สำหรับเนื้อหาและรายละเอียดของเอกสารดังกล่าว นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/6 37 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300 ลงวันที่ 25 มกราคม 2567 มีรายละเอียด ดังนี้..
เรื่อง การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ
กราบเรียน/เรียน รอง - นรม., รัฐ - นร. กระทรวง, กรม
อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0206/ว 107 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2542
ตามที่ได้ยืนยัน/แจ้งมติคณะรัฐมนตรี (6 กรกฎาคม 2542) เกี่ยวกับเรื่อง การปรับปรุง แก้ไขหรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ มาเพื่อทราบ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2542 (เรื่อง การปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ) กำหนดให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐจัดให้มีเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ หรือหน่วยงานนอกเวลาราชการและในวันหยุดราชการ นั้น พบว่า
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามีครูและบุคลากรทางการศึกษาเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับปัจจุบันมีบุคคลและเครื่องมือต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยของสถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐแทนได้ เช่น การใช้พนักงานรักษาความปลอดภัย การจ้างเอกชนให้บริการดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
นอกจากนี้ การให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่เวรรักษาการณ์ในสถานศึกษา ยังอาจเป็นการกำหนดหน้าที่ที่เพิ่มความเสี่ยงให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยไม่จำเป็น ดังนั้น จึงเห็นควรดำเนินการ ดังนี้
1. ให้กระทรวงศึกษาธิการ (สถานศึกษาในสังกัด) รวมทั้งกระทรวงอื่น ๆ ที่มีสถานศึกษาในสังกัด เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย ตลอดจนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 (เรื่อง การปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ)
และมอบหมายกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (หน่วยงานในสังกัดในแต่ละพื้นที่) ประสานกับสถานศึกษาในพื้นที่แต่ละแห่ง เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสถาศึกษาดังกล่าว ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามความจำเป็นและเหมาะสม
2. ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐทุกแห่งที่มีระบบรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันอยู่แล้ว ได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2542 (เรื่อง การปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ ประจำสถานที่ราชการ) นอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้แล้วในข้อ 9 ของมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย
ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ
จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ / จึงเรียนยืนยันมา / จึงเรียนยืนยันมาและถือปฏิบัติต่อไป / จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ / จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติต่อไป
ขอแสดงความนับถือ (อย่างยิ่ง)
นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ทำไมต้องมี "ครูเวร" ?
การเป็นครูในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากหน้าที่สอนหนังสือ ให้ความรู้นักเรียนแล้ว ยังต้องทำอีกสารพัดหน้าที่ หนึ่งในนั้นคือหน้าที่ “อยู่เวร” ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ บางครั้งยังต้องมาเข้าเวรกลางคืน ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดพิเศษต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งช่วงปิดเทอม ที่ไม่มีการเรียนการสอน
ทั้งที่ในปัจจุบัน โรงเรียนและสถานศึกษาส่วนใหญ่ มีการจ้าง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) และติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น กล้องวงจรปิด สัญญาณกันขโมย ประตูรั้วเหล็กสูงใหญ่ ฯลฯ แต่ท้ายที่สุดภาระก็ต้องตกเป็นของครู ที่ต้องมาเฝ้าเวรอยู่ดี
คนที่เข้ามาทำหน้าที่ครู จะรู้เข้าใจว่า เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันว่า ครูเวร มีหน้าที่การเข้าเวร หรือ นอนเวรกลางคืนที่โรงเรียน เพื่อเฝ้าทรัพย์สินทางราชการ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยอื่น ๆ ซึ่งโรงเรียนจะมีที่พักให้ ตามศักยภาพของโรงเรียนนั้น ๆ เช่น โรงเรียนขนาดใหญ่ในเมือง ที่มีศักยภาพสูง ที่พักครูเวร ก็อาจจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ แต่หากเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ในพื้นที่่ต่างจังหวัด หรูหน่อยก็อาจจะเป็นบ้านพักครู หรือเป็นเพียงห้องในอาคารเรียนที่ถูกดัดแปลงเป็นที่พักครูเวรเท่านั้น
"ครูเวร" มีหน้าที่อะไร
เหตุผลที่ต้องมีการทำหน้าที่ครูเวร เป็นไปตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2542 ซึ่งเป็นการแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 15 เม.ย. 36 เรื่องการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ ที่ระบุให้สถานที่ราชการทุกแห่ง ต้องจัดให้มีเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ หรือหน่วยงานนอกเวลา และในวันหยุดราชการตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อดูแลป้องกันความเสียหาย อันจะบังเกิดแก่สถานที่ราชการหรือหน่วยงานจากกรณีต่าง ๆ มีหลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์ ดังต่อไปนี้