อ่วม! เจอคุก 385 ปี อดีต ผอ.รร.บ้านท่าใหม่ ทุจริตค่าอาหารกลางวันเด็กอนุบาล
21 ต.ค. 2565
อ่วม! ศาลสั่งจำคุก 385 ปี “อดีต ผอ.รร.บ้านท่าใหม่” จ.สุราษฎร์ฯ ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ อมเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน
ข่าว
21 ต.ค. 2565
อ่วม! ศาลสั่งจำคุก 385 ปี “อดีต ผอ.รร.บ้านท่าใหม่” จ.สุราษฎร์ฯ ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ อมเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน
21 ตุลาคม 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อ่านคำพิพาทษา คดีหมายเลขคดี ดำ อท.29/2564 เลขคดีแดง อท.42/2565 ระหว่าง พนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจำเลย
ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไล่ออกแล้ว! ผอ.ร.ร.บ้านท่าใหม่ ให้นักเรียนกินขนมจีนคลุกน้ำปลา
: จ่อไล่ออกผอ.โรงเรียนบ้านท่าใหม่ผิดวินัยร้ายแรง(มีคลิป)
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลยแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม),162(1)(4)(เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 121/1
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) มาตรา 162(1)(4)(เดิม) กับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151(เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และการกระทำของจำเลยในแต่ละครั้งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 77กระทง ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 385 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 192 ปี 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)
โดยพิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามฟ้องและพยานหลักฐานโจทก์ตามทางไต่สวนแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยในแต่ละกระทงความผิดแม้คิดคำนวณได้เป็นตัวเงินไม่มากนัก แต่จำเลยได้กระทำผิดมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งจำเลยเป็นผู้บริหารโรงเรียน แต่กลับอาศัยอำนาจหน้าที่เบียดบังเอาผลประโยชน์ที่ไม่ควร ได้ทำให้เด็กนักเรียนในปกครองไม่ได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ และจำนวนที่เพียงพอต่อการพัฒนาการทางร่างกาย และย่อมส่งผลเสียในระยะยาว พฤติการณ์แห่งคดีจึงร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
สำหรับคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย. 2561 ภายหลังจากที่แฟนเพจ @ชมรมstrong-จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้โพสต์คลิปเด็กนักโรงเรียนชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่เด็ก ๆ กำลังทานอาหารกลางวัน ที่ทางโรงเรียนจัดให้ แต่กลับปรากฎว่า ในจานมีเพียงเส้นขนมจีนเปล่าคลุกกับน้ำปลา และไม่มีอาหารอื่นใด ซึ่งภายหลังจากที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าว เผยแพร่ออกไปแล้ว สังคมออนไลน์ได้ประนามการกระทำของโรงเรียนอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลาตรวจสอบร่วม 1 ปีเต็ม จนพบมีมูลความจริง คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี (คศจ.) ได้มีมติไล่ออก นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง
ในส่วนด้านมูลความผิดของ นายสมเชาว์ มีทั้งสิ้น 10 ประเด็น เป็นประเด็นวินัยร้ายแรง 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การทุจริตอาหารกลางวัน 2.การจัดซื้อจัดจ้างระบบไฟฟ้า 3.การขายผลผลิตปาล์มน้ำมันของโรงเรียน 4.อนุญาตให้ขายน้ำอัดลมในโรงเรียน และ 5.โครงการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในบริเวณโรงเรียน และวินัยไม่ร้ายแรง 1 เรื่อง คือโครงการก่อสร้างอาคารที่ดำเนินการเปลี่ยนวัสดุบางรายการโดยไม่ชี้แจงข้อได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งผิดระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนอีก 4 เรื่อง เช่น การเลี้ยงปลาดุก การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ การปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักครู และซ่อมแซมระบบไฟฟ้าไม่เข้าข่ายความผิดวินัย
