เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะลึกกลุ่มเจ "เวิลด์คัพ 2026" ฟ้าขาวแชมป์เก่าชนแอลจีเรีย-ออสเตรีย

07 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

เจาะลึกกลุ่มเจ "เวิลด์คัพ 2026" ฟ้าขาวแชมป์เก่าชนแอลจีเรีย-ออสเตรีย

วิเคราะห์พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเจ ทัพฟ้าขาว อาร์เจนตินา แชมป์เก่าเตรียมเปิดฉากดวล แอลจีเรีย และ ออสเตรีย ท่ามกลาง จอร์แดน ชาติน้องใหม่ร่วมแจม

ฟุตบอลโลก 2026 ขยับเข้าสู่การวิเคราะห์เจาะลึกพรีวิวของ "กลุ่มเจ" กลุ่มที่ถูกจับตามองจากแฟนบอลทั่วโลกมากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่พกดีกรีแชมป์โลกครั้งล่าสุดเดินทางมาป้องกันบัลลังก์ โดยกลุ่มนี้ประกอบด้วย อาร์เจนตินา, แอลจีเรีย, ออสเตรีย และจอร์แดน ซึ่งทัพฟ้าขาวคือเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์กลุ่มไปครองได้อย่างสบาย ขณะที่โควตาตั๋วใบที่สองจะเป็นการขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นระหว่างตัวแทนจากแอฟริกาและยุโรป

เจาะลึกกลุ่มเจ "เวิลด์คัพ 2026" ฟ้าขาวแชมป์เก่าชนแอลจีเรีย-ออสเตรีย

1. ทีมชาติอาร์เจนตินา: "Last Dance" ของลิโอเนล เมสซี่ กับภารกิจป้องกันแชมป์โลก

ทัพ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์โลกปี 2022 เดินทางมาลุยศึกฟุตบอลโลกหนนี้ในฐานะหนึ่งในเจ็ดชาติมหาอำนาจลูกหนังที่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์โลก โดยพวกเขาสร้างผลงานสุดโหดด้วยการคว้าแชมป์รอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ (CONMEBOL) แบบทิ้งห่างอันดับสองถึง 9 คะแนน

ในศึกครั้งนี้สปอตไลท์ทุกดวงส่องไปที่ ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์วัย 38 ปี ที่กลับมารับใช้ชาติในฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายในชีวิต หรือ "Last Dance" เพื่อหวังพาทีมสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติที่สามต่อจากอิตาลีและบราซิลที่ป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ

อาร์เจนตินาอยู่ภายใต้การคุมทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี่ ที่รับตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2018 และพาทีมคว้าแชมป์โลก 1 สมัย และโกปา อเมริกา อีก 2 สมัย โดยสกาโลนี่มักใช้แทกติกในระบบ 4-4-2 ที่เน้นโครงสร้างเกมรับที่เหนียวแน่นและแดนกลางที่ขับเคลื่อนได้อย่างทรงพลัง

แม้ว่าทีมชุดนี้จะมีอายุเฉลี่ยของผู้เล่นที่ค่อนข้างสูง (เป็นทีมที่อายุเฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในทัวร์นาเมนต์) แต่ทดแทนด้วยซูเปอร์สตาร์ระดับท็อป นำโดย เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูจอมหนึบ, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่เล่นได้สารพัดตำแหน่งในแดนกลาง และ ลิโอเนล เมสซี่ ที่แม้ความเร็วจะลดลงตามวัย แต่ทักษะ จังหวะจ่ายบอล และการจบสกอร์ยังคงเฉียบคมเหมือนเดิม

เจาะลึกกลุ่มเจ "เวิลด์คัพ 2026" ฟ้าขาวแชมป์เก่าชนแอลจีเรีย-ออสเตรีย

2. ทีมชาติแอลจีเรีย: ขุนพลทะเลทรายที่พร้อมงัดระบบ "รับแล้วโต้" หวังสั่นสะเทือนเวทีโลก

ทัพ "นักรบทะเลทราย" ทีมชาติแอลจีเรีย หนึ่งในยอดทีมแกร่งจากทวีปแอฟริกา สามารถตีตั๋วกลับมาลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 โดยพวกเขาทำผลงานในรอบคัดเลือกโซนแอฟริกาได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัยชนะได้ถึง 8 จาก 10 นัด และปราชัยไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น

ทีมชุดนี้อยู่ภายใต้การนำทัพของ วลาดิเมียร์ เพตโควิช เฮดโค้ชจอมแทกติกที่เพิ่งพาทีมทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ (AFCON) หนล่าสุด โดยเพตโควิชมักจัดทัพในระบบ 4-2-3-1 เน้นสไตล์การเล่นตั้งรับให้เหนียวแน่นในแดนหลังแล้วเปิดเกมบุกสวนกลับเร็ว (Sit-and-counter) ขุมกำลังหลักนำทัพโดย ไอซา มานดิ ปราการหลังจอมเก๋าผู้รับหน้าที่จัดระเบียบแนวรับ, ฟาเรส ชัยบี มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 23 ปีที่มีศักยภาพสูงในการเล่นทั้งตัวรับและตัวรุก และที่สำคัญคือ ริยาด มาห์เรซ อดีตปีกแชมป์พรีเมียร์ลีกวัย 35 ปี ซึ่งเป็นกัปตันทีมและหัวใจสำคัญในแนวรุกที่ทีมจะขาดไม่ได้

เจาะลึกกลุ่มเจ "เวิลด์คัพ 2026" ฟ้าขาวแชมป์เก่าชนแอลจีเรีย-ออสเตรีย

3. ทีมชาติออสเตรีย: แทกติก "เกเก้นเพรสซิ่ง" ยุคใหม่ ภายใต้การนำของ ราล์ฟ รังนิก

ทัพทีมชาติออสเตรีย สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานถึง 28 ปีเต็ม หลังสามารถเบียดชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2 คะแนนในรอบคัดเลือกโซนยุโรป คว้าตั๋วกลับคืนสู่เวทีฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในศตวรรษนี้ (นับตั้งแต่ปี 1998) นักวิเคราะห์ประเมินว่าออสเตรียชุดนี้พร้อมที่จะสวมบทบาทม้ามืดอันตรายที่ทุกทีมในกลุ่มห้ามมองข้ามเด็ดขาด

ออสเตรียขยับเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูภายใต้การทำทีมของ ราล์ฟ รังนิก ปรมาจารย์ฟุตบอลผู้ปฏิวัติระบบ "เกเก้นเพรสซิ่ง" (Gegenpressing) ที่เข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2022 และช่วยจุดประกายเกมรุกให้ออสเตรียได้อย่างทรงพลัง ขุมกำลังชุดนี้มี ดาวิด อลาบา กองหลังกัปตันทีมวัย 33 ปีคอยบัญชาการเกมรับ (แม้ต้องเช็กสภาพร่างกายจากอาการบาดเจ็บ) โดยมี มาร์เซล ซาบิตเซอร์ มิดฟิลด์ห้องเครื่องคนสำคัญทำหน้าที่เชื่อมเกมระหว่างแดนหลังและแดนหน้า และมี มาร์โก อาร์เนาโตวิช กองหน้าดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของชาติคอยล่าตาข่าย ซึ่งรังนิกตั้งเป้าที่จะเก็บชัยชนะในเกมที่ระนาบเดียวกันเพื่อตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

เจาะลึกกลุ่มเจ "เวิลด์คัพ 2026" ฟ้าขาวแชมป์เก่าชนแอลจีเรีย-ออสเตรีย

4. ทีมชาติจอร์แดน: ชาติน้องใหม่กับการประเดิมสนามบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ทัพทีมชาติจอร์แดน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่ประเทศด้วยการผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคม โดยพวกเขาหักปากกาเซียนคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มในโซนเอเชีย เฉือนชนะอิรักไปเพียงคะแนนเดียวเท่านั้นจากการขยายโควตาทัวร์นาเมนต์เป็น 48 ทีม

จอร์แดนคุมทัพโดย จามาล เซลลามี เฮดโค้ชที่เข้ามาปรับระเบียบวินัยและระเบียบเกมรับนับตั้งแต่วันที่ปี 2024 โดยจอร์แดนจะลงสนามในระบบ 3-4-3 ที่เน้นความสามัคคีและระบบทีมเวิร์กเป็นหลัก ขุมกำลังที่น่าจับตามองนำโดย เอห์ซาน ฮัดดาด แบ็กขวากัปตันทีมจอมลุย, นูร์ อัล-ราวับเดห์ มิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ผู้เป็นเหมือนเครื่องยนต์ในแดนกลาง และ อาลี โอลวาน กองหน้าฮีโร่ผู้พังแฮตทริกพาทีมผ่านเข้ารอบคัดเลือก โดยเป้าหมายของจอร์แดนในทัวร์นาเมนต์นี้คือการลงสนามเล่นด้วยความสนุก ไร้ความกดดัน และตั้งเป้าพังประตูแรกหรือเก็บแต้มแรกประวัติศาสตร์ให้ได้

 

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเจ (เวลาประเทศไทย)

นัดแรก (แข่งขันเช้าตรู่วันพุธที่ 17 และเช้าตรู่วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน)

  • อาร์เจนตินา พบ แอลจีเรีย | วันพุธที่ 17 มิ.ย. เวลา 08.00 น. (เช้า) | สนาม จีอีเอ็มเอ ฟิลด์ (แคนซัส ซิตี้)
  • ออสเตรีย พบ จอร์แดน | วันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. เวลา 11.00 น. (ก่อนเที่ยง) | สนาม ลีวายส์ สเตเดียม (ซานตา คลารา)

นัดที่สอง (แข่งขันเช้ามืดวันอังคารที่ 23 มิถุนายน)

  • อาร์เจนตินา พบ ออสเตรีย | วันอังคารที่ 23 มิ.ย. เวลา 00.00 น. (เที่ยงคืน) | สนาม เอทีแอนด์ที สเตเดียม (อาร์ลิงตัน)
  • จอร์แดน พบ แอลจีเรีย | วันอังคารที่ 23 มิ.ย. เวลา 10.00 น. (เช้า) | สนาม ลีวายส์ สเตเดียม (ซานตา คลารา)

นัดที่สาม (แข่งขันเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน) ลงสนามพร้อมกัน

  • แอลจีเรีย พบ ออสเตรีย | วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. เวลา 09.00 น. (เช้า) | สนาม จีอีเอ็มเอ ฟิลด์ (แคนซัส ซิตี้)
  • จอร์แดน พบ อาร์เจนตินา | วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. เวลา 09.00 น. (เช้า) | สนาม เอทีแอนด์ที สเตเดียม (อาร์ลิงตัน)