เนชั่นทีวี

ข่าว

"โรม" ซัด "ภท." ใจกว้างหน่อย! ลั่น ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร?

22 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

"โรม" ซัด "ภท." ใจกว้างหน่อย! ลั่น ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร?

"โรม" ซัด ภท.ใจกว้างหน่อย ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร อำนาจอยู่ในมือ หลังเตรียมฟ้อง "ไอลอว์" เปิดข้อมูลนักการเมือง "เอี่ยวคดีฮั้ว สว.

"โรม" ซัด ภท.ใจกว้างหน่อย ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร อำนาจอยู่ในมือ หลังเตรียมฟ้อง "ไอลอว์" เปิดข้อมูลนักการเมือง "เอี่ยวคดีฮั้ว สว.

KEY

POINTS

  • 'โรม' ซัด ภท.ใจแคบเตรียมฟ้อง 'ไอลอว์': ติงนายกฯ และพรรคภูมิใจไทย กรณีจ่อฟ้อง 'ยิ่งชีพ' ปมยื่นหลักฐานฮั้ว สว. ชี้เป็นการฟ้องปิดปาก
  • จี้ถ้าบริสุทธิ์จริงต้องไม่กลัว เพราะอำนาจอยู่ในมือ: ยันไม่มีกฎหมายห้ามประชาชนตรวจสอบ เหน็บ "เก่งกับประชาชน แต่ต้องเก่งตรวจสอบทุจริตด้วย"
  • เตือนอย่าสร้างวัฒนธรรมเพิกเฉยต่อการโกง: ชี้หากฟ้องร้องประชาชนที่ออกมาเบาะแส จะยิ่งทำให้สังคมหมดหวัง และทำให้การตรวจสอบคอร์รัปชันในอนาคตยากขึ้น

22 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมยื่นฟ้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ที่มายื่นหลักฐานเกี่ยวกับ "คดีฮั้ว สว." ให้กับฝ่ายค้านพร้อมเปิดชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องว่า นายกรัฐมนตรี และพรรคการเมืองที่เป็นต้นสังกัด คือพรรคภูมิใจไทยคนใจกว้าง เพราะการที่เขามาร้องทุกข์และยื่นหนังสือตอนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นวิสัยที่ฝ่ายค้านสามารถที่จะตรวจสอบได้ และทุกอย่างก็ต้องว่าไปตามพยานหลักฐานการ ที่จะไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเราไม่รู้ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่ก็ได้แต่หวังว่า ไม่ใช่ไปปิดปาก เพราะการทำแบบนี้จะทำให้เรื่องทั้งหลายเลวร้ายลง

"ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ก็ควรจะใจกว้าง และควรจะให้ภาคประชาชน รวมถึงฝ่ายการเมืองที่เป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างดีที่สุด ผมคิดว่ามันจะดีกว่า การออกมาดิ้นมากๆ ก็จะยิ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัยในตัวท่าน" นายรังสิมันต์กล่าว 

นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน  

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า จริงๆแล้ว นายกควรใจกว้างกับทุกเรื่อง ให้กับทุกคนที่เขากำลังทำหน้าที่ตรวจสอบนายกรัฐมนตรีและนักการเมือง เพราะในประเทศไทยไม่มีกฎหมายห้ามภาคประชาชนตรวจสอบนักการเมือง ดังนั้นการที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งตนไม่รู้ว่าเป็นการทำให้เขาหวาดกลัวการตรวจสอบหรือไม่ ก็หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น แต่การทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย ไม่ได้ทำให้การทุจริตหายไป

"ผมถามจริงๆ เถอะท่านนายกรัฐมนตรี อะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่างการปิดปากประชาชน กับการใช้อำนาจของท่านจัดการกับปัญหาการทุจริต สิ่งที่ท่านควรให้ความสำคัญควรจะเก่งจัดการกับพวกทุจริต ให้เหมือนกับที่ท่านเก่งกับประชาชนที่ตรวจสอบท่าน การที่ท่านพยายามออกมาดำเนินการปิดปาก ไม่ให้คนที่เขาตรวจสอบท่านสามารถทำได้ การทำแบบนี้ จะทำให้คนเขาอยากจะตรวจสอบการทุจริตท่านมากขึ้นหรือ และการทำแบบนี้มีแต่จะทำให้การตรวจสอบคอรัปชั่นยากขึ้น 

ท่านศุภชัย บอกว่า จิตอาสาก็ต้องได้รับบาดเจ็บ ตกลงสังคมของเราต้องอยู่กันแบบนี้หรือ ตกลงแล้วสังคมไทย ไม่ต้องมาช่วยกันในการตรวจสอบแล้วหรือ ตกลงเราจะสอนลูกหลานของเรา และจะบอกนักเรียนในโรงเรียนว่า หน้าที่พลเมืองของเรา ถ้าเจอการทุจริตคอร์รัปชัน ก็ควรเงียบเสียเราจะอยู่กันอย่างนี้หรือ" นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า คำถามที่ตนตั้งคำถามในเวลานี้มันคือการบอกพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า ตกลงแล้วเราอยากให้ประเทศของเรา คนไทยรู้สึกต่อการทุจริตหรือนิ่งเฉยต่อการทุจริต เอากันให้ชัด ถ้านายกรัฐมนตรีเชื่อว่าตัวท่านบริสุทธิ์หมดจดต่อการทุจริตคอรัปชันท่านจะกลัวอะไร ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน เพราะอำนาจรัฐอยู่ในมือท่าน ไม่มีใครไปกลั่นแกล้งท่านได้ 

ดังนั้น ถ้าจะมีการทุจริตเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ไม่ได้เกิดจากการที่ประชาชนมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ แต่ถ้าจะมีก็เป็นเพราะตัวท่านเองเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงต้องใจกว้าง มีอำนาจขนาดนี้แล้วจงใจกว้าง ให้ประชาชน และสังคมไทยหล่อหลอมวัฒนธรรมที่จะไม่ทนต่อการทุจริต และทุกคนต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นภาคพลเรือน พรรคการเมือง หรือองค์กรอิสระ

ข่าวล่าสุด