ท่านจะไปของท่านเองแล้วก็ถีบหัวเรือไป พอท่านพูดจบท่านรีบโทรมาหาผมเพราะผมพึ่งพ้นจากส.ส. เพราะคนก็เศร้ามีความรู้สึกเสียใจวันนั้น ท่านบอก "ตู่ๆพี่กำลังจะได้กลับประเทศไทย"
ผมถามว่าท่านได้กลับเมื่อไหร่ "สัปดาห์หน้าเจอกันที่กรุงเทพ" ผมบอกว่าที่ท่านพูดว่าพายเรือมาส่งแล้วไม่ต้องตามมาเนี่ยเดี๋ยวผมไปเคลียร์กับพรรคพวกเพราะท่านได้กลับบ้าน เรื่องอื่นเป็นเรื่องเล็กหมด แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้เป็นอย่างว่า วันนี้ชี้ให้เห็นว่าตลอดเส้นทางท่านพร้อมที่จะเอากระบวนการเสื้อแดงนี้ไปแลกอยู่ตลอดเวลา
"ผมเนี่ยเอาชีวิตไปแลกให้วาดหวังว่าท่านเป็นผู้นำในการต่อสู้ แต่ท่านทำตัวได้เป็นเพียงแค่พ่อค้า ท่านไม่ข้ามขั้นการเป็นพ่อค้าได้เลย” เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าความอดทนมันขาดมันจบลงไป แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือว่าการเลือกตั้งแลนด์สไลด์ผมไม่ขัดข้องอะไร แต่ว่าผมตั้งคำถามว่าจะไปจับมือกับพลังประชารัฐหรือไม่"
"วราวิทย์" ถามแล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับการไปกดดันให้เพื่อไทยประกาศออกมาชัดๆว่าไม่จับมือกับพลังประชารัฐ คุณจตุพรไปรู้ไปเห็นอะไรมาถึงมาดักทางเพื่อไทยแบบนี้
"จตุพร" คือก่อนหน้าที่พรรคเพื่อไทยจะประกาศว่าจะไม่จับมือกับใครก่อน จะเห็นได้อย่างชัดเจนบรรดาแกนนำบางคนก็บอกพร้อมจะจับมือกับพลังประชารัฐและพรรคการเมืองอื่นๆ จนกระทั่งมาแถลงเป็นทางการว่าไม่จับมือกับใครก่อน มีกรณีน่าสงสัยตอนที่พรรคก้าวไกลประกาศจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย แต่แกนนำพรรคเพื่อไทยทวิตเตอร์บอกโหนเลย ประเด็นที่ตั้งข้อสงสัยก็คือว่าตอนปลายปี ป.ป.ช. ซึ่งรู้อยู่ในอำนาจใคร ได้ออกมาปั่นกระแสจำนำข้าวล็อตสองซึ่งใครคิดว่าโดนกันแน่ แล้วก็ปล่อยอย่างง่ายดาย เราเองเห็นว่าพรรคก้าวไกลเขากล้าประกาศว่าจะไม่จับมือกับทั้งพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ แม้ว่าเพื่อไทยจะบอกว่าไม่จับมือกับใครก่อนแต่ต้องกล้าประกาศว่าจะจับมือกับพรรคที่เกี่ยวข้องกับการสืบทอดอำนาจหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้
แต่สำหรับพล.อ.ประวิตรมันมีท่วงทำนองไมตรีกันมายาวนาน นับตั้งแต่ตั้งเป็นผบ.ทบ. และช่วงระหว่างการยึดอำนาจมีการเอื้อกันหลายครั้ง การอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทยดึงเวลาจนกระทั่งคุณโรมอภิปรายพล.อ.ประวิตรไม่ได้ เราจึงตั้งคำถามว่าทำไมพรรคเพื่อไทยจึงไม่กล้าตอบคำถามง่ายๆ บางทีก็อธิบายว่าเร็วเกินไปที่จะตอบ ไม่จำเป็นต้องตอบในเวลานี้ ถ้าเป็นพรรคการเมืองซีกประชาธิปไตยด้วยกันนั้นพูดได้ แต่พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกาารรัฐประหาร ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่กล้าประกาศเหมือนพรรคก้าวไกลก็เข้าข่ายน่าสงสัย ถ้าพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ ควรจะบอกกับประชาชนก่อนมั้ย หรือเลือกตั้งเสร็จแล้วไปอ้างความจำเป็นและไปจับมือ อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนในวันนั้นจะเหลืออะไร ผมเองเห็ฯพรรคเพื่อไทยกระทำการหลายๆเรื่องเช่นปี 2562 ผมอยู่ในคุก คนของอดีตนายกฯทักษิณไปชวนมาช่วยทำพรรคเล็กเพื่อที่จะดึงเสียงไปเติมคะแนนเพราะระบบบัตรใบเดียว ผมก็ลังเลแล้วบอกอดีตนายกฯทักษิณต้องการันตีนะ ถ้าไม่บอกผมไม่มีทางไปนะ ผมออกจากคุกอดีตนายกฯทักษิณก็พูดโทรศัพท์มาเลยการันตีให้มาช่วยตรงนี้โดยที่ผมไม่รู้ว่าเขาก็วางแผนไปทำอีกพรรคนึง ก็แยกนปช.ออกเป็นสองส่วนเลย ปรากฎการนี้ทำให้กระบวนการนปช.แยกกันร้อยเปอร์เซ็นต์และก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น และคนที่ทำสำเร็จก็คือตัวอดีตนายกฯทักษิณ
ตลอดระยะเวลา 13-15 ปีที่มีเสื้อแดงกันมา วันไหนอยากใช้ก็ตาม วันไหนไม่อยากใช้ก็ทิ้งไป มาครั้งนี้อยากต้องการจะแลนด์สไลด์เกิดอยากคนเสื้อแดงขึ้นมาอีกก็ใช้ตาม ผมเองก็เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่แฟร์กับคนเสื้อแดง เขาถวายชีวิตมอบให้ สิ่งที่เขาควรจะได้เขาต้องการแค่ความเป็นธรรม การต่อสู้นี้มีการบาดเจ็บล้มตาย เพียงแค่ตอบสนองให้เขาก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามั่นใจเอาอยู่ก็ต้องบอกความจริงกับประชาชน เพราะคุณบอกเป็นพรรคประชาธิปไตยใครออกจากพรรคเป็นคนทรยศไปอยู่กับเผด็จการ จากเผด็จการย้ายมาประชาธิปไตยเพียงแค่เปล่งวาจาขอโทษ ไปสร้างประเพณีอันนี้ เอาคนจากภูมิใจไทย พลังประชารัฐเข้ามาก็เป็นประชาธิปไตยโดยฉับพลัน
"วราวิทย์" ถามเขาใช้คำว่าจะไม่จับมือกับพรรคที่ขัดกับประชาธิปไตย อันนี้ชัดพอมั้ย
"จตุพร"ไม่พอ เพราะทำไมตอบไม่ได้ว่าพรรคที่พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร สังกัดเนี่ย ว่าจะไม่มีวันจับมือกับกระบวนการสืบทอดอำนาจนี้โดยเด็ดขาด มันยากอะไรขนาดนั้น ถ้าคุณต้องการยึดหลักประชาธิปไตยจริงๆคุณต้องแฟร์กับประชาชน ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้วคุณมาจับมือกับพลังประชารัฐ ประชาชนเขาจะรู้สึกยังไง แต่ถ้าคุณจะจับมือแล้วประกาสวันนี้แล้วคนยังเลือกคุณอยู่แสดงว่าคนเขารับกันได้
ชมคลิป >>> แดงแตกรัง หวังสกัดแลนด์สไลด์