เมื่อตนขับรถไปจอดริมทางแล้วเสร็จ ชายทั้ง 2 ได้สั่งให้ตนดับเครื่องยนต์ และให้ตนลงจากรถพร้อมกับบังคับให้ตนเปิดท้ายรถ ซึ่งตนก็ทำตาม จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ตรวจค้นท้ายรถแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ระหว่างนั้น สจ.โก๊ะ ได้พูดขึ้นมาว่า "จะทำอะไร ก็ให้รีบทำ" เพราะว่านัดคนเอาไว้จะเอาเงินไปบริจาค ช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ ต.ท่ามะขาม
ขณะที่นายพรรษาพูดอยู่นั้น ได้มี 1 ในกลุ่มชายฉกรรจ์ แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยแง้มบัตรตำรวจให้ดูด้วย จึงทราบว่านายตำรวจนายดังกล่าวมียศ พ.ต.ต. หลังจากแนะนำตัวแล้วเสร็จ กลุ่มชายฉกรรจ์ ที่มาทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ตร.บช.ปส. จึงให้ตนกับนายพรรษา ขับรถไปได้
สจ.เบ๊นซ์ และ สจ.โก๊ะ ระบุว่า ต้องการดำเนินคดีกับนายตำรวจยศ พ.ต.ต. พร้อมพวก เนื่องจาก เห็นว่า การกระทำด้วยการขับรถปิดหน้าปิดท้ายรถยนต์ของตนกลางแยกไฟแดง ถือว่าเป็นการกระทำ ถือว่าทำต่อหน้าธารกำนัล ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ อาจจะเข้าใจว่า ตนทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อันเป็นการกระทำให้ อับอายขายหน้า เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะเป็น สจ. มีหน้าตาในสังคม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้นัดหมาย มาให้ปากคำอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 26 เมษายน นี้
เราคิดว่าเราอาจจะโดนกลั่นแกล้งเรื่องทางการเมือง เพราะว่าในสังคมเมืองกาญจน์ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าผมสองคนอยู่ฝั่งการเมืองฝ่ายไหน ขณะนี้พวกตนรู้สึกเหมือนต่อสู้กับฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ การเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ เป็นการป้องกันตัวเองเอาไว้ ถ้ามีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในอนาคต จะได้มีพยานหลักฐานเก็บบันทึกเอาไว้