เนชั่นทีวี

ข่าว

ณัฐชา ซัดรัฐบาลถังแตก จี้เลิกบี้คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

21 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ณัฐชา ซัดรัฐบาลถังแตก จี้เลิกบี้คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ พรรคประชาชน ซัดรัฐบาลถังแตก บี้คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มภาระคนจน แนะตรวจคนรวยก่อนหั่นงบซ่อมถนน เตือนระวังวิกฤตศรัทธา

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ พรรคประชาชน ซัดรัฐบาลถังแตก บี้คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มภาระคนจน แนะตรวจคนรวยก่อนหั่นงบซ่อมถนน เตือนระวังวิกฤตศรัทธา

KEY

POINTS

  • ณัฐชา ซัดรัฐบาลถังแตก-บี้คนจน: จวกปมเพิ่มเงื่อนไขคัดกรองสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สะท้อนการบริหารงบประมาณที่ขาดประสิทธิภาพ และผลักภาระให้ผู้มีรายได้น้อยซ้ำเติมภาวะค่าครองชีพสูง
     
  • จี้เปลี่ยนวิธีคิดคัดกรองคนรวยก่อน: เสนอให้รัฐบาลใช้ฐานข้อมูลภาษีและทรัพย์สินที่มีอยู่ ตรวจสอบกลุ่มคนรวยทั้งประเทศ แทนการตั้งข้อสงสัยกับคนจน ชี้คนเกินเกณฑ์ค่อยตัดสิทธิ์ที่เหลือคือหน้าที่รัฐต้องดูแล
     
  • แนะหั่นงบสร้าง-ซ่อมถนนที่ไม่จำเป็น: จี้ทบทวนงบประมาณก่อสร้าง และปรับปรุงถนนที่ไร้ความคุ้มค่า เพื่อนำงบกลับมาเยียวยายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเร่งด่วน เตือนดื้อแพ่งระวังเจอวิกฤตศรัทธา

21 กรกฎาคม 2569 ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์นโยบายคัดกรองสิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้รัฐบาลกำลังแสดงให้เห็นถึงภาวะ งบประมาณถังแตก และบริหารงบไร้ประสิทธิภาพ แทนที่จะจัดการต้นตอปัญหา กลับผลักภาระให้คนจนต้องพิสูจน์ตัวเองซ้ำซาก พร้อมเสนอให้เปลี่ยนวิธีคิด หันไปตรวจสอบกลุ่มคนรวยทั้งประเทศแทน และเร่งหั่นงบประมาณสร้าง-ซ่อมถนนที่ไม่จำเป็น เพื่อนำเงินมาเยียวยาประชาชนด่วน


นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินนโยบายของรัฐบาล ต่อการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยตนเห็นว่า รัฐบาลกำลังแสดงให้เห็นถึงภาวะการบริหารงบประมาณ ที่ขาดประสิทธิภาพ จนหันมาเพิ่มเงื่อนไขและภาระ ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย แทนที่จะจัดการกับต้นตอของปัญหา การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ

อินโฟกราฟิกของ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

 

 

นายณัฐชา กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการสะท้อนอาการ “ถังแตกและกระเบียดกระเสียร” อย่างชัดเจน เพราะเมื่อขาดงบประมาณ กลับเลือกใช้วิธีเข้มงวดกับคนจน ทั้งที่ประชาชนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่สมควร ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐมากที่สุด  ไม่ใช่ผู้ที่ต้องถูกตั้งข้อสงสัย หรือถูกผลักภาระให้พิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“ถ้ารัฐบาลอยากเข้มงวดกับการใช้เงินภาษีของประชาชนจริง ความเข้มงวดนั้นควรถูกนำไปใช้กับงบประมาณก่อสร้าง และซ่อมแซมถนน มากกว่าจะนำมาใช้กับการตัดสิทธิ์คนจน”

 

นายณัฐชา ระบุว่า งบประมาณด้านการก่อสร้างและบำรุงรักษาถนน ในแต่ละปีมีมูลค่ามหาศาล แต่กลับพบโครงการจำนวนไม่น้อย ที่ใช้งบประมาณกับการปรับปรุงถนนที่ยังอยู่ในสภาพดี การเทแอสฟัลต์ทับถนนเดิม การรีไซเคิลผิวถนน หรือการซ่อมแซมที่ยังไม่มีความจำเป็น ซึ่งเป็นจุดที่รัฐควรตรวจสอบความคุ้มค่า และความโปร่งใสอย่างจริงจัง หากต้องการประหยัดงบประมาณของประเทศ

 

นายณัฐชา ยังแสดงจุดยืนสนับสนุนแถลงการณ์ ของคณะกรรมการเชิงประเด็นการจัดสวัสดิการเพื่อความมั่นคงของประชาชน พรรคประชาชน ที่เสนอให้รัฐบาลทบทวนแนวทางการคัดกรองสิทธิ และเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสวัสดิการ โดยย้ำว่า หน้าที่ของรัฐคือการทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ง่ายที่สุด ไม่ใช่สร้างอุปสรรคหรือขั้นตอนที่ซับซ้อน จนคนเดือดร้อนเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ

 

ในประเด็นการพิสูจน์สิทธิ์ผู้มีรายได้น้อย นายณัฐชา เสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนวิธีคิดในการคัดกรองประชาชน โดยหันไปตรวจสอบผู้มีฐานะร่ำรวยก่อน แทนที่จะเริ่มต้นจากการตั้งข้อสงสัยกับคนจน

 

“ถ้ารัฐบาลอยากพิสูจน์ อยากคัดกรองนัก ขอให้ไปพิสูจน์คนรวยให้หมดทั้งประเทศก่อน คนที่พิสูจน์แล้วว่า มีรายได้และทรัพย์สินเกินเกณฑ์ ก็ไม่ต้องรับสวัสดิการ ส่วนคนที่เหลือก็คือประชาชน ที่รัฐมีหน้าที่ต้องดูแล จะช่วยเหลือผ่านกลไกหรือสวัสดิการรูปแบบใดก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล”

 

นายณัฐชา เห็นว่า ปัจจุบันรัฐมีฐานข้อมูลด้านภาษี รายได้ ทรัพย์สิน และการถือครองสินทรัพย์ของประชาชนอยู่แล้ว หากรัฐบาลต้องการคัดกรองผู้มีฐานะจริง ก็ควรใช้ข้อมูลเหล่านั้นเป็นเครื่องมือหลัก มากกว่าการบังคับให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และเผชิญกับกระบวนการพิสูจน์สิทธิที่ยุ่งยาก ทั้งที่หลายคนมีรายได้ไม่แน่นอน และกำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

นายณัฐชา กล่าวทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลบริหารงบประมาณแล้วพบว่า มีงบประมาณไม่เพียงพอ สิ่งที่ควรทำคือการตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น งบโครงการที่ไม่มีความคุ้มค่า หรือรายจ่ายที่ไม่ได้สร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน แล้วนำงบประมาณดังกล่าว มาใช้เยียวยาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้เดือดร้อนอย่างเร่งด่วน

 

“รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชน ไม่ใช่ทำให้การเข้าถึงสวัสดิการเป็นเรื่องยากขึ้น หากยังเลือกตัดสิทธิ์คนจนแทนการปฏิรูประบบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ ความอดทนของประชาชนก็ย่อมมีขีดจำกัด และท้ายที่สุดรัฐบาลจะต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาจากประชาชนเอง”

 

 

 

ข่าวล่าสุด