svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

สรุปปมร้อน "ฝรั่งเตะหมอ" งานเข้าวิลล่าหรู บันไดรุกล้ำที่สาธารณะ

สรุปปมร้อนเกาะภูเก็ต "ฝรั่งเตะหมอ" คู่กรณีอ้างสะดุดล้ม จนเท้าไปโดนหลัง รู้สึกเสียใจและขอโทษ ด้าน นายอำเภอถลาง-ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบวิลล่าหรู พบบันไดรุกล้ำที่สาธารณะ สั่งรื้อออกภายใน 3 วัน

โลกออนไลน์วันนี้มีประเด็นร้อนสะเทือนเกาะภูเก็ต หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Chaiyachot Uttamang" โพสต์ร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาว ซึ่งเป็นคุณหมออยู่ที่ จ.ภูเก็ต ว่า ถูกชายชาวต่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์อนุรักษ์ช้างฯ ใช้เท้าเตะบริเวณกลางหลัง ที่นั่งอยู่บริเวณบันไดทางลงชายหาด โดยอ้างว่าเป็นการบุกรุก

หนำซ้ำภรรยาคนไทยของต่างชาติคนดังกล่าว ยังด่าทอลูกสาวด้วยถ้อยคำหยาบคาย อ้างว่าลูกชายเป็นตำรวจ ยิงคนตายก็ไม่ผิด และยังบอกอีกว่าลูกจักนายตำรวจใหญ่ของภูเก็ต จะเอาลูกสาวของตนเองเข้าคุกให้ได้

พ่อของคุณหมอ บอกว่า ลูกสาวของผมเป็นคนสุภาพและถ่อมตนเป็นปกติ เขียนข้อความออกมาจากร่างกายและจิตใจของเธอที่ถูกทำร้าย มีลำดับเหตุการณ์ดังนี้

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 19.30 น. เราไปกินข้าวกับเพื่อนผู้หญิงที่เป็นหมอด้วยกัน ที่ร้าน Taste Yamu หลังกินเสร็จก็ชวนกันไปเที่ยวหาดสาธารณะแถวใกล้บ้านบริเวณ Cape Yamu ปกติไปเดินเที่ยวบ่อยเนื่องจากเป็นหาดที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด และค่อนข้างปลอดภัย

ตอนเราเดินไปที่หาดกับเพื่อนเจอพี่ยามคนนึง แกก็ถามว่าเรามาดูดวงจันทร์ใช่มั้ย เพราะมันเป็นวันมาฆบูชา(ฟูลมูน) เลยตอบไปว่า ใช่ค่ะ พี่ยามก็บอกว่า ครับ เอนจอย ครับ แล้วเดินจากเราไป เรากับเพื่อนเดินดูดวงจันทร์บนชายหาดกันสักพัก รู้สึกเมื่อยและอยากนั่งพัก จึงเดินไปนั่งตรงบันไดที่ปลูกลงมาบริเวณชายหาดที่ต่อลงมาจากวิลล่า หมายเลข 23 เพราะคิดว่าเป็นบันไดของชายหาด โดยที่เท้ายังจุ่มอยู่บนพื้นทราย

ในขณะที่เรานั่งอยู่ รู้สึกเหมือนมีใครเดินมาข้างหลัง จึงหันไปพูดกับเพื่อนว่า รู้สึกเหมือนมีคนเดินมา จากนั้นพลันก็รู้สึกสะเทือนหนักหน่วงไปทั้งร่าง เมื่อได้สติก็ทำให้รู้ว่า เกิดจากหน้าแข้งที่กระหน่ำเตะลงมาที่กลางหลัง จากชายชาวต่างชาติตัวใหญ่น้ำหนักราว 100 กิโลกรัม ในสภาพหน้าแดง เหงื่อท่วม กำลังถือโทรศัพท์เพื่ออัดวิดีโอ และสบถด่าคำหยาบออกมาสารพัด เรากับเพื่อนเลยเดินไปหาพี่ยาม บนป้อมยามบนเนินข้างบน แล้วบอกว่า "พี่คะ หนูถูกทำร้ายร่างกาย" พี่ยามก็ตกใจและพาเราไปยังหน้าวิลล่า 23 ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ

ฝรั่งคนนั้นแสดงอาการโกรธ สบถคำด่าออกมาสารพัด จากนั้นภรรยาชาวไทยพร้อมแผงสร้อยเพชรเม็ดโตก็เดินออกมา ตอนนั้นเรากับเพื่อนแอบดีใจเพราะคิดว่าจะเคลียร์กันได้ แต่ประโยคแรกที่ภรรยาชาวไทยพูด ถึงกับทำให้เรากับเพื่อนสตันท์ไป เพราะเธอบอกว่า "นี่อีดอ* สองตัวนี้มานั่งอยู่หน้าบ้านกุ พวกมึ* รู้มั้ยต่อให้พวกกุ ยิงพวกมึ*ตาย กูก็ไม่ผิด เพราะลูกกูเป็นตำรวจ และรู้จักนายตำรวจใหญ่ของภูเก็ต กูจะเอาพวกมุ*เข้าคุกให้ได้ กูจะโทรหาท่านรองเดี๋ยวนี้" จากนั้นเธอก็โทรหาตำรวจยศใหญ่ของเธอว่า ให้ส่งตำรวจมา

ผ่านไปประมาณ 15 นาที มีตำรวจ 2 คนเดินมา คนหนึ่งแต่งตัวนอกเครื่องแบบ ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นตำรวจในเครื่องแบบ ตำรวจหนุ่มทั้งสองพยายามมาเจรจาเคลียร์เรื่อง หลังจากที่ตำรวจมาคุยกับเรา เราก็บอกกับตำรวจว่า เราถูกทำร้ายร่างกาย ชายชาวต่างชาติก็มาพูดกับเราว่า "อ่อเป็นชนพื้นเมือง เป็นคนไทยเหรอ รู้มั้ยชั้นไม่ได้จ่ายค่าเช่าวิลล่าเดือนละล้านบาท มาให้พวกมุ*นั่งหน้าบ้านกุ"

เราก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร หลังจากนั้น ตำรวจก็เดินมาพูดกับเราว่า ตอนนี้มันผิดกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายเราเป็นคนบุกรุกมีโทษหนักกว่าต้องติดคุก 4 ปี ฝ่ายเขาแค่ทำร้ายร่างกาย จ่ายเงินก็จบ เราเลยช็อกไป ตำรวจนายหนึ่งบอกว่าต้องเคลียร์ให้ยอมความกันให้ได้ จะได้ไม่ต้องถึงโรงพัก

เราจึงเสนอให้ 3 ทางเลือก คือ 1. ต่างคนต่างขอโทษแล้วจบ 2. ต่างคนต่างไม่ขอโทษแล้วจบ 3. ไปคุยกันที่โรงพัก ฝั่งนู้นเค้าบอกว่า "#เราขอโทษฝรั่งได้_แต่ฝรั่งจะไม่ขอโทษเรา #และเราจะต้องติดคุก"

หลังจากนั้นเราจึงไปแจ้งความที่ สภ.ถลาง หลังจากแจ้งความ เราได้ทราบชื่อของชาวต่างชาติคนนี้ ซึ่งทำให้เราช็อกมาก เพราะชายคนนี้เป็นชาวสวิส ชื่อ …  เป็นเจ้าของ … ที่เคลมว่าเค้าจะปกป้องดูแลช้างและไม่ทำร้ายช้าง แต่เค้าทำร้ายผู้หญิงค่ะ!

รบกวนขอความยุติธรรมกับเรื่องนี้ด้วยนะคะ เพราะอีกฝั่งเป็นชาวต่างชาติที่มีอิทธิพลในภูเก็ต มีข้อสังเกตว่ามีตำรวจยศใหญ่คอยช่วยเหลือดูแลอยู่เบื้องหลัง และเราคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น #ไม่สมควรมีคนไทยคนไหนโดนชาวต่างชาติทำร้ายร่างกาย #คนไทยผู้เป็นสุจริตชน #ผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินไทยค่ะ

จาก #ผู้หญิงไทยคนหนึ่งผู้ถูกชายชาวต่างชาติคนหนึ่งทำร้าย
(28 กุมภาพันธ์ 2567)

ต่างชาติคู่กรณีอ้างสะดุดล้ม แล้วเท้าไปถูกหลังคุณหมอ

เรื่องราวของคุณหมอถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะสื่อท้องถิ่นของ จ.ภูเก็ต ที่เฝ้าติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยมองว่าพฤติกรรมทำร้ายคนไทย และยังอ้างถึงตำรวจยศใหญ่ เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้

ต่อมาชายต่างชาติคู่กรณีคุณหมอ พร้อมทนายความ ได้เดินทางมาที่ สภ.ถลาง และให้สัมภาษณ์เปิดใจกับเพจ "โหดจัง จังหวัดภูเก็ต" เป็นที่แรก โดยบอกว่า "ไม่ได้เตะคุณหมอ แต่เป็นการสะดุดล้มจากบันได ทำให้เท้าไปโดนหลังคุณหมอ และตนเองรู้สึกเสียใจ อยากให้เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้"

ทนายความของชายต่างชาติรายนี้ บอกด้วยว่า มีคลิปวิดีโอที่ลูกความถ่ายเหตุการณ์ไว้ ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่า มีการถีบ หรือกระทืบคุณหมอหรือไม่ แต่ยังไม่ขอเปิดเผย ทั้งนี้ ตนเองได้ดูคลิปแล้ว มองว่าคุณหมอไม่น่าจะได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่เป็นเพียงการเห็นจากคลิปเท่านั้น เพราะตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

ขอบคุณภาพ :  เพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต

ผกก.ถลาง ยืนยันไม่รู้จักชายต่างชาติ

ส่วนความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.นิกร ชูทอง ผกก.สภ.ถลาง กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุทั้งสองฝ่ายมีการเจรจา แต่ตกลงกันไม่ได้ สายตรวจจึงแนะนำให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย และแจ้งความเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567

พ.ต.อ.นิกร ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้สนิทสนมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่มีการกล่าวอ้าง และเช้าวันนี้ (29 กุมภาพันธ์ 2567) พนักงานสอบสวนได้นัดสอบปากคำคุณหมอ ผู้เสียหาย รวมทั้งรวบรวมเอกสารใบตรวจร่างกาย และหลักฐานจากผู้เสียหาย เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

ส่วนที่มีการระบุว่า คู่กรณีคุณหมออ้างรู้จักกับนายตำรวจยศใหญ่ในพื้นที่ ผกก.สภ.ถลาง ยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับตำรวจรายใดเป็นพิเศษ คู่กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว อาจจะรู้จักตำรวจที่อื่นเป็นการส่วนตัว แต่สำหรับตนเองไม่รู้จัก เพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ที่ สภ.ถลาง

โซเชียลตั้งคำถาม บันไดวิลล่าหรู อยู่ในที่สาธารณะหรือไม่?

อย่างไรก็ตามจากประเด็นชายต่างชาติทำร้ายร่างกายคุณหมอ เพราะไปบุกรุกวิลล่าหรูของตนเองนั้น แต่จากคำยืนยันของคุณหมอที่บอกว่า เป็นเพียงการนั่งบริเวณบันไดขั้นสุดท้ายทางขึ้นวิลล่า และเท้าจุ่มทราย จึงคิดว่าจุดดังกล่าวเป็นที่ของชายหาดสาธารณะ ทำให้เพจโซเชียลต่างๆ จึงช่วยกันค้นหาข้อเท็จจริง

โดยเพจ "ชมรมSTRONGต้านทุจริตภาคใต้" โพสต์ตั้งคำถามว่าที่ดินบริเวณ Cape Yamu แหลมยามู ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นที่ดินรูปแบบใด เนื่องจากได้ค้นหารูปแปลงที่ดิน (LandsMaps) เบื้องต้นไม่เจอเอกสารสิทธิ

และยังโพสต์เอกสารเรื่องเขตประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็จะมีข้อห้ามการใช้พื้นที่ รวมทั้งการกำหนดแนวถอยร่นจากหน้าหาดไปจนถึงชายทะเล ที่ส่วนใหญ่จะต้องไม่มีการใช้ประโยชน์ที่ระยะ 30-50 เมตร รวมทั้งกำหนดเรืองความสูงของอาคาร และกิจกรรมที่กระทบต่อชายหาดด้วย

ด้าน "เพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต" เรียกร้องให้ นายอำเภอถลาง กรมที่ดิน และเทศบาลฯ ตรวจสอบการก่อสร้าง และใบอนุญาตก่อสร้าง รวมไปถึงบันไดที่เกิดเหตุด้วยว่า อยู่ในที่สาธารณะหรือไม่ จนล่าสุดวันนี้ (29 กุมภาพันธ์ 2567) นายอำเภอถลาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวิลล่าหรูดังกล่าวแล้ว

ล่าสุด "ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต Phuket Info Center" โพสต์ข้อความว่า เจ้าหน้าที่อำเภอถลางและปกครองรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบ พบบันไดดังกล่าวรุกลงในที่สาธารณะ จึงสั่งรื้อภายใน 3 วัน 

ขอบคุณข้อมูล : เพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต, ชมรมSTRONGต้านทุจริตภาคใต้, ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต Phuket Info Center