 Dalmatians

          เอสเตลล่า (รับบทโดยเอ็มมา สโตน) เด็กสาวที่เกิดมาพร้อมความฉลาดพ่วงความแก่นเปรี้ยวซ่าแสบไปถึงทรวง ต้องเผชิญกับเรื่องราวที่หนักเกินกว่าเด็กทั่วไปจะรับได้ นั่นก็คือการสูญเสียคุณแม่ไปอย่างไม่คาดคิด ทำให้เธอต้องละทิ้งความฝันการเป็นดีไซเนอร์ มุ่งหน้าสู่เส้นทางเป็นนักฉกกระเป๋ามืออาชีพที่พ่วงมากับทีมงานสุดซี้มือฉมัง อย่างแจสเปอร์และฮอร์เรซ ดั่งโชคหล่นทับดังตุ๊บ! เรื่องราวบางอย่างทำให้เอสเตลล่าได้มีโอกาสร่วมงานกับเจ้าแม่แห่งวงการแฟชั่นอย่าง บารอนเนส (รับบทโดยเอ็มมา ธอมป์สัน ) แต่เส้นทางการเป็นดีไซเนอร์ใช่ว่าจะสวยงามราวกับกลีบกุหลาบ ยิ่งเอสเตลล่าถลำลึกและล่วงรู้ข้อมูลของบารอนเนสมากเท่าไหร่ ความเป็นครูเอลล่าในตัวเธอยิ่งตื่นขึ้นเท่านั้น!

 

          ครูเอลล่าในภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นจากดิสนีย์ชุดนี้ บอกเล่าและถ่ายทอดเรื่องราวของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ ปมปัญหาชีวิตที่ต้องปากกัดตีนถีบ การต่อสู้เพื่อความฝันในการเป็นดีไซเนอร์ ปมของการล้างแค้นและเรื่องราวสุดขมขื่นที่ผ่านมาในชีวิต จนหล่อหลอมให้เธอกลายมาเป็นครูเอลล่า เดอ วิลล์


          ความแตกต่างที่ถูกตีความและถ่ายทอดออกมาระหว่าง 101 Dalmatians และ Cruella ในแบบไลฟ์แอคชั่นที่นำแสดงโดยเอ็มมา สโตน ดูจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ 101 Dalmatians ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของครูเอลล่าที่คลั่งไคล้ในขนสัตว์ และกว่าจะได้ขนสัตว์จากแต่ละแห่งมาเพื่อทำเสื้อคลุมให้เธอก็ต้องใช้วิธีการที่ค่อนข้างโหดร้ายทารุณพอสมควร กลับกัน Cruella จากไลฟ์แอคชั่นนี้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเด็กสาวที่มีเพื่อนสนิทเป็นลูกสุนัขพันธุ์เทอร์เรียชื่อว่า “บัดดี้” ที่ไม่ว่าเอสเตลล่าจะไปที่ไหนต้องมีบัดดี้ติดสอยห้อยตามไปเสมอ ทั้งคู่เติบโตมาพร้อมกันและอยู่ด้วยกันในแทบจะทุกช่วงของชีวิต เรียกได้ว่าพลิกโฉมครูเอลล่าที่เราเคยรู้จักมานับ 20 ปีกันเลยทีเดียว

หนึ่งในแฟชั่นของครูเอลล่าที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้พบเห็น
Cruella กับแฟชั่นที่ถ่ายทอดผ่าน เครก กิลเลสปีย์
          เซ็ตติ้งฉากในเรื่องอ้างอิงจากลอนดอนในยุค 70 ที่วงการแฟชั่นมีความหลากหลายและสามารถบ่งบอกถึงตัวผู้ใส่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างแฟชั่นแบบฮิปปี้ โบฮีเมียน เรโทร หรือ แนวพังค์ และยังถือได้ว่าเป็นยุคทองของแฟชั่นอีกด้วย

 

          การออกแบบในครั้งนี้มีความท้าทายสำหรับทีมออกแบบเป็นอย่างมากเพราะทางผู้สร้างต้องการให้ทุกชุดเป็นที่น่าจดจำมากกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้า โดยผู้กำกับอย่างเครก กิลเลสปีย์ ได้คว้าตัว เจนนี บีแวน (Jenny Beavan) คอสตูมดีไซเนอร์ดีกรีเจ้าของออสการ์ 2 สมัย และโปรดักชั่นดีไซเนอร์อย่าง ฟีโอน่า ครอมบี (Fiona Crombie) มาเพื่อร่วมออกแบบชุดของครูเอลล่าให้ออกมาสมบูรณ์แบบในทุกๆรายละเอียดและเป็นที่น่าจดจำ โดยเอ็มม่า สโตนที่รับบทเป็นครูเอลล่าต้องเปลี่ยนชุดเพื่อถ่ายทำกว่า 47 ชุด และสำหรับเอ็มมา ธอมป์สันที่รับบทบารอนเนส (ศัตรูตัวฉกาจของครูเอลล่า) ต้องเปลี่ยนชุดเพื่อถ่ายทำถึง 33 ชุดด้วยกัน


          ในส่วนของบีแวนเอง เธอเคยได้รับรางวัลออสการ์ถึง 2 สมัยในสาขาการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และที่สำคัญเธอเติบโตในยุค 1970 กลางกรุงลอนดอน ทำให้เธอรู้ว่าแฟชั่นในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างไร และเธอสามารถออกแบบและปรับแต่งชุดต่างๆให้มีความโดดเด่นและเหมาะสมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้

เอ็มม่า สโตนกับบทบาทครูเอลล่า เดอ วิล Emma Stone กับการรับบท Cruella
          เอ็มม่า สโตน เป็นที่จดจำจากการรับบทต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น เกว็น สเตซี่ (Gwen Stacy) จาก The Amazing Spider-Man หรือ มีอา (Mia) จาก La La Land และจากการรับบทนี้ทำให้เอ็มม่าสามารถคว้ารางวัลออสการ์ในปี 2017 ในสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมได้ เมื่อมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีขนาดนี้แล้ว บอกได้เลยว่าเอ็มม่า สโตน ในบทบาทของครูเอลล่า เธอสามารถถ่ายทอดและส่งอารมณ์ให้คนดูอินไปตามๆกัน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ที่ทั้งเกลียด ทั้งแค้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่วายยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาของตัวเอง นอกจากนี้เอ็มม่ายังให้สัมภาษณ์ว่า เธอต้องฝึกหัวเราะให้มีความเป็นครูเอลล่าด้วยเช่นกัน และเวลาส่วนใหญ่ที่เธอใช้เพื่อฝึกเสียงหัวเราะมักเกิดขึ้นในขณะที่เธอกำลังอาบน้ำ เธอเสริมว่า จริงๆแล้วการฝึกหัวเราะแบบครูเอลล่าจะฝึกที่ไหนก็ได้ แต่มันก็ค่อนข้างน่าอายหากทำต่อหน้าคนเยอะๆ ดังนั้นการแอบมาฝึกเงียบๆคงเป็นเรื่องที่ดีกว่า นอกจากนี้เอ็มม่ายังเสริมว่า เธอรักบุคลิกของตัวละครนี้และชอบความเป็นตัวของตัวเองของครูเอลล่ามากๆ แม้จะไม่ได้หมายถึงการกระทำต่างๆที่ค่อนข้างจะสุดโต่งของครูเอลล่านี้ แต่เอ็มม่ากล่าวว่าตัวละครนี้มีความพิเศษและน่าสนใจมากๆ
อีกหนึ่งแฟชั่นจากครูเอลล่า

มุมมองใหม่กับวายร้ายตัวเดิม 
          การดำเนินการสร้างครูเอลล่าในแบบไลฟ์แอคชั่น เหมือนจะเป็นการเปลี่ยนภาพจำและมุมมองของครูเอลล่ามากกว่าการนำมาสร้างหรือบิดเบือนให้เป็นเนื้อเรื่องใหม่ ซึ่งการปรับมุมมองของตัวละครในครั้งนี้ อาจทำให้แฟนคลับบางส่วนอาจมีคิ้วขมวดกันบ้าง ในอีกแง่หนึ่งการที่ดิสนีย์ไม่ได้นำเสนอแต่ด้านลบๆของครูเอลล่าที่คนส่วนใหญ่มองว่าเธอร้ายมาตั้งแต่เกิดแน่ๆ แต่ดิสนีย์กลับปูเนื้อเรื่องให้เห็นถึงปูมหลังว่าเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะมีชีวิตอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ เอสเตลล่าก่อนจะมาเป็นครูเอลล่า เธอเป็นเด็กที่ฉลาด มีความสามารถทางด้านแฟชั่น แม้จะแก่นไปบ้างแต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจเป็นไปตามวัย และไม่มีใครสามารถปฏิเสธความสามารถของเธอได้ จนกระทั่งเธอเริ่มเติบโตและพบปมปัญหาบางอย่างในชีวิต การหล่อหลอมตัวตนใหม่ให้เป็นครูเอลล่าจึงได้เริ่มต้นขึ้น เธอทำทุกอย่างด้วยอารมณ์ที่สั่งสมและพรั่งพรู แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่เธอแสดงออกก็ไม่ได้ถือว่าแย่แบบเต็มพิกัด ซึ่งเป็นไปได้ไหมว่าการที่ดิสนีย์มีการนำเสนอในแง่มุมเทาๆแบบนี้ เพราะโลกยุคใหม่ สังคมเริ่มมีความตระหนักถึงความหลากหลายมากขึ้น ไม่มีใครที่ดีแบบ100เปอร์เซ็น และไม่มีใครที่แย่แบบ100เปอร์เซ็น ความเทาๆและหลากหลายคือสิ่งที่สังคมของเราเป็นอยู่และไม่มีใครสามารถปฎิเสธได้

 

          ทั้งจังหวะการดำเนินเรื่อง เพลงประกอบภาพยนตร์ ดีไซน์เครื่องแต่งกาย รวมถึงผลงานการแสดงจากเอ็มม่า สโตน และ เอ็มม่า ธอมป์สัน ยังคงเป็นที่พูดถึงอยู่มาก และถ้าหากคุณผู้อ่านอยากรับชมผลงานสุดพรีเมี่ยมจากดิสนีย์ อย่าง Cruella ในแบบฉบับไลฟ์แอคชั่นที่บรรจงรังสรรค์ขึ้นมาอย่างหาที่ติแทบไม่ได้ ก็สามารถหามารับชมได้แล้ววันนี้ทาง Disney + และนอกจากความสนุกที่จะได้รับ คุณจะต้องประทับใจกับสิ่งต่างๆที่พบเจอได้ในเรื่องอย่างแน่นอน

 

ภัคสุภา  รัตนภาชน์

หล่อหลอมตัวเองด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมรอบโลก อาหาร และผู้คน 

--------------------

ข้อมูลอ้างอิง: