ขณะที่ นายสุรพัศ ประสพ อายุ 20 ปี ชาว ม.14 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หนึ่งในผู้รอดชีวิตอย่างเฉียดฉิว เล่าถึงวินาทีระทึกว่า ขณะที่รถยนต์กระบะคันที่นั่งมากำลังจะขับข้ามรางรถไฟ ไปตนเองได้เห็นว่าขบวนรถไฟได้พุ่งเข้ามาใกล้จะถึงแล้วในระยะอีกเพียงไม่กี่เมตร
แต่ได้ยินเสียงคนงานที่นั่งมาด้วยกันได้ร้องบอกคนขับรถไปว่าให้ไปเลยๆ แต่ตนมองว่าไม่น่าจะทันแล้วจึงได้กระโดดพุ่งลงไปจากตัวรถ ก่อนที่จะกลิ้งลงไปตามพื้นถนนของทางต่างระดับ ระหว่างทางรถไฟกับถนนรถยนต์ลงไปยังด้านล่าง
ระหว่างนั้นได้หันกลับมามองดูรถคันที่นั่งมา จนพบว่าขับข้ามรางรถไฟไปไม่พ้นจริงๆ และเห็นเหตุการณ์ตลอดจนติดตา ซึ่งระหว่างที่จะกระโดดลงมาจากรถนั้น ได้ร้องบอกกับญาติที่นั่งมาด้วยว่าให้โดดลงแต่ญาตินั่งอยู่ในตะกร้าใส่ปลาจึงขยับตัวออกมาไม่ทัน ก่อนที่เขาจะมาเสียชีวิตไปในที่สุดกับเหตุการณ์นี้
"ช่วงที่รถยนต์กำลังจะขับข้ามไปนั้น ตนได้ยินเสียงหวีดรถไฟดังลั่นจำนวน 3 ครั้งก่อนหน้าแล้ว" นายสุรพัศ กล่าว
ขณะที่ นายวิชัย อยู่เล็ก อายุ 54 ปี ชาว ม.11 ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ให้การว่า ได้รับคนงานรับจ้างลากปลามาจากย่านวัดศรีวารีน้อยจำนวน 12 คน เพื่อมาลากปลายังที่บ่อเลี้ยงปลา ในพื้นที่ ม. 5 ต.คลองอุดมชลจร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุออกไปอีกประมาณ 5 กม.เศษ ซึ่งปกติจะพาคนงานมารับจ้างลากปลาที่บ่อนี้ปีละประมาณ 1 ครั้ง
เมื่อมาถึงยังที่เกิดเหตุมองไม่เห็นขบวนรถไฟ เนื่องจากระดับของรางรถไฟมีความสูงกว่าพื้นถนนทางรถยนต์มาก และสภาพแวดล้อมยังมืดสนิทด้วย จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น