นอกจากนั้น ยังมีการใช้ระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ในการช่วยจัดการเรียนการสอน โดยได้รับจัดสรรอุปกรณ์ DLTV ในปี 2557 เป็นโทรทัศน์ 32 นิ้ว จำนวน 6 เครื่อง ในปี 2566 เป็นโทรทัศน์ 43 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง และขอรับจัดสรรอุปกรณ์ DLTV ในปี 2568 จำนวน 3 ชุด เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ครบชั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่เพียงโรงเรียนที่ปรากฏในข่าวเท่านั้น แต่ได้ให้การสนับสนุนทุกโรงเรียนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน และมีการตรวจเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
ในส่วนของการนำเสนอข่าวที่บอกว่า โรงเรียนแห่งนี้ ได้รับงบประมาณ จำนวน 30,000 บาทต่อปีนั้น ในการจัดสรรงบประมาณงบอุดหนุนรายหัวนักเรียน มีเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณที่รัฐ จัดสรรให้เหมือนกันหมดทุกแห่ง โดยเพิ่มขึ้นทุกปี คือในระดับก่อนประถมศึกษา เดิมหัวละ 2,630 บาท ในปี 2566 ได้เพิ่มเป็น 2,787 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 2,915 บาท ในระดับประถมศึกษา เดิมหัวละ 3,130 บาท ในปี 2566 ได้เพิ่มเป็น 3,267 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 3,410 บาท
ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เดิมหัวละ 5,250 บาท ในปี 2566 ได้เพิ่มเป็น 5,487 บาท ปี 2567 เพิ่มเป็น 5,750 บาท และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เดิมหัวละ 5,710 บาท ในปี 2566 ได้เพิ่มเป็น 5,915 บาท และปี 2567 เพิ่มเป็น 6,200 บาท ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้
“ดังนั้น โรงเรียนดังกล่าว จึงมีอัตรากำลังครูเป็นไปตามเกณฑ์ ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด แต่ทาง สพป.นครพนม เขต 1 เห็นความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มีการควบรวม ตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และเลขาธิการ กพฐ. ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกระดับ
จึงได้จัดให้มี พนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน ไปช่วยทำการสอนอีก 2 อัตรา เพื่อให้สอนเด็กได้ครบชั้น และธุรการ จำนวน 1 อัตรา มาช่วยดูแลในเรื่องงานธุรการต่าง ๆ ของโรงเรียน
ส่วนงบประมาณก็เป็นไปตามเกณฑ์การจัดสรร ตามจำนวนนักเรียนที่มีในแต่ละปี ซึ่งหลังจากนี้ทาง สพป.นครพนม เขต 1 จะดำเนินการให้ข้อมูลกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อได้รับรู้รับทราบข้อเท็จจริง และทำความเข้าใจที่ตรงกันต่อไป”
รู้ไหมแต่ละโรงเรียนมีครูได้กี่คน และมีเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร
สำหรับหลักเกณฑ์ อัตรากำลังข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นั้น ได้มีการกำหนดไว้ดังนี้
แบบ 1 (โรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียน 120 คนลงมา และจัดการเรียนการสอน อ.1-ป.6 หรือ ป.1-ป.6)
- นักเรียน 1 -20 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 1 คน
- นักเรียน 21 -40 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 2 คน
- นักเรียน 41 -60 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 3 คน
- นักเรียน 61 -80 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 4 คน
- นักเรียน 81 -100 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 5 คน
- นักเรียน 101 -120 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 6 คน
แบบ 2 (โรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียน 121 คนขึ้นไป และจัดการเรียนการสอน อ.1-ป.6 หรือ ป.1-ป.6)
อัตราส่วน (อนุบาล) ครู : นักเรียน = 1 : 25 จำนวนนักเรียน : ห้อง = 30 : 1
อัตราส่วน (ประถม) ครู : นักเรียน = 1 : 25 จำนวนนักเรียน : ห้อง = 40 : 1
จำนวนครูปฏิบัติการสอน (ป) รวม = จำนวนครู(ป) อนุบาล + จำนวนครู (ป) ประถม ครู (ป) รวม = [(ห้องอนุบาล x 1.2)+(นักเรียนอนุบาล/25)] + [(ห้องประถม x 1.6)+(นักเรียนประถม/25)] 2 2 หรือ ครู(ป) รวม = (ห้องอนุบาล x 30 + นร.อนุบาล) + (ห้องประถม x 40 + นร.ประถม) 50 50 จำนวนบุคลากรสายบริหาร
- นักเรียน 121 - 359 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง
- นักเรียน 360 - 719 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 1 ตำแหน่ง
- นักเรียน 720 - 1,079 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 2 ตำแหน่ง
- นักเรียน 1,080 - 1,679 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 3 ตำแหน่ง
- นักเรียน 1,680 คนขึ้นไป มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 4 ตำแหน่ง
เงื่อนไข - การคิดจำนวนห้องเรียน (โดยใช้จำนวนนักเรียน : ห้อง หารจำนวนนักเรียน) แต่ละชั้น หากมีเศษตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เพิ่มอีก 1 ห้อง - การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์ (0.5ขึ้นไปปัดเป็น 1 , ไม่ถึง 0.5 ปัดทิ้ง)
แบบ 3 (โรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียน 121 คนขึ้นไป และจัดการเรียนการสอน อ.1-ม.3 หรือ ป.1-ม.3)
อัตราส่วน (อนุบาล) ครู : นักเรียน = 1 : 25 จำนวนนักเรียน : ห้อง = 30 : 1
อัตราส่วน (ประถม) ครู : นักเรียน = 1 : 25 จำนวนนักเรียน : ห้อง = 40 : 1
อัตราส่วน (มัธยม) ครู : นักเรียน = 1 : 20 จำนวนนักเรียน : ห้อง = 40 : 1
จำนวนครูปฏิบัติการสอน(ป) รวม = จำนวนครู(ป)อนุบาล + จำนวนครู(ป)ประถม + จำนวนครู(ป) มัธยม ครู(ป)รวม = [(ห้องอนุบาล x 1.2)+(นักเรียนอนุบาล/25)] + [(ห้องประถม x 1.6) + (นักเรียนประถม/25)] + (ห้องมัธยมx2) 2 2 หรือ ครู(ป) รวม = (ห้องอนุบาล x 30 + นร.อนุบาล) + (ห้องประถม x 40 + นร.ประถม) + (ห้องมัธยม x 2) 50 50
จำนวนบุคลากรสายบริหาร
- นักเรียน 121 - 359 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง
- นักเรียน 360 - 719 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 1 ตำแหน่ง
- นักเรียน 720 - 1,079 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 2 ตำแหน่ง
- นักเรียน 1,080 - 1,679 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 3 ตำแหน่ง
- นักเรียน 1,680 คนขึ้นไป มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 4 ตำแหน่ง
เงื่อนไข - การคิดจำนวนห้องเรียน (โดยใช้จำนวนนักเรียน : ห้อง หารจำนวนนักเรียน) แต่ละชั้น หากมีเศษตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เพิ่มอีก 1 ห้อง - การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์ (0.5ขึ้นไปปัดเป็น 1 , ไม่ถึง 0.5 ปัดทิ้ง)
แบบ 4 (โรงเรียนมัธยมศึกษา)
อัตราส่วน (มัธยม) ครู : นักเรียน = 1 : 20 จำนวนนักเรียน : ห้อง = 40 : 1 จำนวนครูปฏิบัติการสอน = จำนวนห้องเรียน x (จำนวนนักเรียน : ห้อง) / จำนวนครู : นักเรียน = จำนวนห้องเรียน x 2
จำนวนบุคลากรสายบริหาร
- นักเรียน 121 - 359 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง
- นักเรียน 360 - 719 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 1 ตำแหน่ง
- นักเรียน 720 - 1,079 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 2 ตำแหน่ง
- นักเรียน 1,080 - 1,679 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 3 ตำแหน่ง
- นักเรียน 1,680 คนขึ้นไป มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 4 ตำแหน่ง
เงื่อนไข - การคิดจำนวนห้องเรียน (โดยใช้จำนวนนักเรียน : ห้อง หารจำนวนนักเรียน) แต่ละชั้น หากมีเศษตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เพิ่มอีก 1 ห้อง - การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์ (0.5ขึ้นไปปัดเป็น 1 , ไม่ถึง 0.5 ปัดทิ้ง)
แบบ 5 การคำนวณอัตรากำลังข้าราชการครูโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์
อัตราส่วน ครู : นักเรียน = 1 : 12 จำนวนนักเรียน : ห้อง = 35 : 1 จำนวนครูรวม = (35 x จำนวนห้องเรียน) / 12 จำนวนครูปฏิบัติการสอน = จำนวนครูรวม - จำนวนบุคลากรสายบริหาร
จำนวนบุคลากรสายบริหาร
1 - 2 ห้องเรียน มีผู้บริหารได้ 1 คน
3 - 6 ห้องเรียน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีผู้ช่วยผู้บริหารได้ 1 คน
7 - 14 ห้องเรียน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีผู้ช่วยผู้บริหารได้ 2 คน
15 - 23 ห้องเรียน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีผู้ช่วยผู้บริหารได้ 3 คน
24 ห้องเรียนขึ้นไป มีผู้บริหารได้ 1 คน มีผู้ช่วยผู้บริหารได้ 4 คน
หมายเหตุ ในการคำนวณตามสูตรหากมีเศษตั้งแต่ 0.1 ขึ้นไปให้ปัดเป็น 1
ขอบคุณข้อมูล : ครูบ้านนอกดอทคอม
https://www.kroobannok.com/