"วราวิทย์" ถาม แต่ตอนแรก"คุณสุกัญญา"เห็นว่าสั่งฟ้องแล้วเธอถูกย้ายไป มีคนเข้ามาใหม่
"ชูวิทย์" ถูกต้อง พอสั่งไม่ฟ้องถอนหมายจับ 2 คนนี้ก็กลับมาได้ โดนตอนนี้ก็กลายเป็นว่ากระบวนการมันจบอย่างที่อัยการบอกคดีมันจบแล้วถอนหมายจับสั่งไม่ฟ้องแล้ว แต่ผมจะบอกไว้ว่าไม่สิ้นสุดเพราะนี้เป็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น
"ปรากฎว่าศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาในคดีนี้ระบุไว้ว่าศาลชั้นต้นทำไม่ถูกตัดสินเกินคำขอ เอาคำพิพากษาท้ายคำพิพากษามาพาดพิงคดีนี้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นก็มีพยานหลักฐานใหม่ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ซึ่งบอกว่าอันนี้ตัดสินไม่ถูกต้อง เราก็ต้องมาร้องอสส.ซึ่ง "ท่านนารี ตัณฑเสถียร" ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการสั่งคดีโดยไม่รอบคอบ เพื่อขอเอาคดีนี้กลับมาอีก เนื่องจากมีพยานหลักฐาน ว่าศาลชั้นต้นแค่ตัดสินยังไม่ถึงอุทธรณ์ไม่ถึงฎีกา คุณรีบเอาท้ายคำพิพากษารีบขอถอนหมายจับจำเลยที่ 2 ซึ่งหนีไปในขณะนั้นได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมพูดถึง"
"ชูวิทย์" คุณอาจะสงสัยว่า"เดอะลอร์ด" ที่ว่าเนี่ยมันไปเกี่ยวข้องอะไร เราก็ต้องเริ่มต้นจากการค้ามนุษย์และมีการฟอกเงิน แต่เมื่อไม่ตั้งข้อหาฟอกเงินซึ่งคุณต้องแปลกใจ ค้ามนุษย์มันต้องตามด้วยฟอกเงิน ในข้อหาต่างๆของ"นายกำพล"และ ลูกเมีย ไม่มีข้อหาร่วมกันสมคบกันฟอกเงิน ดังนั้นแสดงว่ามีข้อหาที่หลุดไป การที่มีข้อหาหลุดไปผมไม่สามารถกล่าวโทษได้ "คุณวราวิทย์"ก็ไม่สามารถกล่าวโทษได้ว่าทำไมไม่มีข้อหานี้อยู่ในการออกหมายจับ "นายกำพล" เอาโคปาคาบาบ่าและเดอะลอร์ดออกมาจากการอายัดโดยการวิ่งปปง. ดีเอสไอ เพราะ ดีเอสไอ ทำหน้าที่เหมือนกับตำรวจในขณะนั้น เมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้องส่ง ดีเอสไอ และ ดีเอสไอ ไม่โต้แย้งก็จบ เพราะไม่ยึดแล้วปปง.ไม่อายัด
จริงๆถ้าผมเป็น"นายกำพล"จะอยู่เฉยๆเงียบๆขายไปดีกว่า แต่"นายกำพล"ยังกลับมาทำอีก ในเวลาต่อมาก็เอาโคปาคาบาน่าซึ่งมีหุ้นอยู่ 30% และ 70% ไปให้กับพนันออนไลน์ ชื่อย่อ "ซ." ที่เขารู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง "นาย ซ." ไม่เคยทำอาบอบนวดเพราะต้องมีใบอนุญาตพูดง่ายๆ เหมือนกับโรงแรม ไม่ได้เปิดร้านอาหารที่คอนโทรลง่าย "นาย ซ." ทำไม่เป็น ตกลงกับ"นายกำพล" ว่า "นายกำพล"มาทำก่อนนะ มีสัญญาทำ 2 ปี "นายกำพล"ติดต่อเชียร์แขกที่เคยทำงานกับเขา ผมรู้เพราะมันลูกน้องเก่าผม โทรมาฟ้องผมว่า"นายกำพล"จะกลับมาทำได้หรือ เห็นว่ามีหมายจับโทรหาลูกน้องโทรเองด้วย "นายกำพล"ก็เปลี่ยนชื่อ"โคปาคาบาน่า"เป็น "ลาลิษา" ผมเคยบอกใครต่อใครว่าอาบอบนวด มีเคล็บลับอยู่ว่าต้องใช้ชื่อผู้หญิง ไม่มีชื่อผู้ชายถ้าตั้งชื่อผู้ชายเมื่อไหร่เจ๊ง
"วราวิทย์" ถามว่า การกลับมาเปิดสถานอาบอบนวด จะต้องถามใครว่าจะได้เปิดหรือไม่ได้เปิด
"ชูวิทย์" ตอบว่าหากจะเปิดต้องมีใบอนุญาติ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ การมีใบอนุญาติต้องไปหาซื้อต่อ เพราะปัจจุบันไม่ได้ออกเพิ่มเติม ทั้งประเทศมี 113 ฉบับ ใบอนุญาติ มีจำนวน 5 ห้อง , 12 ห้อง ,50 ห้อง ,100 ห้อง ในใบอนุญาติสถานบริการจะมีรูปแบบ 3 ชนิดที่โอนเปลี่ยนมือได้ คือ เจ้าของบริษัท , ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบุคคลสามารถโอนด้วยการร้องต่อศาล เช่นเป็นลูกหนี้โอนให้เจ้าหนี้ โดยสามารถเปลี่ยนชื่อได้ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยบริการประชาชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากที่ควบคุมแต่สถานบริการอาบอบนวด ซึ่งจะมีการเปลี่ยนเงื่อนไขทุกปี
"แต่หัวใจของสถานบริการอยู่ที่จำนวนห้อง สมมติที่ "ลาลิซ่า " มี จำนวน 200 ห้อง ซึ่งไม่มีใบอนุญาติประเภทแบบนี้ แต่ที่ทำได้ เพราะมีวิธีการ เช่นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจ จะมีการปิดห้องติดป้ายว่าไม่ได้ใช้ และยกที่นอนขึ้น ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปก็กลับมาใช้ใหม่ ทั้งที่ใบอนุญาติให้จำนวนห้องไม่ตรงกับที่สถานอาบอบนวดเปิดให้บริการ จึงเป็นช่องทางของการจ่ายสินบน"
"ชูวิทย์" บอกต่อไปว่า หากจะไม่ให้เกิดการรับสินบนต้องไม่ทำเกินกว่าที่ใบอนุญาติกำหนด และสถานอาบอบนวดต้องมีใบอนุญาติก่อสร้าง เพราะมีท่อน้ำ เครื่องดับเพลิง โดยกรุงเทพมหานครออกให้ ภายใต้ พ.ร.บ.ก่อสร้าง เพราะต้องทำให้อาคารเป็นสาธารณะ ต้องผ่านการตรวจก่อน ซึ่งถามว่า "ลาลิซ่า" ได้รับการอนุญาติเป็นสถานอาบอบนวดหรือไม่ ต้องมีทั้ง 2 ใบอนุญาติ เพราะฉะนั้น เชื่อว่าปัจจุบัน "ลาลิซ่า "ไม่มีใบอนุญาติแน่นอน
"วราวิทย์" ถามว่า ต้องขอทั้งสองหน่วยงาน คือ บชน. และ กทม.
"ชูวิทย์" ตอบว่า ไม่น่าจะอนุญาติได้ เพราะ ก่อสร้างผิดแบบ ตั้งแต่ตนเองสร้างขึ้นมา และโดนปรับ การก่อสร้าง "ลาลิซ่า" มีการสร้างเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ เพราะสร้าง 2 ตึก โดยมีสะพานเชื่อม ซึ่ง กทม.ไม่ออกใบอนุญาติให้ และเมื่อตำรวจมาตรวจก็ปิดทางเชื่อม เพราะฉะนั้นใบอนุญาติก่อสร้างไม่สามารถทำให้เป็นอาคารสาธารณะได้ ซึ่งตนเองทำผ่านมา 20 ปีก่อนยังไม่ค่อยเข้มงวด ผมถามว่า บชน. หรือ ผบ.ชน หรือโรงพัก รู้เรื่องพวกนี้หรือไม่
"เดอะลอร์ด เปลี่ยนเป็น เดอะ Plaza Hotel and spa อยู่ได้นอนได้ 24 ชั่วโมง เป็นการเอาใบอนุญาติโรงแรม 60 ห้อง มาแฝงใบอนุญาติสถานอาบอบนวด 40 ห้อง เพื่อมาเปิดสถานบริการ และยังมีห้องสูท ที่เป็นที่สังสรรค์ของนักเที่ยวมาเป็นกลุ่ม โดยมีห้องลูกอีก 6 ห้อง ซึ่งถือว่านับเป็นห้องเดียว เพราะฉะนั้น หากต้องการเปิดทั้ง เดอะลอร์ด และ โคปาคาปาน่า ต้องมีใบอนุญาติให้เรียบร้อย"
"ชูวิทย์" ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้ มีเรื่องกับ"เสี่ยกำพล" เพราะ 10 กว่าปี "เสี่ยกำพล" คงรวยเป็นพันๆล้านบาทแล้ว แต่การที่ถูกดำเนินคดีค้ามนุษย์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และยังมาบริหาร "เดอะลอร์ด " ทำได้อย่างไร ซึ่ง"เสี่ยกำพล"บริหารเก่ง แม้จะมีหุ้นส่วนเป็น ทุนจีนยังต้องให้"เสี่ยกำพล" บริหารอยู่เบื้องหลัง โดยมีคนชื่อ "ธง" ซึ่งร่วมบริหารที่ "เดอะลอร์ด "นำทุนจีน พนันออนไลน์เข้ามาร่วม ต้องการนำเงินมาฟอกขาว จากเงินบ่อนออนไลน์ และยืนยันว่า ธุรกิจอาบอบนวด ยังเป็นธุรกิจที่รุ่งอยู่ โดยสถานที่ไม่สำคัญ ค่าบริการ เริ่มต้นตั้งแต่ 5,000 -20,000 บาท โดยเจ้าของจะได้ 5,000 บาท กับจำนวนรอบที่มี 200 รอบ เท่ากับว่า เจ้าของสถานบริการจะได้วันละ 1 ล้านบาท และสามารถนำเงินสีเทา มาฟอกเพิ่มได้ วันละ 2-3 ล้านบาทได้
"วราวิทย์" ถามว่าจะฝากอะไรไปถึง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
"ชูวิทย์" บอกว่า ไม่มีอะไรกับท่าน เพราะท่านเป็นผู้นำหน่วย ซึ่งคุม 88 สถานี ท่านต้องมีฝีมือ หากไม่อยากปวดหัว กับการทำงาน ดูแลลูกน้อง ภาพลักษณ์ ประชาสัมพันธ์ และไม่ต้องมาบอกให้ "ชูวิทย์"เบาหน่อย ไม่เกี่ยวกับ"ชูวิทย์"เพราะไม่ได้ไปตั้งด่าน จับดาราไต้หวัน หากไม่อยากปวดหัวต้องย้ายไปภาคอื่น เมื่ออยู่นครบาลต้องรับใช้ประชาชน
"วราวิทย์" ถามทิ้งท้าย เสี่ยกำพลอยู่ไหน
"ชูวิทย์" ตอบว่าอยู่กรุงเทพฯกับภรรยาน้อย อยู่ใจกลางกรุงเทพ และเดินทางขึ้นลงภาคเหนือ เชียงใหม่
คลิป >>> "ชูวิทย์" แฉละเอียดยิบฟอกเงิน"อาบอบนวด"