มีรายงานเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวนได้เรียกสามีของ น.ส.สาว เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม โดยเจ้าตัวให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เคยเป็นแฟนกันนานเกือบ 20 ปี และเพิ่งกลับมาคบหากันได้ประมาณ 1 ปี 3 เดือน ก่อนเกิดเหตุ น.ส.สาว เคยเล่าปัญหาเรื่องหนี้สินหลายเรื่อง ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน ตนเองได้ยิน น.ส.สาว บ่นว่าอยากเก็บใครบางคน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นป้าอ้อยหรือไม่ กระทั่งวันที่ 4 กรกฎาคม มีตำรวจมาเชิญตัว น.ส.สาว ไปสอบสวน และเก็บพยานหลักฐานจากรถเก๋ง ซึ่งตนทราบว่ามีคนหาย และนั่งไปกับ น.ส.สาว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณด้านหน้า อบต.หนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ น.ส.สาวและนายกอล์ฟ นำศพของป้าอ้อยไปโยนทิ้งเหว ประมาณ 8 กิโลเมตร โดยวันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่ป้าอ้อยหายตัวไป กล้องวงจรปิดจับภาพรถ น.ส.สาว ขับผ่านหน้า อบต.หนองเป็ด เวลาประมาณ 14.39 น. ก่อนจะขับผ่านกล้องอีกหลายตัว ซึ่งอยู่ตามเส้นทางมุ่งหน้าไปยังจุดทิ้งศพ
จากนั้นเวลาเวลาประมาณ 15.12 น. ได้ขับกลับมาผ่านกล้องตัวเดิมอีกครั้ง รวมระยะเวลาไปกลับไม่ถึง 30 นาที ทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายน่าจะรีบนำศพของป้าอ้อย โยนลงหน้าผาบริเวณจุดที่พบศพและรีบขับรถกลับ เข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี เพื่อนำเอาเอกสารหลักฐานและทรัพย์สินต่าง ๆ ของป้าอ้อย ไปเผาทำลายในช่วงเย็น วันที่ 30 มิถุนายน กระทั่งมีผู้ไปพบบัตรประชาชนและทรัพย์สินของป้าอ้อย ถูกเผาบริเวณท่าน้ำบ้านท่าพะเนียด ดังกล่าว