ร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้ผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืนและใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว" คือ แนวทางเชิงนโยบายที่กรมการปกครองเคยจัดทำขึ้นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการรีเซ็ตระบบการครอบครองอาวุธปืนทั่วประเทศ และสร้างมาตรการความปลอดภัยสาธารณะให้รัดกุมยิ่งขึ้น หลังจากเกิดปัญหาอาชญากรรมจากอาวุธปืนอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลสำคัญและสถานะล่าสุดของร่างคำสั่งนี้ มีรายละเอียดดังนี้
1. สาระสำคัญของร่างคำสั่ง (แนวคิดดั้งเดิม)
การเรียกคืนชั่วคราว: กำหนดให้ประชาชนผู้ได้รับใบอนุญาตซื้อ มี และใช้ (ใบ ป.3 และ ป.4) ต้องนำอาวุธปืนและเอกสารใบอนุญาตมาส่งมอบให้ทางราชการ (เจ้าพนักงาน) เก็บรักษาไว้ชั่วคราว
จุดประสงค์การรีเซ็ต: มุ่งหมายให้เกิดการตรวจสอบสถานะ ตรวจสอบอัตลักษณ์ของอาวุธปืน และประเมินคุณสมบัติของผู้ถือครองใหม่ทั้งหมด
แนวคิดนิรโทษกรรมปืนผิดกฎหมาย: ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาวุธปืนผิดกฎหมาย (ปืนเถื่อน) นำปืนมามอบให้แก่ทางราชการโดยจะได้รับการยกเว้นความผิดทางอาญา เพื่อนำปืนนอกระบบเข้ามาตรวจสอบและจัดการรีเซ็ตใหม่
2. ข้อจำกัดและการทักท้วงทางกฎหมาย
หลังจากกรมการปกครองเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสังเกตและทักท้วงในหลายประเด็น
ปัญหาในทางปฏิบัติ: ฝ่ายกฎหมายมองว่าแนวคิดดังกล่าวมีข้อบกพร่องและอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ในทางปฏิบัติ เช่น ภาระของเจ้าหน้าที่ในการเก็บรักษาปืนจำนวนมหาศาล ความปลอดภัยของสถานที่จัดเก็บ และประเด็นข้อกฎหมายเรื่องการจำกัดสิทธิของประชาชนที่ครอบครองปืนอย่างถูกกฎหมาย
มติคณะกรรมการ: ในท้ายที่สุด คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้กรมการปกครองรับข้อสังเกตและข้อห่วงกังวลเหล่านี้กลับไปทบทวนและพิจารณาประกอบการดำเนินการใหม่อีกครั้ง ทำให้ร่างคำสั่งฉบับนี้ยังไม่ได้ถูกประกาศบังคับใช้จริงในรูปแบบของการยึดคืนปืนเดิมทั้งหมด
3. สถานะและมาตรการควบคุมอาวุธปืนในปัจจุบัน (อัปเดตสิงหาคม 2569)
เนื่องจากเกิดเหตุสะเทือนขวัญและการใช้อาวุธปืนบ่อยครั้ง (ล่าสุดคือเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาที่ จ.นนทบุรี) รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้ปรับแนวทางจากการเรียกคืนปืนชั่วคราวตามร่างคำสั่งเดิม มาเป็นการยกระดับกฎหมายและการบังคับใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด 7 ข้อ แทน โดยมีคำสั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ดังนี้
งดออกและต่อใบอนุญาต: สั่งระงับการออกใบอนุญาตซื้อ (ป.3) ใบอนุญาตมี/ใช้ (ป.4) และใบอนุญาตพกพา (ป.12) ชั่วคราว จนกว่า ครม. จะมีมติเป็นอย่างอื่น
• ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ ทั้งหมด
• สั่งตรวจใบ ป.3 ทั่วประเทศ: ให้นายทะเบียนตรวจสอบใบ ป.3 ที่ค้างอยู่และยังไม่มีการซื้อขายภายใน 30 วัน
• เร่งจัดระเบียบใบ ป.4: ใครที่ซื้อปืนไปแล้วแต่ยังไม่ทำใบ ป.4 ต้องดำเนินการภายใน 30 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าครอบครองปืนผิดกฎหมาย
• สั่งรื้อกฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืน ใหม่: มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเร่งร่างกฎหมายปืนฉบับใหม่ภายใน 60 วัน โดยจะกำหนดให้ผู้ถือใบ ป.4 ต้องต่ออายุใหม่ในทุก ๆ 3 ปี (จากเดิมที่ไม่มีหมดอายุ) และนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาจัดเก็บอัตลักษณ์อาวุธปืนแบบเรียลไทม์
• มาตรการห้ามพกเด็ดขาด: ย้ำว่าประชาชนทั่วไปและอดีตข้าราชการไม่มีสิทธิพกปืนออกนอกบ้านหรือไปในที่สาธารณะ (ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น) หากตรวจพบจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดและคัดค้านการประกันตัว
• การจัดการปืนเถื่อน: สำหรับผู้ที่มีปืนผิดกฎหมาย นายกฯ ย้ำให้รีบนำมาส่งมอบคืนแก่ทางราชการ (ที่ว่าการอำเภอหรือสถานีตำรวจ)
ดังนั้น ร่างคำสั่งสำนักนายกฯและมหาดไทย ที่เคยมีดำริกันไว้ ตั้งแต่ อนุทิน เป็นมท. 1 ยุคแรกๆ เป็นเพียงแนวคิดและร่างข้อเสนอในอดีตของกรมการปกครองที่ถูกฝ่ายกฎหมายทักท้วงจนต้องพับแผนไปและในปัจจุบันรัฐบาลได้เปลี่ยนมาใช้มาตรการ "งดออกใบอนุญาตใหม่ - บังคับใช้กฎหมายห้ามพกพาอย่างเข้มงวด - และเตรียมแก้กฎหมายให้ใบ ป.4 มีอายุจำกัด 3 ปีต้องต่อใหม่" เพื่อควบคุมสถานการณ์แทน
งานนี้จึงต้องจับตาดูกันต่อไป เมื่อ อนุทิน กลับมาเป็นรมว.มหาดไทย อีกรอบ แถมแสดงอาการขึงขังจริงจัง กวดขันคุมเข้ม"อาวุธปืน" ตามสถานการณ์ความรุนแรง ที่มีผู้นำอาวุธปืนมาใช้ดาษดื่น เป็นข่าวเกรียวกราวอีกครั้งนั้น การปัดฝุ่นยกระดับ ท่วงทำนอง กำปั้นเหล็ก จะออกมาบังคับใช้ให้เห็นผลเมื่อใด และจะแก้ปัญหาได้จริงจังขนาดไหน หรือจะเป็นเพียงแค่คำสั่งกระสุนด้าน ????