"นายศานนท์ หวังสร้างบุญ" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกๆ ปี เราต้องสูญเสียลูกหลานจากปัจจัยเสี่ยงยาเสพติด การพนัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุบัติเหตุ ทั้งบาดเจ็บ เสียชีวิต พิการ ติดคุก เสียอนาคต บางคนต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยจิตเวช ทั้งนี้แม้ว่าปัญหาส่วนหนึ่งมาจากตัวเด็กเอง แต่ต้องยอมรับว่าทุกเรื่อง เกิดขึ้นจากสิ่งที่ผู้ใหญ่สร้างขึ้น ทำให้เด็กเยาวชนเข้าถึงแหล่งอบายมุขได้ง่าย ดังนั้นเป็นโอกาสดีที่เครือข่ายฯ ได้จัดกิจกรรมฮาโลวีนสอดแทรกสถานการณ์ปัญหาที่กระทบกับเด็กและเยาวชนไทยใน 4 มิติ ในส่วนของกทม.ภายใต้การนำของนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม.มุ่งมั่นป้องกันแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ให้เด็ก เยาวชนมีส่วนร่วมออกแบบเมือง ออกแบบอนาคต สิ่งที่เขาต้องการ
ด้าน"นายอนุลักษณ์ เอี่ยมศรี" แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง อ่านแถลงการณ์ด้วยชุมยมบาล ความตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนต้องเผชิญความเสี่ยงจำนวนมากที่เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโต และการใช้ชีวิตตามความฝัน แต่นโยบายภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาปัจจัยเสี่ยงกลับน้อยมาก จึงขอแสดงจุดยืนและเรียกร้อง ดังนี้
1.เครือข่ายฯเสียใจและผิดหวังต่อนโยบายภาครัฐ ที่ยังขาดความมุ่งมั่นและจริงใจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน
2. ขอต่อต้านการเพิ่มพื้นที่ปัจจัยเสี่ยง เช่น บ่อนกาสิโน หรือพนันออนไลน์ถูกกฎหมายในไทย และไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ
3.รัฐบาล พรรคการเมือง รัฐสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องแสดงจุดยืนชัดเจนในการปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนจากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด อุบัติเหตุทางถนน และการพนันทุกรูปแบบ โดยปรับปรุง พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478,พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551, ตั้งคณะกรรมการ หรือองค์กรมีอำนาจควบคุม กำกับดูแล และลดผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวอย่างอิสระ ปราศจากอิทธิพลกลุ่มการเมืองและผลประโยชน์, ปฏิรูปหน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบปรามให้บังคับใช้กฎหมายปกป้องประชาชนอย่างเข้มแข็ง รณรงค์สร้างความปลอดภัย หยุดพฤติกรรมเสี่ยงทางถนน
4.ขอให้รัฐบาล และกรุงเทพมหานคร เร่งส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณในการรวมกลุ่มของเด็กและเยาวชนที่เข้าถึงง่าย เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ สร้างทักษะชีวิต และพัฒนาพื้นที่เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ให้มาก
5.ขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงดีอีเอส กำชับเจ้าหน้าทั่วประเทศให้ตรวจสอบ กวดขัน สถานบริการ บ่อนการพนันผิดกฎหมายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ สอดส่องดูแลการมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายยาเสพติด ร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมาย ให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อลดผลกระทบและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
ขณะที่ "นายซี" (นามสมมติ) อดีตเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญฯ กล่าวว่า ตนเริ่มใช้บุหรี่ตอนอายุ 11 ปี โดยนำเอาก้นบุหรี่ที่พ่อทิ้งไว้มาสูบต่อ และเนื่องจากที่บ้านขายของชำจึงสามารถหาบุหรี่มาสูบได้ง่าย ผ่านมา ตอนอายุ13 ก็นำเอากัญชาที่พ่อสูบอยู่แล้วมาสูบต่อ แถมยังนำไปให้เพื่อนๆ สูบด้วย
ต่อมาก็ลองยาเสพติดตัวอื่นทั้งยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี ส่งผลให้มีพฤติกรรมก้าวร้าว และพลาดไปก่อเหตุฆ่าคนตายต้องไปติดคุกเด็ก และขอย้ายไปบ้านกาญฯ ต้องหักดิบจากยาเสพติดทุกอย่าง และปรับความคิดพฤติกรรมพอได้รับอิสรภาพแล้วไม่มีความอยากใช้ยาเสพติดอีก และที่ยังเสียใจจนถึงตอนนี้คือการที่ตนพาเพื่อนเข้าไปสู่วังวนอบายมุขบุหรี่ กัญชา แต่เขาไม่พลาดติดคุกแบบตน และยังสูบกัญชาเรื่อยมา จนตอนนี้ต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยจิตเวช ทำงานไม่ได้เป็นภาระของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ซึ่งตอนนั้นกัญชายังถือเป็นยาเสพติดด้วยซ้ำ แต่ตนเองที่อายุแค่นั้น ยังสามารถหาได้ พอมาตอนนี้กัญชาถูกทำให้ถูกกฎหมายแล้ว หาง่ายมาก ตามตลาดนัดก็มีขาย ดังนั้นต้องเตือนเด็กๆ และเยาวชนอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว พยายามพาตัวเองไปหาแสงสว่าง ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ อยู่ให้ไกลจากหลุมดำยาเสพติด โดยส่วนตัวสนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่กังวลมากหากให้มีกัญชานันทนาการ