กมธ.ทหาร หนุนงบฯปี 70 ขอเพิ่มงบกลาโหม ชี้ภัยชายแดนห้ามตัดงบ
30 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

กมธ.ทหาร อภิปรายหนุนงบฯปี 70 ขอห้ามตัดงบกลาโหม พร้อมเสนอเพิ่มงบดูแลทหารชายแดนและทหารผ่านศึก ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด
ข่าว
30 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

กมธ.ทหาร อภิปรายหนุนงบฯปี 70 ขอห้ามตัดงบกลาโหม พร้อมเสนอเพิ่มงบดูแลทหารชายแดนและทหารผ่านศึก ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด
KEY
POINTS
30 มิถุนายน 2569 ศึกอภิปราย งบประมาณปี 70 กมธ.ทหาร ย้ำ ห้ามตัดงบกลาโหม พร้อมเสนอเพิ่มงบเพื่อรับมือภัยคุกคามชายแดนไทย ชี้งบฯปี 70 จำนวน 3.78 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำ พร้อมเรียกรัฐบาลเร่งอัดฉีดงบทหารชายแดนและทหารผ่านศึกให้เพียงพอ
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ กรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร ได้ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนงบประมาณปี 2570 ของรัฐบาล พร้อมแสดงทรรศนะและข้อเสนอแนะเชิงงบประมาณด้านความมั่นคง
นายราเชน ได้เริ่มต้นการอภิปรายโดยชี้ให้เห็นถึงเม็ดเงินงบประมาณจำนวน 3,788,000 ล้านบาท (3.78 ล้านล้านบาท) ว่าเป็นตัวเลขที่มโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย พร้อมเปรียบเทียบให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า
"หากเปรียบเงิน 1 ล้านบาท เท่ากับน้ำหนัก 1 กิโลกรัม งบประมาณก้อนนี้จะมีน้ำหนักถึง 3,788,000 กิโลกรัม และหากทอนเป็นเงินจำนวน 20,000 ล้านบาท หรือ 20 ตัน ใส่รถบรรทุก จะต้องใช้รถบรรทุกถึง 190 คัน นำมาจอดเรียงต่อกันเป็นระยะทางยาวถึง 2.5 กิโลเมตร" นายราเชน กล่าว
อย่างไรก็ดี นายราเชน ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญต่อโครงสร้างงบประมาณ ว่า จากยอดรวมทั้งหมด 3.78 ล้านล้านบาทนั้น ปรากฏว่าเป็นงบประมาณที่จ่ายเป็นเงินเดือนข้าราชการประจำและสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้วถึง 72% ในขณะที่มีเม็ดเงินสำหรับการ "ซื้อ-ซ่อม-สร้าง" หรือเงินที่จะนำไปใช้พัฒนาประเทศจริง ๆ เพียงแค่ 27.33% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.27 ล้านล้านบาทเศษเท่านั้น
ดังนั้น ประชาชนจึงไม่ควรคำนวณสัดส่วนการทุจริตคอร์รัปชันจากยอดรวม 3.78 ล้านล้านบาททั้งหมด เนื่องจากเนื้อในส่วนใหญ่คือรายจ่ายประจำ
ในส่วนของการปรับลดงบประมาณ นายราเชน ระบุว่า ตนไม่ขัดข้องหากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะมีการปรับลดงบประมาณในส่วนงานอื่นๆ ลง แต่ขอให้นำงบประมาณที่ถูกตัดลดนั้น ไปจัดสรรและสนับสนุนใน 2 นโยบายหลัก คือ นโยบายเงินผดุงเกียรติ เพื่อนำไปดูแลกลุ่มทหารผ่านศึกที่ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันยังคงตกค้างและไม่ได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ขณะที่สวัสดิการด้านอื่นๆ ของรัฐกลับมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
งบประมาณกระทรวงกลาโหม ห้ามปรับลดเด็ดขาด และควรพิจารณาเพิ่มงบประมาณให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นงบปกติหรืองบลับ
นายราเชน ได้อภิปรายถึงสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน โดยเปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน (เวลาประมาณ 18.00 น.) มีรายงานการประกาศกฎอัยการศึกที่บ้านหนองจาน สะท้อนว่าประเทศเพื่อนบ้านเริ่มแสดงท่าทีเป็นภัยคุกคามต่อไทย
"กระทรวงกลาโหมไม่สมควรที่จะถูกตัดงบประมาณ และสมควรที่จะเพิ่มงบประมาณให้มากพอ ไม่ว่าจะเป็นงบลับ หรืองบอะไรก็แล้วแต่ การประกาศงบสนับสนุนให้ทหารของเรามีกำลังสู้ แค่ประกาศไปเลยว่าเรามีงบประมาณมากพอ มันก็เป็นภัยให้ศัตรูได้เกรงกลัวประเทศไทย"
นายราเชน กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้รับรายงานที่น่าอนาถใจและหดหู่ยิ่งนัก ว่าเงินที่พี่น้องประชาชนร่วมบริจาคช่วยเหลือทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน กลับถูกอมเงินหรือมีการทุจริตภายใน สอดคล้องกับที่มี สส. ร่วมอภิปราวก่อนหน้านี้ว่ายังคงมีการค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยง/เบี้ยรบชายแดนอยู่
ในช่วงท้าย นายราเชน ได้แสดงจุดยืนว่าพรรคทางเลือกใหม่พร้อมยกมือสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 พร้อมฝากข้อเรียกร้องส่งตรงถึงรัฐบาล โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ในฐานะแกนนำรัฐบาล/ผู้มีอำนาจสั่งการ) ให้ช่วยส่งเสริมและอัดฉีดงบประมาณลงไปยังทหารชายแดนในทุกมิติ เพื่อเป้าหมายในการข่มขวัญศัตรู
"ถ้าเราประกาศงบไปแบบสัก 3-4 แสนล้านบาท ผมเชื่อว่าเขามีหนาวแน่ วันนี้เขาเอารถจากจีนมาข่มขู่เราที่ริมชายแดนที่ติดกับไทย วันนี้ถ้าเราเอางบประมาณให้มากพอ เพื่อทำให้กัมพูชานั้น สิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย" นายราเชน กล่าวทิ้งท้าย