ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าสำหรับการโยกย้ายแต่งตั้งครั้งนี้ ตำแหน่งที่น่าจับตามอง และมีผู้ยื่นคำร้องขอขึ้นเป็นอธิบดีมากที่สุด(นับสิบราย) ยังคงเป็นตำเเหน่งอธิบดีอัยการคดีพิเศษ ที่ล่าสุด ก.อ.ผ่าน นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ ขึ้นนั่ง เป็นอธิบดีอัยการ
เนื่องจากสำนักงานดังกล่าวมีสำนวนคดีสำคัญมูลค่าทุนทรัพย์สูง มีผลกระทบเเละผู้เสียหายจำนวนมาก ถือว่ามีบทบาทเป็นสำนักงานสำคัญ
ซึ่งในยุคที่ผ่านมาพบว่าสำนักงานคดีพิเศษพบปัญหาในการดำเนินคดีสำคัญหลายคดี อย่างเช่นมีคดีใหญ่ที่มีฟ้องขึ้นสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลเเล้ว 2 คดี มีปัญหาในการว่าความคดีในชั้นศาล จนอัยการสูงสุดมีคำสั่งเปลี่ยนคณะทำงานเอง
สำหรับนายสุรเชษฐ์ อดีตเคยเป็นลูกหม้อคดีพิเศษ มีความเชี่ยวชาญทั้งคดีฟอกเงิน เเละคดีเศรษฐกิจสำคัญ เป็นคนมีบุคลิกภาพเป็นกันเอง เเละมีฝีมือคดี ถือเป็นอัยการที่ผู้บริหารหลายคนที่ผ่านมา จนคนปัจจุบันเเละว่าที่ อสส.คนต่อไปให้ความไว้วางใจ เรียกกันว่าถูกวางตัวไว้นาน ผู้ใหญ่รัก รวมถึงยังเป็น ก.อ.สายเลือกตั้งที่ได้รับการเลือกเข้ามาด้วยคะเเนนสูงสุดในครั้งที่ผ่านมา รับผิดชอบดูเเลสำนักงานสำคัญเเละพิสูจน์ฝีมือเเก้ปัญหาที่ค้างไว้หลายอย่างได้หรือไม่
ในส่วนสำนักงานหลักอีกที่คดีสำนักงานคดีอาญา ที่ดูเเลพื้นที่ กทม.เเละรับสำนวนทั่วประเทศจากกองปราบได้นายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ เข้ามาบริหาร เชื่อว่า ในเรื่องการบริหารจัดการของสำนักงานคดีอาญาจะมีการปรับเปลี่ยนไม่น้อย เนื่องจากนายธีรวัฒน์ ขึ้นชื่อในเรื่อวการบริหารจัดการ เคยเป็นอดีต เลขาฯ อสส.ยุคนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ เเละถือเป็นคีย์เเมนเป็น มือวางระบบการทำงานบริหาร เเละเชี่ยวชาญงานคดี รวมถึงการเชื่อมกับหน่วยงานอื่นๆในเรื่องการเจรจาเรื่องงบประมาณ เเคล่วคล่องว่องไว เเละสืบสานพัฒนาปรับภูมิทัศน์อาคารสถานที่ต่อจากจากนายกรุณา พันธุ์เพ็ชร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา เนื่องจากมีคอนเนคชั่น หลากหลายถือเป็นมือประสานสิบทิศของอัยการ เป็นเด็กสวนกุหลาบ OSK รุ่น 99 รุ่นน้องนายโกวิท ศรีไพโรจน์ ว่าที่ อสส.
ส่วนอัยการภาค 7 ซึ่งเป็นถิ่นเดิมของ นายสุวิช ชูตระกูลอดีตกรรมการอัยการคนดัง ฉายาอัยการประเทศไทย เเละมีพื้นที่บางจังหวัดติดกรุงเทพฯ ได้เเม่ทัพใหม่ นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อัยการรุ่น 100 ปี ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องคดีอาญาเนื่องจากเป็นผู้ปฏิบัติงานจริง จึงมีความคล่องตัว บุคลิกภาพคนเป็นกันเอง เเละเป็นผู้ปฏิบัติเที่ยงตรง เชื่อว่าจะบริหารงานในภาคตะวันตกได้ดี
ส่วนอัยการภาค1 ซึ่งถือเป็นภาคที่มีความสำคัญมากเนื่องจากในเขตพื้นที่หลายจังหวัดในภาค1 ติดกับกรุงเทพฯ เเละเดินทางไม่ไกล เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่มีคดีสำคัญออกหน้าสื่อจำนวนมาก ได้นายสมคิด สายเจริญอัยการรุ่น 100 ปี จากสำนักงานอาญามีนบุรีไปบริหารถือว่าเหมาะสม เนื่องจากผ่านงานสายคดีมาอย่างโชกโชน เคยอยู่สำนักงานหลัก อย่างสำนักงานอัยการคดีอาญา เเละเคยเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ซึ่งเป็นประเภทคดีใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อน เป็นคนมีความสามารถ เป็นคนมีบุคลิกภาพ ใจเย็น เป็นกันเอง และให้ความเป็นธรรมกับประชาชน
ในส่วนพื้นที่อีสานตอนบนหรือภาค 4 นายประยุทธ เพชรคุณ ฉายานักรบภูธร ยังไม่ยอมขยับ หลังช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาสร้างผลงานในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการคดีในภาค4 ซึ่งเป็นภาคที่ปริมาณคดีมากที่สุดของประเทศ โดยสามารถลดสำนวนค้างเป็นอันดับ 1 ของประเทศ 2 ไตรมาสซ้อนของสำนักงานอัยการทั่วประเทศ
นอกจากงานคดีที่มีบทบาทเด่นเเละเชี่ยวชาญเเล้ว เป็นอดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดคนดัง เเละเคยเป็นรองโฆษกอัยการมา 8 ปีซ้อน ได้รับการชื่นชมเรื่องสื่อสารภาษากฎหมายที่กระชับและเข้าใจง่าย รับหน้าที่แถลงคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและคดีใหญ่สะเทือนขวัญ สำคัญหลายคดี ให้กับสื่อมวลชนและประชาชนเข้าใจชัดแจ้งรวมถึงมีบทบาทการสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กร ถือเป็นอัยการที่ได้รับความนิยมชมชอบจากพี่น้องอัยการ ด้วยนิสัยเป็นคนง่ายสบายๆ ไม่ถือตัว จึงเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป ดูได้จากผลการเลือกตั้ง ก.อ.ที่เคยได้อันดับ 1 หรือกรรมการเนติบัณฑิตยที่ผ่านมาที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 ด้วยคะแนนท่วมท้น ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันจนมีการเปลี่ยนแปลงเสื้อครุยของพนักงานอัยการซึ่งอัยการทั่วประเทศจะเริ่มใช้1 เม.ย. 2569
โดยมีข่าวกระซิบมาว่าในปีบริหารงานงบประมาณใหม่มีแนวโน้มว่าจะกลับมานั่งโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้ง
ในส่วนงานด้านการสอบสวนของอัยการ ดร. วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักการสอบสวน ฉายาอัยการFBI ก็ยังไม่ยอมขยับเก้าอี้เช่นกัน เนื่องจากสำนักงานดังกล่าว เป็นสำนักงานสำคัญ สำนักงานหลัก ที่มีบทบาทเข้าไปสอบสวนคดีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีองค์กรอาชญกรรมข้ามชาติ คดีพิเศษเเละคดีสำคัญอื่นๆ คดีเกี่ยวกับความผิดนอกราชอาณาจักร คดีตาม พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหายฯ ซึ่งเป็นภารกิจที่ ดร.วัชรินทร์อยากจะสานงานต่อ
ซึ่งที่ผ่านมา ดร.วัชรินทร์เป็นอัยการมีฝีมือ เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีบทบาทหลักในการกำกับดูแลคดีสำคัญเหล่านี้ ซึ่งเป็นคดีที่สนใจของสังคม เช่น คดีคลิปเสียงสินบนทองคำ คดีคลิปเสียงฮุนเซนสั่งการยิงระเบิดของกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีสำคัญต่างๆ
ตัว ดร.วัชรินทร์ ยังเป็นอาจารย์ผู้บรรยายในมหาวิทยาลัย เเละโรงเรียนนายร้อยตำรวจรวมถึงการอบรมหลักสูตรต่างๆ ยาวนานกว่า 20 ปี มีลูกศิษย์ลูกหาในวงการกฎหมายจำนวนมาก รวมถึงส่วนตัวเป็นคนใจกว้างชอบเล่นดนตรี มีเพื่อนฝูงมาก เเละรักความยุติธรรม ไปอบรมหลักสูตรสำคัญๆทั้งในเเละนอกหน่วยงานเช่นหลักสูตรอธิบดีอัยการ หรือหลักสูตร บยส.รุ่น27 ของศาลยุติธรรม ก็ได้เป็นประธานรุ่น ถือเป็นอัการคนเเรกที่ได้เป็นประธานรุ่น บยส.
ระหว่างที่นั่งในตำเเหน่งอธิบดีอัยการสอบสวน ยังพลิกบทบาทของอัยการสอบสวนโดยมีการสั่งการให้พนักงานอัยการสืบสวนสอบสวนดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักลอบขนเกล็ดลิ่น (ตัวนิ่ม) เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นคดีเเรกที่อัยการนำกำลังจับกุมผู้ต้องหาเอง อันเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายในคดีความผิดนอกราชอาณาจักรและตาม พรบ.องค์กรอัยการ
รวมถึงยังมีเเนวคิดผลักดันเปิดตำเเหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนของอัยการ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและต่อเนื่องในการรวบรวมพยานหลักฐาน หรือสะกดรอย จะช่วยให้การทำคดีข้ามชาติ คดีการเงินซับซ้อน หรือคดีอุ้มหาย/ทรมาน ดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งกำลังหลักจากหน่วยงานอื่นอย่างเดียว
ที่ผ่านมาเคยถูกเเต่งตั้งเป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่รับผิดชอบเเถลงข่าวงานด้านการสอบสวนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน้างานที่ดูเเลเเละจะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีความสลับซับซ้อนเเละมีกฎหมายเฉพาะ ให้สื่อมวลชนเเละประชาชนเข้าใจขั้นตอนในข้อกฎหมายได้ง่าย
ในส่วนงานช่วยเหลือประชาชนของอัยการการโยกย้ายครั้งนี้ก็น่าจับตามอง เพราะ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยงอธิบดีอัยการ สคช. ซึ่งที่ผ่านมามีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ให้เข้าถึงสิทธิ์และความยุติธรรมทางกฎหมายแก่ประชาชนในหลายเคสสำคัญที่ ผ่านมารวมถึงเหตุการณ์สูญเสียต่างๆ หมดวาระบริหารไปเป็นอัยการอาวุโส ตัวนายโกศลวัฒน์ ถือเป็นอัยการที่มีมีบทบาทโดดเด่น เเเละสร้างชื่อเสียงให้กับองค์กรในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
ทั้งการบริหารสั่งการให้อัยการสคช.ทั่วประเทศช่วยประชาชนไม่ให้ล่าช้า โดยเป็นลักษณะนโยบายรุกเข้าหาประชาชนไม่ต้องรอคนเดือดร้อนมาหา เเค่มีข่าวว่าเเม้จะครบวาระบริหาร ไปเป็นอัยการ อาวุโส ทางผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว ขอให้นายโกศลวัฒน์ อยู่ช่วยสำนักงาน สคช. เพื่อสานต่องานช่วยเหลือประชาชน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เนื่องจาก ถือเป็นต้นแบบในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรอัยการเลยทีเดียว
นายโกศลวัฒน์ เคยดำรงตำแหน่งโฆษกอัยการสูงสุดและรองโฆษกอัยการสูงสุดมาหลายสมัย และที่ผ่านมาก็มีบทบาทในการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนคอยเตือนสติสังคม ให้เข้าใจข้อเท็จจริงข้อกฎหมายและได้รับความน่าเชื่อถือจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก
โดยสามารถดูบัญชีรายชื่อเเต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมด ได้ตามลิงก์
https://drive.google.com/file/d/1X1JkhzbeGIpj_AkVYUMFgk6zxIMIfHjt/view