น.ส.เกวลิน แข็งขัน อายุ 23 ปี หลานสาว เล่าว่า เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ไม่มีบิลค่าไฟฟ้ามาที่บ้าน เดือน มี.ค. เป็นบิลที่ไม่มีรายละเอียด ส่งมาที่บ้านของป้า พี่สาวของ น.ส.วรรณา ไม่มีการระบุค่าไฟ มีเพียงบอกว่า ให้ไปติดต่อที่การไฟฟ้า ป้าตนก็บอกว่า ไม่มีค่าไฟ เพราะป้าก็คิดว่าไม่มีคนอยู่บ้าน ถ้ามีก็คงจ่ายไม่ถึงหลักร้อย
กระทั่งผ่านไปถึงวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา มีบิลค่าไฟฟ้ามาอีกครั้ง รวมยอดค้าง 3 เดือน ก.พ. ยอด 7,705 บาท มี.ค. 22,512 บาท และ เม.ษ. 17,521 บาท รวมแล้ว 47,739 บาท ตอนนั้นป้าเข้าใจผิดว่า 47 บาท เพราะส่วนใหญ่ก็จ่ายแทนให้ ในหลักสิบอยู่เป็นประจำพอไปสแกนจ่าย ยอดจึงยืนยันเกือบห้าหมื่นบาท ทำให้พวกตนตกใจมาก จึงรีบไปติดต่อการไฟฟ้าทันที หลังจากได้รับบิลค่าไฟวันที่ 25 เม.ย.
จากนั้นได้ไปที่ สนง.การไฟฟ้า อ.บ้านผือ ทันที เจ้าหน้าที่จึงเข้ามาตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ได้รับคำตอบว่า มีกระแสไฟฟ้ารั่ว ที่บริเวณจุดเชื่อมไฟเข้าตัวบ้าน ไม่ใช่ความผิดพลาดของการไฟฟ้า ช่วยได้เพียงให้ผ่อนจ่ายค่าไฟ เพราะมีการใช้ไฟจริง
ตนพยายามเจรจาหาทางออกเรื่องนี้ แจ้งว่าไม่มีใครพักอาศัย ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า พวกตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หาเช้ากินค่ำ จะไปหาเงินเยอะขนาดนั้น มาจ่ายได้อย่างไร ลำพังหาเงินใช้จ่าย ก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา ก็ยังเห็นมิเตอร์ไฟอยู่ที่เสาไฟฟ้า แต่เขาตัดไฟไปแล้วจนวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นหม้อไฟแล้ว
น.ส.วรรณา และ น.ส.เกวลิน ร่วมกันเปิดเผยอีกว่า ต่อมาช่วงกลางเดือน พ.ค. คุณตา หรือพ่อของ น.ส.วรรณา เสียชีวิต จึงไม่ค่อยมีเวลามาคิดเรื่องนี้ เพราะต้องช่วยกันจัดงานศพ แต่ก็ยังมีบิลค่าไฟของเดือน พ.ค.มาอีกประมาณ 3,262 บาท รวมเบ็ดเสร็จเป็นหนี้ค่าไฟ 51,000 บาท
วันนี้พวกตนจึงไปติดต่อที่การไฟฟ้า อ.บ้านผือ อีกครั้ง เขาก็บอกว่า พวกตนต้องจ่ายอยู่ดี ให้ไปร้องเรียนได้เลย หรือถ้าอยากดัง ก็ให้ไปร้องเรียนนักข่าวได้ พวกตนจึงไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.บ้านผือ และศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ก่อนเดินทางมาร้องเรียนกับสื่อมวลชน
เพราะได้รับความเดือดร้อนมาก พวกตนกลัวถูกดำเนินคดี อยากให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง วอนรัฐบาลใหม่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วย เพราะค่าไฟแพงมาก ชาวบ้านข้างเคียงก็บ่นเป็นเสียงเดียวกัน มันเดือดร้อนจริงๆ