เนชั่นทีวี

ข่าว

เเต่งตั้งอัยการ 657 ตำเเหน่ง ดาวดังขยับพรึบ สุรเชษฐ์ ผงาดคดีพิเศษ

23 ก.ค. 2569 | suwat_pan

เเต่งตั้งอัยการ 657 ตำเเหน่ง ดาวดังขยับพรึบ สุรเชษฐ์ ผงาดคดีพิเศษ

ก.อ.เเต่งตั้งอัยการ 657 ตำเเหน่ง ดาวดังขยับพรึบ “สุรเชษฐ์” ผงาดขึ้นคดีพิเศษ ”ธีระวัฒน์“มาอาญา ”สมคิด“คุมภ.1 ติดเมืองหลวง “ประยุทธ-วัชรินทร์” คุมยุทธศาสตร์สำคัญเดิม

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาที่ ห้องประชุมคณะกรรมการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารศูนย์ราชการ ฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

 

นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ประธานคณะกรรมการอัยการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) โดย มีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการครั้งที่ 9/2569 แต่ตั้งเเต่ระดับ รองอัยการสูงสุด 7 ตำเเหน่ง ระดับผู้ตรวจการอัยการอัยการ 9 ตำเเหน่ง ระดับอธิบดีอัยการ 55 ตำเเหน่ง ระดับรองอธิบดีอัยการ 85 ตำเเหน่ง ระดัยอัยการพิเศษฝ่าย 130 ตำเเหน่ง ระดับ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ 69 ตำเเหน่ง ระดับอัยการชั้น 5 (อัยการผู้เชี่ยวชาญ)83 ตำเเหน่ง ระดับอัยการชั้น4 (อัยการประจำจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด)90 ตำเเหน่ง อัยการชั้น3 (รองอัยการจังหวัด)92 ตำเเหน่ง 

โยกย้ายอัยการอาวุโสเดิม 34 ตำเเหน่ง เเต่งตั้งอาวุโสใหม่ 83 ตำเเหน่ง 

โดยการเเต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีบัญชีรายชื่ออัยการชื่อดัง เเละตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้

 

เลื่อน นายชาติ ชัยเดชสุริยะ ผู้ตรวจการอัยการ ขึ้นเป็นรองอัยการสูงสุดอาวุโสลำดับ3 (คิว อสส.ปี2571)

 

เลื่อน นายนิติ สุขเจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ขึ้นเป็นผู้ตรวจอัยการ(คิว อสส.ปี2572)

 

ขยับนายมงคล ไชยสิงห์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ไปเป็นอธิบดีอัยการภาค 2 

 

ขยับนายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงานภาค1 ไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา

 

ขยับ นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี ไปเป็นอธิบดีอัยการภาค 7 

 

ขยับ นายสมคิด สายเจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญามีนบุรีไปเป็นอธิบดีอัยการภาค1 

 

ขยับนายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร ไปเป็นอธิบดีอัยการคดีพิเศษ

 

เลื่อน นายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ขึ้น เป็นอธิบดีอัยการ สคช.

 

สำหรับบัญชีรายชื่ออัยการชื่อดัง เเละตำแหน่งที่น่าสนใจที่ยังไม่ขยับ อยู่ที่เดิมมีดังนี้ 

 

นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 

 

ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน

 

ส่วนอัยการชื่อดังที่ไปเป็นอัยการอาวุโส

 

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สคช. ไปเป็นอัยการอาวุโสอยู่ที่ สคช. 

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าสำหรับการโยกย้ายแต่งตั้งครั้งนี้ ตำแหน่งที่น่าจับตามอง และมีผู้ยื่นคำร้องขอขึ้นเป็นอธิบดีมากที่สุด(นับสิบราย) ยังคงเป็นตำเเหน่งอธิบดีอัยการคดีพิเศษ ที่ล่าสุด ก.อ.ผ่าน นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ ขึ้นนั่ง เป็นอธิบดีอัยการ 

 

เนื่องจากสำนักงานดังกล่าวมีสำนวนคดีสำคัญมูลค่าทุนทรัพย์สูง มีผลกระทบเเละผู้เสียหายจำนวนมาก ถือว่ามีบทบาทเป็นสำนักงานสำคัญ

 

ซึ่งในยุคที่ผ่านมาพบว่าสำนักงานคดีพิเศษพบปัญหาในการดำเนินคดีสำคัญหลายคดี  อย่างเช่นมีคดีใหญ่ที่มีฟ้องขึ้นสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลเเล้ว 2 คดี มีปัญหาในการว่าความคดีในชั้นศาล จนอัยการสูงสุดมีคำสั่งเปลี่ยนคณะทำงานเอง 

 

สำหรับนายสุรเชษฐ์ อดีตเคยเป็นลูกหม้อคดีพิเศษ มีความเชี่ยวชาญทั้งคดีฟอกเงิน เเละคดีเศรษฐกิจสำคัญ เป็นคนมีบุคลิกภาพเป็นกันเอง เเละมีฝีมือคดี ถือเป็นอัยการที่ผู้บริหารหลายคนที่ผ่านมา จนคนปัจจุบันเเละว่าที่ อสส.คนต่อไปให้ความไว้วางใจ เรียกกันว่าถูกวางตัวไว้นาน ผู้ใหญ่รัก รวมถึงยังเป็น ก.อ.สายเลือกตั้งที่ได้รับการเลือกเข้ามาด้วยคะเเนนสูงสุดในครั้งที่ผ่านมา   รับผิดชอบดูเเลสำนักงานสำคัญเเละพิสูจน์ฝีมือเเก้ปัญหาที่ค้างไว้หลายอย่างได้หรือไม่ 

 

ในส่วนสำนักงานหลักอีกที่คดีสำนักงานคดีอาญา ที่ดูเเลพื้นที่ กทม.เเละรับสำนวนทั่วประเทศจากกองปราบได้นายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ เข้ามาบริหาร เชื่อว่า ในเรื่องการบริหารจัดการของสำนักงานคดีอาญาจะมีการปรับเปลี่ยนไม่น้อย เนื่องจากนายธีรวัฒน์ ขึ้นชื่อในเรื่อวการบริหารจัดการ เคยเป็นอดีต เลขาฯ อสส.ยุคนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ เเละถือเป็นคีย์เเมนเป็น มือวางระบบการทำงานบริหาร เเละเชี่ยวชาญงานคดี รวมถึงการเชื่อมกับหน่วยงานอื่นๆในเรื่องการเจรจาเรื่องงบประมาณ เเคล่วคล่องว่องไว เเละสืบสานพัฒนาปรับภูมิทัศน์อาคารสถานที่ต่อจากจากนายกรุณา พันธุ์เพ็ชร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา เนื่องจากมีคอนเนคชั่น หลากหลายถือเป็นมือประสานสิบทิศของอัยการ เป็นเด็กสวนกุหลาบ OSK รุ่น 99 รุ่นน้องนายโกวิท ศรีไพโรจน์ ว่าที่ อสส.

 

ส่วนอัยการภาค 7 ซึ่งเป็นถิ่นเดิมของ นายสุวิช ชูตระกูลอดีตกรรมการอัยการคนดัง ฉายาอัยการประเทศไทย เเละมีพื้นที่บางจังหวัดติดกรุงเทพฯ ได้เเม่ทัพใหม่ นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อัยการรุ่น 100 ปี  ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องคดีอาญาเนื่องจากเป็นผู้ปฏิบัติงานจริง จึงมีความคล่องตัว บุคลิกภาพคนเป็นกันเอง เเละเป็นผู้ปฏิบัติเที่ยงตรง  เชื่อว่าจะบริหารงานในภาคตะวันตกได้ดี

 

ส่วนอัยการภาค1 ซึ่งถือเป็นภาคที่มีความสำคัญมากเนื่องจากในเขตพื้นที่หลายจังหวัดในภาค1 ติดกับกรุงเทพฯ เเละเดินทางไม่ไกล  เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่มีคดีสำคัญออกหน้าสื่อจำนวนมาก ได้นายสมคิด สายเจริญอัยการรุ่น 100 ปี จากสำนักงานอาญามีนบุรีไปบริหารถือว่าเหมาะสม เนื่องจากผ่านงานสายคดีมาอย่างโชกโชน เคยอยู่สำนักงานหลัก อย่างสำนักงานอัยการคดีอาญา เเละเคยเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ซึ่งเป็นประเภทคดีใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อน เป็นคนมีความสามารถ เป็นคนมีบุคลิกภาพ ใจเย็น เป็นกันเอง และให้ความเป็นธรรมกับประชาชน 

 

ในส่วนพื้นที่อีสานตอนบนหรือภาค 4 นายประยุทธ เพชรคุณ ฉายานักรบภูธร ยังไม่ยอมขยับ หลังช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาสร้างผลงานในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการคดีในภาค4 ซึ่งเป็นภาคที่ปริมาณคดีมากที่สุดของประเทศ โดยสามารถลดสำนวนค้างเป็นอันดับ 1 ของประเทศ 2 ไตรมาสซ้อนของสำนักงานอัยการทั่วประเทศ 

 

นอกจากงานคดีที่มีบทบาทเด่นเเละเชี่ยวชาญเเล้ว เป็นอดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดคนดัง เเละเคยเป็นรองโฆษกอัยการมา 8 ปีซ้อน ได้รับการชื่นชมเรื่องสื่อสารภาษากฎหมายที่กระชับและเข้าใจง่าย รับหน้าที่แถลงคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและคดีใหญ่สะเทือนขวัญ สำคัญหลายคดี ให้กับสื่อมวลชนและประชาชนเข้าใจชัดแจ้งรวมถึงมีบทบาทการสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กร ถือเป็นอัยการที่ได้รับความนิยมชมชอบจากพี่น้องอัยการ ด้วยนิสัยเป็นคนง่ายสบายๆ ไม่ถือตัว จึงเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป ดูได้จากผลการเลือกตั้ง ก.อ.ที่เคยได้อันดับ 1 หรือกรรมการเนติบัณฑิตยที่ผ่านมาที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 ด้วยคะแนนท่วมท้น ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันจนมีการเปลี่ยนแปลงเสื้อครุยของพนักงานอัยการซึ่งอัยการทั่วประเทศจะเริ่มใช้1 เม.ย. 2569 

 

โดยมีข่าวกระซิบมาว่าในปีบริหารงานงบประมาณใหม่มีแนวโน้มว่าจะกลับมานั่งโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้ง 

 

 

ในส่วนงานด้านการสอบสวนของอัยการ  ดร. วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักการสอบสวน ฉายาอัยการFBI ก็ยังไม่ยอมขยับเก้าอี้เช่นกัน เนื่องจากสำนักงานดังกล่าว  เป็นสำนักงานสำคัญ สำนักงานหลัก  ที่มีบทบาทเข้าไปสอบสวนคดีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีองค์กรอาชญกรรมข้ามชาติ คดีพิเศษเเละคดีสำคัญอื่นๆ คดีเกี่ยวกับความผิดนอกราชอาณาจักร คดีตาม พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหายฯ ซึ่งเป็นภารกิจที่ ดร.วัชรินทร์อยากจะสานงานต่อ 

 

ซึ่งที่ผ่านมา ดร.วัชรินทร์เป็นอัยการมีฝีมือ เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีบทบาทหลักในการกำกับดูแลคดีสำคัญเหล่านี้ ซึ่งเป็นคดีที่สนใจของสังคม เช่น คดีคลิปเสียงสินบนทองคำ คดีคลิปเสียงฮุนเซนสั่งการยิงระเบิดของกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีสำคัญต่างๆ 

 

ตัว ดร.วัชรินทร์ ยังเป็นอาจารย์ผู้บรรยายในมหาวิทยาลัย เเละโรงเรียนนายร้อยตำรวจรวมถึงการอบรมหลักสูตรต่างๆ ยาวนานกว่า 20 ปี มีลูกศิษย์ลูกหาในวงการกฎหมายจำนวนมาก รวมถึงส่วนตัวเป็นคนใจกว้างชอบเล่นดนตรี มีเพื่อนฝูงมาก เเละรักความยุติธรรม  ไปอบรมหลักสูตรสำคัญๆทั้งในเเละนอกหน่วยงานเช่นหลักสูตรอธิบดีอัยการ หรือหลักสูตร บยส.รุ่น27 ของศาลยุติธรรม ก็ได้เป็นประธานรุ่น ถือเป็นอัการคนเเรกที่ได้เป็นประธานรุ่น บยส.

 

ระหว่างที่นั่งในตำเเหน่งอธิบดีอัยการสอบสวน ยังพลิกบทบาทของอัยการสอบสวนโดยมีการสั่งการให้พนักงานอัยการสืบสวนสอบสวนดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักลอบขนเกล็ดลิ่น (ตัวนิ่ม) เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นคดีเเรกที่อัยการนำกำลังจับกุมผู้ต้องหาเอง อันเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายในคดีความผิดนอกราชอาณาจักรและตาม พรบ.องค์กรอัยการ

 

รวมถึงยังมีเเนวคิดผลักดันเปิดตำเเหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนของอัยการ  เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและต่อเนื่องในการรวบรวมพยานหลักฐาน หรือสะกดรอย จะช่วยให้การทำคดีข้ามชาติ คดีการเงินซับซ้อน หรือคดีอุ้มหาย/ทรมาน ดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งกำลังหลักจากหน่วยงานอื่นอย่างเดียว

 

ที่ผ่านมาเคยถูกเเต่งตั้งเป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่รับผิดชอบเเถลงข่าวงานด้านการสอบสวนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน้างานที่ดูเเลเเละจะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีความสลับซับซ้อนเเละมีกฎหมายเฉพาะ ให้สื่อมวลชนเเละประชาชนเข้าใจขั้นตอนในข้อกฎหมายได้ง่าย

 

 

ในส่วนงานช่วยเหลือประชาชนของอัยการการโยกย้ายครั้งนี้ก็น่าจับตามอง  เพราะ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยงอธิบดีอัยการ สคช. ซึ่งที่ผ่านมามีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ให้เข้าถึงสิทธิ์และความยุติธรรมทางกฎหมายแก่ประชาชนในหลายเคสสำคัญที่ ผ่านมารวมถึงเหตุการณ์สูญเสียต่างๆ หมดวาระบริหารไปเป็นอัยการอาวุโส  ตัวนายโกศลวัฒน์ ถือเป็นอัยการที่มีมีบทบาทโดดเด่น เเเละสร้างชื่อเสียงให้กับองค์กรในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก 

 

ทั้งการบริหารสั่งการให้อัยการสคช.ทั่วประเทศช่วยประชาชนไม่ให้ล่าช้า โดยเป็นลักษณะนโยบายรุกเข้าหาประชาชนไม่ต้องรอคนเดือดร้อนมาหา  เเค่มีข่าวว่าเเม้จะครบวาระบริหาร ไปเป็นอัยการ อาวุโส ทางผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว ขอให้นายโกศลวัฒน์ อยู่ช่วยสำนักงาน สคช. เพื่อสานต่องานช่วยเหลือประชาชน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เนื่องจาก ถือเป็นต้นแบบในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรอัยการเลยทีเดียว 

 

นายโกศลวัฒน์ เคยดำรงตำแหน่งโฆษกอัยการสูงสุดและรองโฆษกอัยการสูงสุดมาหลายสมัย และที่ผ่านมาก็มีบทบาทในการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนคอยเตือนสติสังคม ให้เข้าใจข้อเท็จจริงข้อกฎหมายและได้รับความน่าเชื่อถือจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก

 

โดยสามารถดูบัญชีรายชื่อเเต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมด ได้ตามลิงก์

 

https://drive.google.com/file/d/1X1JkhzbeGIpj_AkVYUMFgk6zxIMIfHjt/view

ข่าวล่าสุด