Mr.Sanou Sengkhameuay ผู้ประสานงานโครงการ จาก Promotion of Family Health Association (PFHA.BK) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า ได้รับทราบชื่อเสียงของ สสส. เนื่องจากที่ผ่านมาได้เห็นสื่อโฆษณาของ สสส ในสื่อออนไลน์และโทรทัศน์ เพราะคนลาวดูโทรทัศน์จากเมืองไทย การที่ สสส. โฆษณาในทีวีทำให้คนลาวได้เรียนรู้ไปด้วย โดยเฉพาะผลต่อการรับรู้เรื่องผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใน สปป.ลาว ที่ยังไม่มีหน่วยงานแบบ สสส. มาทำหน้าที่ป้องกันปัจจัยเสี่ยงของแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ระหว่างที่มาดูงานได้เรียนรู้หลายๆ กิจกรรมเช่น กฎหมายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรณรงค์ชุมชนคนสู้เหล้า การเปลี่ยนแปลงค่านิยมสังคมในงานประเพณีต่างๆ โครงการป้องกันแก้ปัญหานักดื่มหน้าใหม่เยาวชนในชุมชนและสถานศึกษา รวมทั้งในศูนย์เด็กเล็ก ได้เห็นความภูมิใจของผู้ที่เลิกเหล้า “คนหัวใจเพชร” เห็นชุมชนร่วมแก้ปัญหาชวน ช่วย เชียร์ และยังต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ทั้งชุมชนหนองสองห้อง จังหวัดสุมทรสาคร และกลุ่มเยาวชนบางจากชุมชนคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มเยาวชน YSDN ชลบุรี ที่ไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะด้านสุขภาพ แต่แก้ปัญหารายได้ ความเป็นอยู่ และความเข้มแข็งของครอบครัว โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของเด็กเยาวชน และนวัตกรรมปลุกพลังในกลุ่มเด็กปฐมวัย ที่สร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยอนุบาล การได้มาดูงานครั้งนี้รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ที่ได้เรียนรู้การทำงานของเครือข่ายงดเหล้า และ สสส. ซึ่งมีงานหลายอย่างที่น่าสนใจและสามารถนำไปปรับใช้ได้
Ms. Nguyen Hong Hanh ผู้จัดการโครงการ จาก Research and Training Centre for Community Development (RTCCD) เวียดนาม กล่าวว่า สสส. เป็นตัวอย่างที่ดีในการส่งเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบด้วยการใช้ภาษีสรรพสามิตเพื่อสุขภาพ ซึ่งประเทศเวียดนามมีกองทุนที่เน้นเฉพาะการควบคุมบุหรี่ยังไม่ครอบคลุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ รวมถึงกลุ่มโรค NCDs โดยเครือข่ายพันธมิตร NCDs เวียดนาม มีแผนเสนอแก้ไขกฎหมายสรรพสามิต เพื่อให้มีกองทุนขับเคลื่อนประเด็นเรื่อง NCDs โดยความสำเร็จของ สสส.ที่สามารถลดการบริโภคเหล้าบุหรี่และปัจจัยเสี่ยงสุขภาพต่างๆ จะเป็นหลักฐานที่ดี ที่ผู้กำหนดนโยบายควรรับรู้เพื่อให้การแก้ไขกฎหมายสรรพสามิตประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ สสส. ยังเป็นแบบอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกับภาครัฐ สถานบันการศึกษาและภาคประชาสังคม หรือแนวทางสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ซึ่งการขับเคลื่อนประเด็นเรื่อง NCDs ของประเทศเวียดนามควรเพิ่มความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ให้มากขึ้น
นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า ปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศอาเซียน จากรายงาน Global Status Report on Alcohol and Health ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในรายงานปี 2557 ที่แสดงข้อมูลในปี 2003-2005 พบว่าไทยมีอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อหัวประชากรติดอันดับหนึ่งของประเทศกลุ่มอาเซียน คือ 6.8 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์/คน/ปี แต่จากรายงานปี 2018 แสดงข้อมูลปี 2546 - 2560 พบว่า สปป.ลาว มีอัตราการดื่มสูงกว่าไทย คือ 10.4 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์/คน/ปี ส่วนเวียดนาม พบการดื่มแอลกอฮอล์สูงขึ้นจากเดิมในอัตรา 3.8 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์/คน/ปี ปัจจุบัน เพิ่มเป็น 8.3 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์/คน/ปี เท่ากับไทยในปัจจุบัน จะเห็นว่า การเพิ่มขึ้นของไทยไม่ได้สูงมาก เมื่อเทียบกับลาวและเวียดนาม
"การมีองค์กรสร้างเสริมสุขภาพอย่าง สสส. ที่หนุนเสริมบทบาทภาคประชาสังคม และนโยบายควบคุมแอลกอฮอล์ภาครัฐ รวมทั้งกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ปี 2551 ที่เข้มแข็ง ทำให้สถานการณ์การดื่มเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์ในไทยมีแนวโน้มลดลง การมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตั้งแต่วันที่ 17- 27 ต.ค. 2565 ที่ตัวแทนจาก สปป.ลาว และเวียดนามมาเข้าร่วม นอกจากมาแลกเปลี่ยนแล้ว ยังได้เชื่อมประสานความร่วมมือเฝ้าระวังการตลาดของภาคธุรกิจ โดยการรณรงค์ร่วมกันในงานประเพณีวัฒนธรรมปลอดเหล้า เพื่อสร้างค่านิยมการไม่ดื่มเหล้าเบียร์ ในฐานะที่เป็นกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน" นายธีระ กล่าว