"คาเซมิโร่" โขกคืนชีพ ก่อนเปลี่ยน "มาร์ตินเนลลี" ลงมาปิดจ๊อบนาทีบาป
เข้าสู่เกมในครึ่งหลัง บราซิลโหมบุกหนักและมีโอกาสทองในนาทีที่ 52 จากลูกโหม่งของ บรูโน่ กิมาไรส์ แต่ถูก ไซอง ซูซุกิ นายทวารญี่ปุ่นซูเปอร์เซฟไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามของทัพแซมบ้าก็ประสบความสำเร็จในนาทีที่ 56 จากจังหวะที่ กาเบรียล มากัลเญส เปิดบอลให้ คาเซมิโร่ เทกตัวขึ้นโหม่งเปลี่ยนทางส่งบอลลอยข้ามมือ ไซอง ซูซุกิ เสียบหน้าต่างเข้าไปให้บราซิลตามตีเสมอเป็น 1-1 หลังจากนั้นบราซิลเกือบได้ประตูพลิกนำในนาทีที่ 58 เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ได้สับไกทางฝั่งซ้ายทว่าซูซุกิยังปัดปลายมือปะทะเสาเหลี่ยมนอกออกไปอย่างน่าเสียดาย จนกระทั่งนาทีที่ 90+1 คาเซมิโร่ มีอาการบาดเจ็บที่ขาจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก
เกมทำท่าว่าจะต้องยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่แล้วในนาทีบาปช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาลีของบราซิลที่แผลงฤทธิ์แก้เกมส่ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี ตัวรุกความเร็วสูงลงมาขยับมิติเกมรุก และเป็นมาร์ติเนลลีที่สวมบทฮีโร่ตะบันประตูชัยพังกำแพงเกมรับของญี่ปุ่นเข้าไปซุกก้นตาข่าย ช่วยให้บราซิลพลิกแซงชนะ 2-1 โดยอันเชล็อตติให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า "เราต้องการเติมความสดใหม่ลงไปเพราะมาร์ติเนลลีเป็นนักเตะที่มีความดุดันและพลังงานสูงมาก เมื่อเขาลงสนามเขามักจะโชว์ฟอร์มได้ในระดับท็อปเสมอ"
ทว่าในเกมนี้นักเตะระดับตำนานอย่าง เนย์มาร์ ที่เพิ่งหายเจ็บน่องขวากลับมาลงเล่นได้ 14 นาทีในนัดก่อน ไม่ถูกส่งลงสนามในเกมนี้เนื่องจากอันเชล็อตติมองว่าทีมยังสามารถควบคุมสถานการณ์และเอาชนะได้โดยไม่ต้องเสี่ยงใช้งาน