“เรื่องรู้ข้อเท็จจริง รู้สึกงงว่า เงินที่โอนคืนกองสวัสดิการฯคือเงินอะไร แล้วเงินจำนวนดังกล่าวไปถึงมือใครกันแน่ ซึ่งหลังจากรู้เรื่องและได้พูดคุยกับผู้รับเหมารายอื่น พบว่าบางรายได้รับเงินค่าบ้านหลักแสนหรือแค่หลักล้าน ส่วนค่าธรรมเนียม 5% และเงินที่ต้องคืนกำลังพลไม่ได้ถูกโอนมาด้วย จนผู้ประกอบการบางรายคิดว่าทางกรมสวัสดิการฯเป็นผู้ดำเนินการคืนเงินให้กับกำลังพลไปแล้ว ไม่ได้คิดว่าจะมีเหตุการณ์เงินหายไป ไม่ได้คืนให้กับกำลังพลผู้กู้เสียด้วยซ้ำ”
เธอบอกอีกว่า เรื่องนี้ตนได้ต่อสู้เรื่องนี้มายาวนานถึง 2 ปี มีการยื่นเรื่องไปที่ ปปช. กองทัพบก หรือแม้แต่กระทรวงกลาโหม แต่เรื่องกับเงียบ แถมตนยังเคยถูกคุกคาม จากนายพลท่านหนึ่งอีกด้วย
ชมคลิป >> นายพลเข้าแย่งเอกสาร
นางพัสนีย์ ยังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนเองยังถูกกลั่นแกล้งรวบรวมรายชื่อกำลังพล ให้ร้องเรียนว่าตนมีการกระทำการมิชอบต้องตรวจสอบ ซึ่งปรากฏว่า หนึ่งในรายชื่อกำลังพล ที่ร้องเรียนนั้นมีรายชื่อสามีตนอยู่ด้วย จึงคิดว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลแล้ว
การที่ตนออกมาเปิดหน้าชนขนาดนี้ เพราะต้องการให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ได้รับรู้เรื่องนี้และแก้ไขปัญหา เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ตนเองก็อาจจะไม่มีชีวิตอยู่ หรือถ้าตายก็ข้อให้รู้ไว้ว่ามูลเหตุมาจากเรื่องนี้เรื่องเดียว และการออกมาครั้งนี้ก็เพื่อช่วยกำลังพลบางส่วนที่ได้รับผลกระทบยังไม่ได้รับเงินส่วนต่างคืนด้วย
ชมคลิป >> นักธุรกิจสาวแฉทุจริตสร้างบ้านพักกองทัพบก
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้พูดคุยกับกำลังพลนายหนึ่งซึ่งที่หลายคนเรียกว่า พ่อบ้าน หรือคนที่รับเงินมาจากผู้ประกอบการ และโอนไปให้นายพลอีกทอดหนึ่ง โดยพ่อบ้านรายนี้เล่าวว่า ตนได้ทำการรับโอนเงินมาจากนางพัสนีย์ และโอนต่อไปยังเสธอีก 2 คน ซึ่งมีทั้งการโอนเข้าบัญชี และเงินสด ซึ่งเป็นการกระทำไปตามคำสั่งของผู้เป็นนาย โดยทำงานมาตั้งแต่ปี 2554-2563 ส่วนรายละเอียดว่านายจะไปกระจายต่อให้ใครตนไม่รู้ เพราะหลังจากที่นายพ้นตำแหน่งไปก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกับตนอีกเลย และการที่ออกมาเปิดตัวในครั้งนี้ เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นผู้กระทำความผิดไปด้วย ซึ่งขณะนี้มีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของตัวเองด้วย
ชมคลิป >> พ่อบ้านเปิดใจ