น.ส.รัชนก กล่าวว่า เรื่องนี้มีการสอบถามว่ายังมีการโฆษณาว่า 20 กันยายน ซึ่งได้คำตอบว่าต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการที่จะประกาศว่าจะเป็นวันที่ 20 กันยายน เพราะตอนนี้เป็นเพียงแค่มีการพูดคุยกันในมติของคณะกรรมการ แต่ยังไม่ได้เอาเข้าที่ประชุม ครม. แต่อย่างใด ซึ่งเราไม่ทราบว่าในสัปดาห์หน้า ซึ่งวันอังคารเป็นวันหยุด จะประชุมเรื่องนี้กันมีวันเดียวได้เท่านั้น คือวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม ซึ่งจริงๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีมติ ครม. ให้ขยับเวลาตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่
หากไม่มีมติ ครม. ออกมา จะทำให้ประชาชนตกหล่นอีกเป็นจำนวนมากเพราะไปยื่นทบทวนสิทธิ์ไม่ทัน เป็นประเด็นที่สำคัญมาก การที่รัฐบาลทำแบบนี้เป็นการซ้ำเติมความจนของประชาชนไปอีก เพราะหลายบ้านต้องเดินทางมาไกลในการยื่นอุทธรณ์ หลายหน่วยงานที่เขาต้องไปติดต่อ ซึ่งเป็นภาระให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก
"ทางรัฐบาลท่านทำไปตามเสียงบ่นด่าของประชาชน เพราะประชาชนด่าทีท่านก็ออกมาปรับที ท่านจะเอาอย่างไร เอาให้แน่ชัด ดิฉันเสนอว่าให้ท่านชะลอไปก่อนได้หรือไม่ จำนวน 9 ล้านกว่าคน ที่เคยได้รับสิทธิ์ท่านชะลอและยืดระยะขยายเวลาให้เขาได้มีเวลาในการยื่นทบทวนสิทธิ์ได้หรือไม่ เพราะประชาชนรอฟังคำตอบจากท่าน เมื่อวานก็ให้ความหวังว่าจะมีการประชุม ครม. ในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่มี ดิฉันก็รออยู่เหมือนกันว่าในที่ประชุมจะมีรายละเอียดเรื่องการปรับเงื่อนไขหรืออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างไร ท่านบอกว่าท่านจะให้ท้องถิ่นตั้งวันสต็อปเซอร์วิส แต่วันนี้ยังไม่เห็นคำสั่งอย่างเป็นทางการของกระทรวงมหาดไทยที่แจ้งไปยังท้องถิ่นต่างๆ" น.ส.รัชนก กล่าว
น.ส.รัชนก กล่าวอีกว่า ที่สร้างความสับสนให้กับประชาชนในเรื่องของวันที่ยื่นอุทธรณ์ ท่านต้องการให้คน 9 ล้านกว่าคนยื่นทบทวนสิทธิ์ไม่ทันใช่หรือไม่ หากไม่มีเงินก็ยอมรับตรงๆ ว่าไม่มีเงินแล้วในวันนี้
"ท่านถังแตก ท่านก็พูดเลยว่าท่านถังแตก เพราะกลายเป็นภาพหลอกลวงประชาชนแบบนี้ 9 ล้านคน ดิฉันเชื่อว่ามีคนจำนวนมากไปยื่นไม่ทัน เพราะด้วยความเข้าใจผิดในเรื่องของวันที่สับสน อาจจะตกหล่นลงไป เท่ากับว่าลดจำนวนคนที่ได้รับสิทธิ์ลดลง จึงอยากฝากไปยังรัฐบาลว่า ดิฉันขอร้องให้ท่านกลับไปทบทวนก่อน แล้วยังคงสถานะเดิมให้กับคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด" น.ส.รัชนก กล่าว
ด้านนายณัฐชา กล่าวว่า จากประเด็นเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีประชาชนผู้ที่เคยถือบัตรคนจนต้องหลุดพ้นจากความยากจน แน่นอนว่าหากเขารวยขึ้นจะไม่ปฏิเสธเลย แต่วันนี้ท่านกำลังยัดเยียดข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เราจะเห็นได้ชัดว่า กมธ.สวัสดิการสังคม ได้เชิญสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ตัวแทนจากปลัดกระทรวงการคลัง มาพูดคุยในชั้น กมธ. ซึ่งเราได้พบว่ามีข้อมูลจาก 54 หน่วยงาน ที่บูรณาการร่วมกันเป็นฐานข้อมูลที่จะนำมาคัดกรองผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ 54 หน่วยงานนั้น เป็นหน่วยงานที่มีฐานข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยนไปจากข้อมูลเดิม สะท้อนว่างบประมาณในแต่ละปีที่ให้ไปยัง 54 หน่วยงานนี้ โดยมีการอ้างว่าเป็นฐานข้อมูลกลาง ระบบการจัดเก็บข้อมูล หรือการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่เมื่อจะบังคับใช้ขึ้นมา ก็เริ่มเกิดปัญหาขึ้นทันที
นายณัฐชา กล่าวว่า เราเห็นได้ชัดว่าจะมีประชาชนหลายคนที่บอกว่าข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐกับความเป็นจริงของเขาไม่เป็นความจริง ไม่อัปเดต ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจึงตอบกับที่ประชุม กมธ. ว่า เตรียมที่จะส่งต่อให้กับทางกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้านในการที่จะรับจบทั้งหมด เป็นวันสต็อปเซอร์วิส และจะให้ประชาชนเซ็นใบมอบอำนาจให้กับผู้ใหญ่บ้านไปอุทธรณ์แทน ซึ่งเราเสียงบประมาณแอปพลิเคชัน ระบบคลาวด์กลาง บุคลากรไปไม่รู้เท่าไหร่ แต่สุดท้ายเมื่อเกิดเหตุจะต้องใช้งานจริง ก็วนกลับไปยุคหิน คือมอบหมายภารกิจให้กับหน่วยงานในชุมชน ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านแบกรับภารกิจ โดยการสั่งไปอย่างเดียว ไม่มีงบประมาณหรือภารกิจงาน สั่งกำนันผู้ใหญ่บ้านอย่างเดียว ทุกอย่างโยนไปให้กำนันผู้ใหญ่บ้านแบกรับหมด
นายณัฐชา กล่าวว่า ใน 54 หน่วยงานไม่มีฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน จึงต้องบูรณาการร่วมกันในการอุทธรณ์รูปแบบใหม่ แต่ให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ คือกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำในแต่ละท้องถิ่นไปดำเนินการแทนได้ รัฐบาลจะทำแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลกำลังซ้ำเติมความยากจน กระบวนการอะไรก็แล้วแต่ที่คิดมาไม่รอบคอบหรือไม่รอบด้าน เมื่อบังคับใช้ไปแล้วกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง ที่ลำบากมากที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะมอบภารกิจอะไร ก็จะเกิดความสูญเสีย ประชาชนกังวลว่าจะถูกตัดสินจากโครงการนี้ เร่งรีบเดินทางมาเพื่อยืนยันตัวตน หรือบางกรณีที่ถึงแม้ไม่เกิดความสูญเสีย แต่อาจจะอยู่ในสถานะที่ตายทั้งเป็น คือยังมีชีวิตอยู่แต่ยังคงหวาดวิตกกังวลว่าสุดท้ายแล้วรัฐไทยจะดูแลเขาอย่างไร
"คน 9 ล้านกว่าคนนอนไม่หลับ ตุ่มๆ ต่อมๆ สส. ภูมิใจไทยหลายคนออกโปสเตอร์เหมือนกันหมดทุกคน บอกว่าภายในวันที่ 20 กันยายน แต่หากไปสังเกตดู ทุกแผ่นจะมีหมายเหตุดอกจันทน์อยู่ด้านล่าง เขียนว่าวันที่ 20 กันยายน ต้องรอมติ ครม. ก่อน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ครม. ว่าอย่างไรไม่รู้ แต่ สส. ภูมิใจไทยบอกไปแล้วว่าวันที่ 20 กันยายน ฉะนั้น วันนี้มติ ครม. ยังไม่มีอะไรรองรับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสำนักปลัดกระทรวงการคลังยืนยันกับเราชัดเจนว่า วันนี้ยังปฏิบัติหน้าที่เดดไลน์คือวันที่ 31 กรกฎาคม ความสับสนตรงนี้รัฐบาลกำลังเพิ่มเติมความเดือดร้อนให้กับประชาชน รัฐบาลทำไปเพื่ออะไร วันนี้กระเบียดกระเสียรกับคนยากคนจน แต่ไม่เคยกระเบียดกระเสียรกับถนนหนทางที่ไปสร้างแล้วไม่มีคนขับรถ ไม่เคยไปกระเบียดกระเสียรสำนักงานที่สร้างขึ้นมาแล้วไม่มีคนทำงาน หรือไม่เคยกระเบียดกระเสียรกับการเช่ารถใหม่ปีหนึ่งเกือบหมื่นล้านบาท ปล่อยให้หน่วยงานใช้เอาๆ แต่งบประมาณกับคนยากคนจนกลับบอกว่าตังค์หมดแล้ว ไม่มีตังค์แล้ว เกิดอะไรขึ้น" นายณัฐชา กล่าว
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า หากยังคิดไม่เสร็จ ไม่รอบด้าน หรือไม่จบ หยุดตรงนี้ ไปดำเนินการก่อน 54 หน่วยงานต้องไปทำใหม่ พิสูจน์คนรวยให้เสร็จ ที่เหลือคือคนยากคนจน เอาตัวเลขตรงนี้ไปช่วยเขาและดูว่าเขาต้องการอะไร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกระทรวงการคลังก็บอกเองว่า ถึงแม้ว่าจะขยายไปวันที่ 20 กันยายน ก็ไม่ทราบว่าจะจบเรื่องนี้ได้หรือไม่ รัฐบาลจะยังดันทุรัง เดินหน้าต่อไปเพิ่มความลำบากให้กับประชาชนอีกหรือ ฉะนั้น อยากเรียกร้องไปยังผู้มีอำนาจฝ่ายบริหารจริงๆ ว่าหยุดซ้ำเติมกลุ่มที่เปราะบางที่สุด ประชาชนหลายคนส่งเสียงสะท้อนมา เชื่อว่า สส. พรรคร่วมรัฐบาลก็ได้รับเสียงสะท้อนมาเช่นเดียวกัน ท่านไปบอกหัวหน้าท่านด้วย หากดันทุรังต่อพังแน่นอน