ส่วนรายละเอียดการทำงานที่กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ของตำรวจหญิงรายดังกล่าว พล.ต.ต.อุดร ระบุว่า มีการย้ายมาจากหน่วยอื่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายมาตามวงรอบปกติ และมีการย้ายพร้อมๆ กันกว่า 100 คน
จากนั้นเข้ามาทำงานได้ระยะหนึ่ง ทางทหารเห็นว่า หน่วยงานเราเป็นหน่วยข่าวที่จะต้องมีการประสานข้อมูลกัน จึงได้ข้อตัวให้ไปช่วยราชการที่ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เพื่อประสานข้อมูลกัน รวมถึง ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ สังกัดอยู่ใน กองกำกับการ 4 ซึ่งรับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 7 และ 8 ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างด้วย
ซึ่งขณะที่ทำงานอยู่ในกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เข้ามาทำงานตามปกติหรือไม่นั้น ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล1 อธิบายว่า การทำงานข่าว ไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำงานที่กองบังคับการทุกวัน เพราะลักษณะเป็นงานข่าว ต้องออกไปหาข่าวตามพื้นที่ต่างๆ และส.ต.ท. หญิงกรศศิร์ คนดังกล่าว ตนเองได้รับรายงานว่า เริ่มเข้ามารับราชการตั้งแต่ประมาณปี 2560 แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่สังกัดใดก่อนหน้านี้ ส่วนขั้นตอนการรับมีการตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตหรือไม่ ตนเองไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในส่วนความรับผิดชอบ เรื่องการรับบุคคลภายนอกเข้าบรรจุราชการ มี กองบัญชาการศึกษาทำหน้าที่ตรวจสอบ
ส่วนพฤติกรรมการทำงานยังไม่ได้รับรายงานความบกพร่องในหน้าที่ และไม่ทราบพฤติกรรมที่มีต่อเพื่อนร่วมงานว่ามีลักษณะพฤติกรรมใช้ความรุนแรงหรือไม่ โดยจะต้องมีการตรวจสอบก่อน ทั้งนี้คำถามที่สังคมสงสัยว่าเหตุใดตำรวจหญิงคนดังกล่าว จึงมีทหารรับใช้ได้ ตนเองไม่ทราบ แต่ตามปกติ ไม่สามารถมีทหารรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจยศไหนก็ตาม
ผู้สื่อข่าว สอบถามผู้บังคับการตำรวจสันติบาล ว่า สิบตำรวจหญิงคนดังกล่าวเข้ารับราชการตามระเบียบหรือไม่ เพราะหากเข้ารับราชการในปี 2560 แต่ปัจจุบัน อายุจะครบ 44 ปี ในเดือนหน้า นั่นหมายความว่า ตำรวจหญิงคนดังกล่าวเข้ารับราชการอายุเกิน 35 ปีตามระเบียบหรือไม่
ผู้บังคับตำรวจสันติบาล 1 กล่าวว่า ไม่ทราบในรายละเอียดดังกล่าว เพราะเป็นส่วนที่กองบัญชาการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในการคัดกรอง เป็นผู้รับผิดชอบ และ ยืนยันว่า ไม่ได้กดดัน เพราะเป็นการทำตามหน้าที่ใครผิดก็ว่าไปตามผิดตามระเบียบกฎเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามไปยังกองบัญชาการศึกษา มีรายงานว่า ตามระเบียบ บุคคลที่มีอายุเกิน 35 ปีจะไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการสอบเข้ารับราชการตำรวจ แต่ก็มีเงื่อนไขพิเศษบางประการ เช่น เป็นบุตรของอดีตตำรวจที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น