เมื่อตรวจพบสารเสพติดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พาตัวมาค้นที่กุฏิอีกครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ พระศิรวัฒน์ และโยมแม่ของพระ ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้น โดยไม่ยินยอมให้ทีมข่าว หรือชาวบ้านเข้าไปดูเหตุการณ์ ซึ่งขณะเดินเข้ากุฎิ พระศิรวัฒน์ ยังได้หันมาต่อว่าทีมข่าว ซึ่งได้ระบุว่า "คุณจะทำให้เสียชื่อเสียงวัดทำไมล่ะคะ" ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องถามกลับไปว่า "ท่านครับ..สรุปว่า ใครทำให้วัดเสียชื่อเสียงของวัดกันแน่ครับ" จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เข้าตรวจค้นหาหลักฐานภายในกุฏิ โดยทางมารดาของพระศิรวัฒน์ ได้ทำการปิดห้อง ซึ่งเป็นกระจก โดยปิดผ้าม่านภายในห้อง ซึ่งสร้างความกังขาให้กับชาวบ้านที่มารอดูเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมาก
กระทั่งต่อมา พ.ต.ท.นรินทร์ ไรไสว สารวัตรสืบสวน สภ.บางระจัน ได้เปิดประตูออกมาชี้แจงว่า ขอให้ชาวบ้านใจเย็น ๆ ตอนนี้เจอของแล้ว และเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการตรวจสอบ โดยขณะเข้าตรวจค้น มีการถ่ายวิดีโอ เอาไว้เป็นหลักฐานด้วย หากชาวบ้านรายใดสงสัยให้ตามไปดูภาพ และของกลางได้ที่โรงพัก ทำให้ชาวบ้านที่เดินทางมา ต่างตะโกนว่า ขอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เข้าไปร่วมตรวจสอบด้วย ชาวบ้านจึงพากันสงบลง
จนกระทั่งเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพระศิรวัฒน์ และหลักฐานทั้งหมด ประกอบด้วยยาบ้า 198 เม็ด ปืนไฟแช็ค 2 กระบอก และอุปกรณ์ในการเสพยาที่ใส่ไว้ในกระติกน้ำ ขึ้นรถและนำตัว พระศิรวัฒน์ ไปสึกจากความเป็นพระ พร้อมควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.บางระจัน
พระศิรวัฒน์ ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ซื้อยาบ้าจากพ่อค้ายา เพื่อนำมาเสพอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้นำไปขายให้ใคร ส่วนที่ซื้อยาบ้ามาครั้งละเยอะ ๆ เพราะจะได้ไม่ต้องออกไปหาซื้อบ่อย ๆ
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบสวนเพิ่มเติม พร้อมกับตั้งข้อกล่าวหา "มียาเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครอง อันถือว่าเป็นการจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" พร้อมกับนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ข่าว : วัชรพล เมืองมั่น จ.สิงห์บุรี