เมสซีระเบิดแฮตทริกทาบสถิติโคลเซ่ พาอาร์เจนตินาถล่มแอลจีเรีย
17 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

ลิโอเนล เมสซี จารึกประวัติศาสตร์ซัดแฮตทริกแรกในฟุตบอลโลกเทียบเท่าสถิติมิโรสลาฟโคลเซ นำทัพอาร์เจนตินาถล่มแอลจีเรียขาดลอย 3-0 นัดเปิดฉากป้องกันแชมป์โลก
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

ลิโอเนล เมสซี จารึกประวัติศาสตร์ซัดแฮตทริกแรกในฟุตบอลโลกเทียบเท่าสถิติมิโรสลาฟโคลเซ นำทัพอาร์เจนตินาถล่มแอลจีเรียขาดลอย 3-0 นัดเปิดฉากป้องกันแชมป์โลก
KEY
POINTS
สำนักข่าวเอพีรายงานผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 นัดเปิดสนามกลุ่มเจ ณ สนามแอร์โรว์เฮด สเตเดียม เมืองแคนซัสซิตี ประเทศสหรัฐอเมริกา ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ระเบิดฟอร์มเก่งซัดแฮตทริกแรกของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมพาทัพทัพฟ้าขาวถล่มเอาชนะทีมชาติแอลจีเรียขาดลอย 3-0 เริ่มต้นเส้นทางป้องกันแชมป์โลกได้อย่างสวยหรู โดยทั้ง 3 ประตูในแมตช์นี้ส่งผลให้เมสซีผงาดทำสถิติยิงประตูในฟุตบอลโลกรวม 16 ลูก เทียบเท่ากับมิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมนีในฐานะดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้นขึ้น ดาวยิงวัยใกล้ครบ 39 ปีในสัปดาห์หน้า เผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring) จากการลงเล่นให้ต้นสังกัดอินเตอร์ ไมอามี จนทำให้แฟนบอลกังวลเรื่องสภาพความฟิต ทว่าเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัย แสดงให้เห็นว่าไร้ปัญหาทางร่างกายอย่างสิ้นเชิง โดยเกมนี้เจ้าตัวได้รับบอลส่งต่อสุดสวยจาก โรดริโก เด ปอล เพื่อนร่วมทีมอินเตอร์ ไมอามี ก่อนจะซัดประตูแรกตั้งแต่ช่วงต้นเกม ประตูที่สองตามมาในช่วงต้นครึ่งหลัง และปิดท้ายด้วยประตูแฮตทริกอย่างงดงามก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องจากแฟนบอลนับหมื่นที่สวมเสื้อหมายเลข 10 เข้ามาชมเกม
ความมหัศจรรย์ของแฮตทริกในแมตช์นี้ เกิดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 20 ปีเต็มพอดี นับตั้งแต่ที่เมสซีลงสนามเปิดตัวในฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2006 ในเกมพบกับเซอร์เบียและมอนเตเนโกร ซึ่งในเกมนั้นเขาก็ทำประตูได้เช่นกัน ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำประตูได้ในฟุตบอลโลกถึง 5 สมัย และเป็นการทำประตูในฟุตบอลโลกติดต่อกันเป็นนัดที่ 5 ของเจ้าตัวอีกด้วย
แฮตทริกดังกล่าวถือเป็นแฮตทริกครั้งที่ 61 ในอาชีพการค้าแข้งของเมสซี และเป็นครั้งที่ 11 ในสีเสื้อทีมชาติอาร์เจนตินา นอกจากนี้ การลงสนามพบแอลจีเรียยังเป็นเกียรติยศนัดที่ 200 ในการรับใช้ชาติของเขานับตั้งแต่เริ่มต้นในปี 2005 ด้วยวัย 18 ปี โดยในปัจจุบันมีเพียง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของโปรตุเกส (228 นัด) และ บาเดอร์ อัล-มูตาว่า ของคูเวต (202 นัด) เท่านั้นที่มีสถิติจำนวนนัดมากกว่าเขา โดยเมสซีและโรนัลโด้เป็นเพียงสองผู้เล่นในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลกถึง 5 สมัย
ด้าน ลิโอเนล สกาโลนี ผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนตินา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงความชื่นชมกัปตันทีมรายนี้ว่า
"ผมไม่มีคำไหนจะอธิบายเกี่ยวกับเลโอได้อีกแล้ว จะให้ผมพูดอะไรได้อีก? เขาช่างน่าเหลือเชื่อ ทุกคนในโลกฟุตบอลต่างต้องการเห็นเขาลงเล่นและมีความสุขไปกับมัน"
ผลงานอันร้อนแรงของเมสซีในนัดนี้ ได้บดบังรัศมีของสองซูเปอร์สตาร์รุ่นน้องที่ทำผลงานได้ดีในวันเดียวกัน โดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ซัดสองประตูพาทัพตราไก่ชนะเซเนกัล 3-1 ขยับสถิติขึ้นมาอยู่ที่ 14 ประตูในฟุตบอลโลก รั้งอันดับ 4 ร่วมของดาวยิงสูงสุดตลอดกาล ขณะที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงฟอร์มดุซัดสองประตูพานอร์เวย์ถล่มอิรัก 4-1 ซึ่งหลังจบเกม ฮาลันด์ ถึงกับต้องโพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันสแนปแชต (Snapchat) ยอมรับในความเหนือชั้นว่า "เมสซีมันคนบ้าชัดๆ"
บรรยากาศในเมืองแคนซัสซิตี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เมืองที่เป็นฐานเก็บตัวของทีมชาติอาร์เจนตินา ถูกครอบงำด้วยกระแส "เมสซี-มาเนีย" (Messi-mania) ตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ทีมแชมป์โลกเดินทางมาถึง โดยในวันแข่งขันแฟนบอลจำนวนมากได้ร้องเพลงสรรเสริญฮีโรจากเมืองโรซาริโอรายนี้ตลอดทางเข้าสู่สนาม ขณะที่บรรยากาศการจัดกิจกรรม Watch Party ที่ย่านพาวเวอร์ แอนด์ ไลท์ ดิสทริกต์ ในตัวเมือง เกิดภาพสร้างสีสันเมื่อ เจมิส วินสตัน อดีตผู้เล่นควอเตอร์แบ็ก NFL ที่ผันตัวมาเป็นผู้ดำเนินรายการช่องฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ ได้นำ "แพะ" (GOAT) สวมเสื้อทีมชาติอาร์เจนตินาขึ้นมาบนเวที ซึ่งภาพล้อเลียนขำขันดังกล่าวกลายเป็นการทำนายอนาคตที่แม่นยำ และตอกย้ำข้อพิสูจน์ที่ว่าข้อถกเถียงเรื่องตำแหน่ง GOAT (Greatest of All Time) หรือผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของโลกฟุตบอล กำลังจะหมดไปทุกครั้งที่ชายคนนี้ลงเล่นในฟุตบอลโลก