โมร็อกโกดวลเป้าดับฝันเนเธอร์แลนด์ส่งอัศวินร่วงบอลโลกไวสุด
30 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

โมร็อกโกพลิกนรกโกงความตายท้ายเกม ก่อนดวลจุดโทษเอาชนะ เนเธอร์แลนด์ 3-2 หลังเสมอในเวลา 1-1 ยัดเยียดสถิติตกรอบแรกไวที่สุดในประวัติศาสตร์ให้อัศวินสีส้ม
ข่าว
30 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

โมร็อกโกพลิกนรกโกงความตายท้ายเกม ก่อนดวลจุดโทษเอาชนะ เนเธอร์แลนด์ 3-2 หลังเสมอในเวลา 1-1 ยัดเยียดสถิติตกรอบแรกไวที่สุดในประวัติศาสตร์ให้อัศวินสีส้ม
KEY
POINTS
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ประจำวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ สนามเอสตาดิโอ บีบีวีเอ เมืองกัวดาลูป ประเทศเม็กซิโก เกิดการดวลเดือดมหากาฬของสองทีมยักษ์ใหญ่ที่มีอันดับโลกสูงสุดในรอบนี้ โดย "สิงโตแห่งเทือกเขาแอตลาส" ทีมชาติโมร็อกโก ทีมอันดับ 6 ของโลก สามารถเอาชนะทัพ "อัศวินสีส้ม" ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ทีมอันดับ 7 ของโลก ไปได้อย่างสุดระทึกในการดวลจุดโทษ 3-2 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ส่งผลให้ขุนพลฮอลแลนด์ต้องจารึกสถิติตกรอบฟุตบอลโลกที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
เกมในครึ่งแรกเป็นทางฝั่งโมร็อกโกที่ครองเกมบุกได้มากกว่าและเกือบได้ประตูนำในนาทีที่ 20 จากลูกโหม่งของ นีล เอล อายนาวี แต่ถูก บาร์ต แฟร์บรุคเค่น นายทวารดัตช์ซูเปอร์เซฟไว้ได้ เช่นเดียวกับลูกยิงชนคานของ อาชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กซ้ายกัปตันทีมที่ลงสนามนัดที่ 100 ในนามทีมชาติ จนกระทั่งเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 71 โรนัลด์ คูมัน กุนซือเนเธอร์แลนด์ปรับหมากถอด ไบรอัน บร็อบบีย์ ออกแล้วส่ง เวาท์ เวกฮอร์สต์ ลงสนามแทน พร้อมเปลี่ยนระบบกลับมาเล่นหลัง 4 ตัว หลังจากใช้ระบบหลัง 5 ตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 32 นัด
เพียงแค่ 51 วินาทีหลังการเปลี่ยนตัว เวกฮอร์สต์สะกิดบอลยาวของแฟร์บรุคเค่นส่งต่อให้ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ควบตะบึงเข้าเขตโทษก่อนตวัดจ่ายให้ โกดี คักโป กองหน้าจากลิเวอร์พูลซัดผ่านมือ ยาสซีน บูนู เข้าไปให้เนเธอร์แลนด์ออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 72 ท่ามกลางการสวมกอดหลั่งน้ำตาของเพื่อนร่วมทีม เนื่องจากคักโปและภรรยาเพิ่งประกาศข่าวเศร้าว่าได้สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทว่าเจ้าตัวยังคงมีสปิริตแรงกล้าอยู่ช่วยทีมชาติต่อไป
หลังจากโดนนำ โมร็อกโกโหมบุกหนักจนประสบความสำเร็จในนาทีที่ 90+1 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อ อิสซ่า ดิย็อป เทกตัวขึ้นโหม่งลูกครอสของ เชมส์ดีน ตัลบี ส่งบอลพุ่งผ่านมือแฟร์บรุคเค่นเข้าไปอย่างเด็ดขาดให้ทีมตีเสมอเป็น 1-1 และยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที ซึ่งแฟร์บรุคเค่นต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ซุฟยาน ราฮีมี ตัวสำรองโมร็อกโก ช่วยให้เนเธอร์แลนด์รอดพ้นความพ่ายแพ้มาได้จนจบ 120 นาที และต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งถือเป็นคู่ที่สองของวันต่อจากคู่ปารากวัยช็อกโลกสยบเยอรมนี
ในช่วงดวลฎีกาขุนพลเนเธอร์แลนด์กลับยิงพลาดถึง 3 คน โดย เทิน คูปไมเนอร์ส และ เวาท์ เวกฮอร์สต์ ยิงเข้า ส่วน จัสติน ไคลเวิร์ต ยิงชนเสา, ควินเตน ทิมเบอร์ ยิงหลุดกรอบ และคนสุดท้าย คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ยิงไปติดเซฟพุ่งปัดด้วยซ้ายของ ยาสซีน บูนู เปิดโอกาสให้ อิสมาแอล ไซบารี ดาวยิงตัวเก่งก้าวออกมายิงเสียบมุมล่างซ้ายสวนทางกับแฟร์บรุคเค่นเข้าไปเป็นประตูชัยให้โมร็อกโกชนะไป 3-2 ส่งผลให้เนเธอร์แลนด์ที่เคยเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างน้อยในการเตะฟุตบอลโลก 11 ครั้งก่อนหน้านี้ต้องจอดป้ายอย่างรวดเร็วเป็นสถิติ ส่วนโมร็อกโกฉลุยลิ่วสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับทีมชาติแคนาดา ชาติเจ้าภาพร่วม ณ เมืองฮิวสตัน ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้