"ที่ผ่านมา ที่เราคบเพราะคิดว่าเขา (ทักษิณ) ทำถูกต้อง เหมือนที่เคยบอกว่า เสียงปืนนัดแรกจะมา แต่สองแสนนัดในการสลายเสื้อแดงล้มตายเป็นร้อยศพเมื่อปี 2553 ยังไม่มาเลย ดังนั้น การนำในการต่อสู้เรื่องสัจจะและภาวะการเป็นผู้นำเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าประชาชนมีสิทธิตายได้ ผู้นำก็ต้องตายได้เช่นกัน เมื่ออยู่ในสนามรบต้องเคารพกัน ให้เกียรติกัน เราก็กล้ำกลืนในวันที่เขาอธิบายพายเรือมาส่ง ไม่ต้องตามมา ขอไปเอง เป็นคำพูดที่ทิ่มแทงคนเสื้อแดง เพียงเพื่อเขาพูดแล้วเชื่อว่าจะได้กลับบ้านจึงยอมทุกอย่าง..." จตุพร เปิดเผยต่อเนื่อง
การออกมาสาวไส้ "คนแดนไกล" ชนิดที่ไม่ค่อยได้ยินมาก่อนทางสาธารณะแบบนี้ ชวนให้วิเคราะห์ เพราะนับตั้งแต่ "จตุพร" ถูกจองจำในเรือนจำจากคดีทั้งหลายทางการเมือง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ ล้วนเป็นการทำตามอาณัตสัญญาณของคนแดนไกล
"แกนนำติดคุก คนสั่งการลอยนวล"
ประจักษ์ชัด จากการที่ออกมาซัดนายทักษิณ เรื่องเสียงปืนแตก ก็ยังไม่มานำทัพ นี่ก็เป็นอีกถ้อยความที่จตุพร กล่าวถึง "ทักษิณ" แบบไม่ต้องเกรงใจกันอีกแล้ว หรือแม้แต่การทิ้งคนเสื้อแดง ต้องไปติดคุกติดตาราง
"วันนี้เพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งอีก แม้เลือกตั้งเมื่อปี 2554 เป็นชัยชนะของเสื้อแดงม้วนเดียวจบ แต่ทักษิณ เสนอให้ถอดเสื้อแดง จนถูกชาวบ้านพนมไพร ร้อยเอ็ด โห่ แล้วหลังชนะยังมาใช้บริการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกจึงฉิบหายมาถึงทุกวันนี้ แล้วนี่กำลังคิดใช้บริการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกใช่หรือไม่ แล้วประชาชนเป็นควายหรืออย่างไร ดังนั้น จึงต้องพูดความจริงกัน ถ้าไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชนแล้ว ก็เสียหาย 8-9 ปี เราจึงไม่ต้องการให้ประชาชนเสียโอกาสกันอีกแล้ว ถ้าคุณชนะแล้วใช้รัฐมนโทแบบเดิมจะอยู่ได้กี่วัน" จตุพร กล่าวถึงพฤติกรรมทักษิณ ที่วันนั้นใช้คนเสื้อแดง แต่วันนี้กำลังจะดีลกับ พล.อ.ประวิตร เมื่อวันที่ 21 มกราคม
อย่าลืมว่า สถานะของ"จตุพร" หลังออกจากเรือนจำ ต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง สิ่งที่"จตุพร"ทำได้คือการเคลื่อนไหวทางการเมืองในภาคพลเมือง ท่ามกลางสภาพการณ์องค์กรเครือข่ายทางการเมืองที่ถูกย่อยสลายเพราะด้วยข้อจำกัดของการถูกดำเนินคดีความ
ภาพของการสวมเสื้อคนละสี และยังต้องสับประยุทธ์เหมือนในอดีต จึงหมดสภาพไปตามธรรมชาติ จึงไม่แปลกที่ "จตุพร" และแกนนำนปช.บางส่วนที่เหลือจึงหันมาผนึกกำลังกับอีกฟากฝ่ายอย่าง"นิติธร ล้ำเหลือ" ที่เคยสังกัดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ กปปส. มาเป็น "คณะหลอมรวมประชาชน"
เฟซบุ๊กเพจ ประชาชนคนไทย (ปท.) ก็เป็นอีกเพจที่ คณะหลอมรวมประชาชน ใช้เป็นพื้นที่ในการถ่ายทอดสด รายการที่มีจตุพร พรหมพันธ์ุ และ "ทนายนกเขา" นิติธร ล้ำเหลือ สองแกนนำที่เคยต่างสีใช้เป็นแพลทฟอร์มสื่อสารกับประชาชน หลังจาก สถานีพีซทีวี ซึ่งจตุพร เป็นที่ปรึกษาสถานี ปิดตัวไปไม่นานภายหลังเจ้าตัวออกมาจากเรือนจำ ด้วยประสบภาวะทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตการณ์โควิด
"เมื่อไม่มีน้ำเลี้ยงให้การสนับสนุน สถานะของตนเองทางการเมืองที่ ไม่สามารถมีบทบาทหรือเข้าร่วมทัพเป็นแถวหน้าเหมือนแกนนำนปช.บางรายที่หลงเหลืออยู่ไปช่วย "อุ๊งอิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ในการสู้ศึกเลือกตั้ง 66"
ด้วยเหตุทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ "จตุพร" จึงต้องพลิกหากลยุทธ์เดินหน้าสู้พร้อมกับนำข้อมูลที่ตนเองเก็บงำไว้ตลอดมาเปิดเผยในช่วงจังหวะเวลาสำคัญ ของศึกชิงเมือง "การเลือกตั้ง 66" ซึ่งก็ดูเหมือนว่า ในการขับเคลื่อนผ่านช่องทางรายการ ทำให้มีผู้เข้ามาติดตามเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงสองสามวันจากเปิดข้อมูลเชิงลึกและประกาศจุดยืนของตน
ด้วยสถานะตนเองตอนนี้ ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป อีกทั้งต้องการขัดเกลาภาพลักษณ์ตนเองให้รู้ว่า ณ ตอนนี้เขาเป็น"คณะหลอมรวมประชาชน" มิใช่เสื้อแดงที่ถูกนายใหญ่ทอดทิ้ง และมิใช่กลุ่มสนับสนุนเผด็จการ ก็อาจทำให้จตุพรมีพื้นที่ยืนได้ไม่มากก็น้อย
"การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แต่เมื่อผลประโยชน์ไม่ลงตัว อะไรต่อมิอะไรย่อมพรั่งพรูออกมาได้"