นายสรรเพชญ กล่าวว่า โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จะช่วยแก้ปัญหาการเดินทางเข้าออกเกาะลันตา ลดความล่าช้าบริเวณท่าแพขนานยนต์ ลดความแออัด ยกระดับความปลอดภัย และเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเกาะลันตา โดยโครงการมีระยะทางรวมประมาณ 2.2 กิโลเมตร แบ่งเป็นความยาวสะพาน 1.92 กิโลเมตร และถนนเชื่อมต่อ 0.28 กิโลเมตร วงเงินรวมทั้งสิ้น 1,849.50 ล้านบาท
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และภาคบริการในพื้นที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น เกาะลันตาจะมีโครงข่ายคมนาคมที่รองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติได้ดียิ่งขึ้น
“สะพานเชื่อมเกาะลันตา จะไม่ใช่เพียงสะพานเชื่อมแผ่นดินกับเกาะ แต่เป็นการเชื่อมประชาชนกับความปลอดภัย เชื่อมนักท่องเที่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกระบี่ และเชื่อมผู้ประกอบการกับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่” นายสรรเพชญ กล่าว
ส่วนโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง จะช่วยลดระยะทางการเดินทางได้มากกว่า 80 กิโลเมตร หรือลดระยะเวลาเดินทางจากเดิมประมาณ 2 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 10–15 นาที โดยโครงการมีระยะทางรวมประมาณ 7 กิโลเมตร วงเงินรวมทั้งสิ้น 4,829.25 ล้านบาท
นายสรรเพชญ กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นเส้นทางสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง ระหว่างจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง รองรับการท่องเที่ยวรอบทะเลสาบสงขลา สนับสนุนการค้า การขนส่งและโลจิสติกส์ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนทั้งสองฝั่งทะเลสาบ
“สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เป็นมากกว่าเส้นทางคมนาคม แต่คือการเชื่อมจังหวัด เชื่อมชุมชน เชื่อมเศรษฐกิจ และเชื่อมคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” นายสรรเพชญ กล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งคณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบกรอบค่าใช้จ่ายสำหรับแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ระยะ 5 ปีแรก วงเงิน 402.82 ล้านบาท เพื่อให้การก่อสร้างโครงการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างสมดุล
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การเดินหน้าโครงการทั้ง 2 แห่ง เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย ทั้งคณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กรมทางหลวงชนบท หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพื้นที่ภาคใต้ ที่ร่วมกันติดตาม ผลักดัน และสะท้อนเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบท จะเร่งดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยยึดหลักความรอบคอบ โปร่งใส เป็นไปตามขั้นตอน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
“วันนี้ คือ อีกหนึ่งก้าวสำคัญของภาคใต้ เป็นก้าวที่ทำให้โครงการที่ประชาชนรอคอย ขยับจากแผนบนกระดาษ ไปสู่การเตรียมความพร้อมเพื่อก่อสร้างจริง ผมและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้จะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการสำคัญเหล่านี้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่” นายสรรเพชญ กล่าว