เนชั่นทีวี

ข่าว

“ปกรณ์” เผย ครม.สั่งตรึงกำลังข้าราชการ ยุบหน่วยงานกว่าหมื่นแห่ง

11 ส.ค. 2569 | titayu_pur

“ปกรณ์” เผย ครม.สั่งตรึงกำลังข้าราชการ ยุบหน่วยงานกว่าหมื่นแห่ง

“ปกรณ์” เผย ครม.รับทราบแผนปฏิรูประบบราชการ ตรึงอัตรากำลังข้าราชการ เร่งยุบหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคกว่า 1 หมื่นแห่ง ปรับลดงบรายจ่ายประจำใน 8 ปี

“ปกรณ์” เผย ครม.รับทราบแผนปฏิรูประบบราชการ ตรึงอัตรากำลังข้าราชการ เร่งยุบหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคกว่า 1 หมื่นแห่ง ปรับลดงบรายจ่ายประจำใน 8 ปี

KEY

POINTS

  • ตรึงกำลัง-ลด 3 หมื่นอัตรา: ครม. เห็นชอบกำหนดอัตรากำลังภาครัฐปัจจุบันเป็นจำนวนสูงสุด พร้อมเตรียมตัดลดตำแหน่งที่ไม่จำเป็นลง 30,000 อัตรา
     
  • ยุบหน่วยงานภูมิภาค 1 หมื่นแห่ง: ก.พ.ร. เสนอหยุดตั้งและทยอยยุบสำนักงานส่วนกลางในภูมิภาคกว่า 10,000 แห่ง เพื่อลดความซ้ำซ้อน วางกรอบแล้วเสร็จใน 8 ปี
     
  • ผ่าโครงสร้างงบฯ ดึงเทคฯ เสริม: มุ่งลดงบรายจ่ายประจำจาก 70% เหลือไม่เกิน 30% เพื่อเพิ่มงบลงทุนประเทศ นำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนการให้บริการประชาชน

11 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลง ครม. รับทราบแผน ปฏิรูประบบราชการ โดยกำหนดสั่ง ตรึงอัตรากำลังข้าราชการ ไม่ให้เพิ่มขึ้น เดินหน้าทบทวนและทยอย ยุบหน่วยงานภูมิภาค ที่มาจากส่วนกลางกว่า 10,000 แห่ง พร้อมตัดลดกำลังพล 30,000 อัตรา นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับโครงสร้างภารกิจ มุ่ง ปรับลดงบประมาณ รายจ่ายประจำจากร้อยละ 70 ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 30 เพื่อเพิ่มงบลงทุนพัฒนาประเทศ โดยวางกรอบแล้วเสร็จภายใน 8 ปี 


ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการปฏิรูประบบกำลังข้าราชการภาครัฐ ว่า การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์การเงินการคลังที่มีรายจ่ายประจำกว่าร้อยละ 70 ส่งผลให้งบลงทุนมีน้อย รัฐบาลจึงเล็งเห็นและพยายามแก้ไขปัญหานี้


โดยวันนี้มีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการจัดการกำลังพลภาครัฐโดยการควบคุมอัตรากำลัง ให้ถือว่าอัตรากำลังที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่จะมีได้ และจะให้ใช้กำลังพลร่วมกันระหว่างหน่วยงาน โดยคำนึงถึงการขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคต 



 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ในส่วนของการยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งสายงานวิชาการและตำแหน่งทั่วไป จะไม่ส่งผลกระทบต่อตำแหน่ง อื่นๆ และยังมีการยกเลิกตำแหน่งในแผนงานที่ไม่จำเป็นลง จากนั้นจะปรับโครงสร้างภารกิจ ของแต่ละหน่วยงานให้ทันสมัย  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน ซึ่งคอมพิวเตอร์จะไม่ถูกนำมาใช้เพียงเพื่อแทนเครื่องพิมพ์ดีดเท่านั้น แต่จะนำมาใช้เพื่อบริการประชาชนด้วย

นายปกรณ์ กล่าวว่า การยกเลิกหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ซึ่งมีจำนวนมากและเป็นภาระงบประมาณที่สูง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วยการลดหน่วยงานกลุ่มนี้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้เสนอให้ยุติการจัดตั้ง สำนักงานส่วนกลางในส่วนภูมิภาคทั้งหมด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนที่จัดตั้งไปแล้วให้ทบทวนและทยอยยกเลิกอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน จากเดิมที่มีกว่า 10,000 หน่วยงาน ก็จะทยอยลดลงนับจากนี้


สำหรับผลกระทบต่องบประมาณจะทยอยลดลงเช่นกัน โดยอาจยังไม่เห็นผลชัดเจนในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ ส่วนการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้บริการประชาชน ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่จะต้องปรับปรุงกำลังพลภาครัฐควบคู่กันไป ทั้งนี้ หลักการสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐในปัจจุบัน คือรัฐไม่ได้เป็นเพียงผู้ควบคุม แต่ต้องอำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ต้นทุนต่ำที่สุด

 

รองนายกฯ กล่าวว่า การลดอัตรากำลังพลที่มีในปัจจุบันลง 30,000 อัตรา จะพยายามลดให้ได้มากที่สุด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้นว่า แต่ละหน่วยงานมีอัตรากำลังอย่างไร และส่วนใดที่สามารถลดหรือทดแทนได้ โดยจะให้แต่ละหน่วยงานไปทบทวน และนำเสนอต่อสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อจัดทำเป็นแผนงานและแจ้งให้ทราบต่อไป

 

ทั้งนี้ มีการตั้งเป้าหมายว่า งบรายจ่ายประจำควรลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ 30 จากเดิมร้อยละ 70 หากไม่เริ่มดำเนินการในวันนี้ อนาคตลูกหลานจะประสบปัญหาเดือดร้อน จึงต้องยอมรับความจริงและร่วมกันแก้ไข ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 4 ปี แต่คาดว่าจะสำเร็จได้ภายใน 8 ปี

ข่าวล่าสุด