“ถ้าถามว่าหาดใหญ่ต้องการอะไร ผมคิดว่าหาดใหญ่ต้องการทั้งการแก้ปัญหาที่ค้างอยู่ และต้องการโอกาสใหม่ไปพร้อมกัน งบฟื้นฟูที่จำเป็นต้องได้ก็ต้องได้ ระบบป้องกันน้ำท่วมที่ต้องทำก็ต้องเร่งทำ แต่ในเวลาเดียวกันเราต้องถามด้วยว่า อีก 5 ปี 10 ปี หาดใหญ่จะเป็นเมืองแบบไหน จะดึงนักลงทุนอย่างไร จะเชื่อมการเดินทางกับพื้นที่อื่นอย่างไร และจะสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่การประชุม ครม.สัญจรสามารถผลักดันได้”
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ยังไม่ควรถูกจำกัดภาพอยู่เพียงหาดใหญ่หรือจังหวัดสงขลา เพราะรัฐบาลกำลังมองการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในภาพรวม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เกษตรกรรม การคมนาคม และการค้าชายแดน
การอนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาท จำนวน 67 โครงการใน 5 จังหวัด จึงสะท้อนให้เห็นอยู่แล้วว่า รัฐบาลไม่ได้มองปัญหาแบบแยกจังหวัด แต่กำลังแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ ขณะที่การประชุม ครม.สัญจรจะเป็นอีกขั้นหนึ่งในการนำโจทย์การพัฒนาระยะต่อไปขึ้นมาพิจารณา ตั้งแต่การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ ไปจนถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
“พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีศักยภาพสูงมาก แต่เราต้องยอมรับว่าหลายพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน เราจึงไม่ควรพอใจกับการทำให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่เดิม แต่ต้องใช้โอกาสที่รัฐบาลลงมาครั้งนี้ทำให้พื้นที่เดินไปได้ไกลกว่าเดิม นี่ต่างหากคือประโยชน์ที่เราควรเอาจาก ครม.สัญจรให้ได้มากที่สุด”
นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า การแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่ ครม. จะมาพัฒนาพื้นที่ก็ควรถูกพิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ มากกว่าการนำไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นประเด็นทางการเมือง
“ถ้าการที่คณะรัฐมนตรีลงมาแล้วทำให้โครงการที่ติดอยู่เดินหน้าได้เร็วขึ้น ทำให้เรื่องที่ต้องประสานหลายกระทรวงสามารถตัดสินใจได้ในโต๊ะเดียว หรือทำให้เกิดการลงทุนและโอกาสใหม่ในพื้นที่ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ประชาชนควรได้รับ เราไม่ควรรีบลดคุณค่าของโอกาสเหล่านี้เพียงเพราะมองทุกเรื่องผ่านมิติทางการเมือง”
นายสรรเพชญ ย้ำว่า สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือ ทำให้การประชุม ครม.สัญจร เกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้ โดยเรื่องเร่งด่วนที่ได้รับอนุมัติแล้ว ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง ขณะที่ข้อเสนอใหม่ของจังหวัดและภาคเอกชนต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงพื้นที่ของรัฐบาลครั้งนี้เป็นทั้งการแก้ปัญหาปัจจุบันและการวางรากฐานอนาคตของหาดใหญ่ สงขลา และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกัน