อนึ่ง เมื่อมีพระราชกฤษฎีกา"ยุบสภา"แล้ว ตามกฎหมาย กกต. จะต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง และวันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 5 วัน นับแต่วันยุบสภา โดยช่วงเวลาของการเปิดรับสมัคร คือ 5 วัน
ได้โดยวันแรกจะเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตก่อน จากนั้นจะเป็นการเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
หากพรรคไหนไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต จะไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้ ฉะนั้น พรรคการเมืองจึงต้องส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตอย่างน้อยหนึ่งเขต เพื่อรักษาสิทธิในการส่งผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์
หลังจากปิดรับสมัครแล้วภายใน 7 วัน กกต.จะประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหมด จากนั้น กกต.จะต้องประกาศหน่วยเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ประชาชนได้ทราบก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน จากนั้นจะส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้านให้ตรวจสอบรายชื่อ ก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
โดยเราสามารถตรวจเช็กดูได้ว่า ชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนบ้านของตนเองครบหรือไม่ มีชื่อใครขาดหรือเกินมาหรือไม่ ถ้ามีชื่อใครขาดหรือเกินมา เจ้าบ้านสามารถแจ้งเพิ่มหรือถอนชื่อ ก่อนถึงวันเลือกตั้งได้ไม่น้อยกว่า 10 วัน โดยให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน "กกต." จะต้องสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน และหากมีการเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้งหรือสถานที่ลงคะแนน จะต้องแจ้งให้ประชาชนทราบก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วันด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าต้องลงทะเบียนหลังจาก กกต. ประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว และไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนั้นเพียงวันเดียว
ส่วนกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ สามารถทำหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านภายใน 7 วัน ก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง