ได้แก่ ทีมจากภาคเหนือ (จังหวัดน่าน) เยาวชนนักพากย์เรือประกอบด้วย เด็กชายณัฐประวุฒิ ชุมนันท์ เด็กชายศักรินทร์ ยาแก้ว นางสาวจิราธร กรีเรียน เด็กหญิงรุจิลักษณ์ ชัยสมทิพย์ นางสาวเขมอักษร ทิพย์ปัญญา ส่วนรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ทีมจากภาคใต้ (จังหวัดชุมพร) และ รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ทีมจากภาคอีสาน (จังหวัดสุรินทร์)
"ผมขอเป็นกำลังให้นักพากย์เรือสร้างสุขในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้มีนักพากย์เรือเยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้การเป็นนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข แล้วพัฒนาตนเองไปสู่การทำงานด้านสื่อมวลชน เช่น น้องออมสินจากจังหวัดน่าน ที่เป็นนักจัดรายการวิทยุแล้ว และยังมีน้องๆ ลูกศิษย์ของอาจารย์สุรเชษฐ์ โพธิ์อ่อน อีก 2 คน ที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันพากย์เรือเยาวชนกับ สคล. ตอนนี้ก็พัฒนาเป็นนักพากย์กีฬาฟุตบอล และพากย์กีฬาต่างๆ แล้ว เราจึงคาดว่าในอนาคตนักพากย์เรือเยาวชนจะพัฒนารูปแบบการพากย์ที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และจะทำให้เยาวชนทันมาให้ความสำคัญกับประเพณีแข่งเรือยาวมากขึ้น" นายวิษณุ กล่าว
ด้าน น.ส.เขมอักษร ทิพย์ปัญญา ตัวแทนนักพากย์เรือเยาวชนภาคเหนือที่ชนะการประกวด กล่าวว่า การเข้าร่วมประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข กับ สคล. ทำให้ตนและทีมเป็นที่รู้จักและได้รับเชิญให้พากย์เรือในสนามแข่งขันในจังหวัดน่าน เฉลี่ยปีละ 8 สนาม และได้โอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับ สคล. เช่น การเข้าค่ายพัฒนาศักยภาพนักพากย์ที่สมุทรสาคร พัฒนาการใช้ภาษาไทยกลางในการพากย์เรือ นอกจากนี้ยังได้โอกาสเข้าค่ายพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชน "Y-SDN"
ขณะที่ "นายภูพิพัฒน์ กิตินันท์" ผู้ชนะเลิศในประเภทเดียว กล่าวว่า การเป็นนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุขนอกจากจะทำให้เป็นที่รู้จักแล้ว ยังเป็นการฝึกความรับผิดชอบ คือต้องหาข้อมูลและเตรียมตัวในการพากย์เรือให้ออกมาดีที่สุด รวมถึงต้องบริหารเวลาในการเรียนให้ดีที่สุดเช่นกัน.