เนชั่นทีวี

ข่าว

ช็อกโลก! ปารากวัยดวลจุดโทษสยบเยอรมนีลิ่วรอบ 16 ทีมบอลโลก

30 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

ช็อกโลก! ปารากวัยดวลจุดโทษสยบเยอรมนีลิ่วรอบ 16 ทีมบอลโลก

พลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 ปารากวัยดวลจุดโทษชนะเยอรมนี 4-3 หลังเสมอในเวลา 1-1 ส่งอดีตแชมป์โลก 4 สมัยตกรอบอย่างช็อกโลก

พลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 ปารากวัยดวลจุดโทษชนะเยอรมนี 4-3 หลังเสมอในเวลา 1-1 ส่งอดีตแชมป์โลก 4 สมัยตกรอบอย่างช็อกโลก

KEY

POINTS

  • ปารากวัยสร้างประวัติศาสตร์เอาชนะเยอรมนีในการดวลจุดโทษ 4-3 หลังเสมอกัน 1-1 ในเวลา 120 นาที ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกได้สำเร็จ
  • ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ปารากวัยเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถเอาชนะเยอรมนีในการดวลจุดโทษฟุตบอลโลก
  • เยอรมนีถูก VAR ริบประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่ โจนาธาน ทาห์ จะยิงจุดโทษพลาดในรอบซัดเด้นเดธซึ่งเป็นคนตัดสิน
  • ผลการแข่งขันนัดนี้ถือเป็นการล้างแค้นของปารากวัยที่เคยพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีในรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกเมื่อปี 2002

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ประจำวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ สนามในเมืองฟอกซ์โบโร รัฐแมสซาชูเซตส์ ใกล้กับกรุงบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดการล็อกถล่มครั้งมโหฬารที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์ เมื่อทัพ "อัลบิร็อคฆา" ทีมชาติปารากวัย สร้างปาฏิหาริย์โค่นยักษ์ใหญ่ทัพ "อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ในการดวลจุดโทษตัดสิน 4-3 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

 

"เอ็นซิโซ" โขกนำก่อน "ฮาแวร์ตซ์" ซัดคืน - VAR ริบประตูนาทีทองอินทรีเหล็ก

การแข่งขันในครึ่งแรก เยอรมนีเป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่มากถึง 78% แต่กลับประสบปัญหาในการเจาะแนวรับที่จัดวางมาอย่างหนาแน่นแบบ 4-5-1 ของปารากวัย จนกระทั่งนาทีที่ 42 ปารากวัยได้จังหวะสวนกลับและพังประตูนำ 1-0 จากการประสานงานอันยอดเยี่ยมเมื่อ มิเกล อัลมิรอน จ่ายบอลด้วยซ้ายทะลุช่องให้ มาตีอัส กาลาร์ซ่า ก่อนจะครอสบอลข้ามไปให้ ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ ที่ยืนโล่งไร้ตัวประกบเทกตัวโหม่งผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ เข้าไปอย่างเฉียบคม

เข้าสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 52 เยอรมนีตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เปิดบอลเข้ามาให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ โขกเปลี่ยนทางเปลี่ยนทางพุ่งผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป หลังจากนั้นเกมยืดเยื้อไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ในนาทีที่ 102 เยอรมนีเกือบได้เฮเมื่อ โจนาธาน ทาห์ ส่งลูกหนังซุกก้นตาข่ายจากลูกเตะมุมของ นาธาเนียล บราวน์ ทว่าผู้ตัดสินเช็กภาพย้อนหลังพิจารณาจาก VAR แล้วริบประตูคืน เนื่องจาก วัลเดมาร์ อันตอน ไปเจตนาผลัก ออร์ลันโด้ กิลล์ นายทวารปารากวัยล้มลงไปกองกับพื้นก่อน ทำให้จบ 120 นาทีเสมอกัน 1-1

ช็อกโลก! ปารากวัยดวลจุดโทษสยบเยอรมนีลิ่วรอบ 16 ทีมบอลโลก

ดวลเป้ามหากาฬ ปารากวัยจารึกประวัติศาสตร์

ในช่วงดวลจุดโทษตัดสิน ทั้งสองทีมผลัดกันยิงอย่างกดดัน โดย มานูเอล นอยเออร์ เกือบสวมบทฮีโร่เซฟลูกยิงของ ฟาเบียน วัลบูเอน่า ไว้ได้ ซึ่งหากลูกนั้นเข้าปารากวัยจะชนะทันที ทว่าในช่วงซัดเด้นเดธ โจนาธาน ทาห์ ปราการหลังเยอรมนีกลับตะบันบอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าผิดหวัง เปิดโอกาสให้ โฆเซ่ คานาเล่ กองหลังปารากวัยที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกในทัวร์นาเมนต์นี้แทนที่ โอมาร์ อัลเดเรเต้ ที่บาดเจ็บ ก้าวเข้ามายิงผ่านมือนอยเออร์เข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้ปารากวัยชนะไป 4-3

ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลให้ปารากวัย จารึกชื่อเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่สามารถเอาชนะเยอรมนีในการดวลจุดโทษได้สำเร็จ ทำลายสถิติอันแข็งแกร่งของอินทรีเหล็กที่เคยชนะมา 6 ครั้งติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 1976 อีกทั้งปารากวัยซึ่งรั้งอันดับ 41 ของโลกยังกลายเป็นทีมรองบ่อนตามอัตราต่อรองที่คว้าชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลกหนนี้

ส่วนเยอรมนีทีมอันดับ 10 ของโลกต้องตกรอบน็อกเอาต์นัดแรกหลังจากตกรอบแบ่งกลุ่มมาสองครั้งซ้อน โดย ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือเยอรมนีให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ด้วยความผิดหวังว่า "ผลงานแบบนี้มันไม่ดีพอสำหรับฟุตบอลเยอรมัน" ขณะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ยอมรับว่าทีมเจองานยากลำบากในการสร้างสรรค์โอกาสและคุมจังหวะเกม

ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือทีมชาติเยอรมนี

ฉลองชัยสนั่นเมืองหลวง พลิกปูมล้างตาแค้นเก่ารอบ 24 ปี

ภายหลังสิ้นสุดเสียงนกหวีด แฟนบอลชาวปารากวัยพากันหลั่งไหลออกมาฉลองชัยชนะบนท้องถนนในกรุงอาซุนซีโอนอย่างบ้าคลั่ง ทั้งกระโดด กอดกัน และหลั่งน้ำตาด้วยความเหลือเชื่อพร้อมเสียงเปิดเพลงประจำทีม "Soy Albirrojo" ดังสนั่นเมือง ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นการล้างตาครั้งสำคัญในรอบเกือบ 24 ปี หลังจากปารากวัยเคยแพ้เยอรมนี 0-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2002

ก่อนหน้านี้ปารากวัยผ่านเข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับ 3 ของกลุ่ม D (แพ้สหรัฐฯ 1-4, ชนะตุรกี 1-0 ทั้งที่เหลือนักเตะ 10 คน และเสมอออสเตรเลีย 0-0) สำหรับสถานีต่อไปในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ปารากวัยจะเดินทางไปลงสนาม ณ เมืองฟิลาเดลเฟียในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ โดยจะรอพบผู้ชนะระหว่างฝรั่งเศสหรือสวีเดน ซึ่งหากพวกเขาสร้างปาฏิหาริย์ชนะได้อีกครั้งในวันครบรอบ 250 ปีวันชาติสหรัฐฯ จะได้สิทธิ์บินกลับมาลงเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่สนามฟ็อกซ์โบโรแห่งนี้ในวันที่ 9 กรกฎาคม

แฟนบอลปารากวัยเฉลิมฉลองในกรุงอาซุนซิโอนหลังจบการแข่งขัน

ข่าวล่าสุด