เนชั่นทีวี

ข่าว

เคลียร์ชัด! "สุชาติ" ยืนยัน "ปราจีนบุรี" ไม่อยู่ใน EEC พร้อมลุยเช็กบิลปม "ลอบทิ้งขยะพิษ"

18 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

เคลียร์ชัด! "สุชาติ" ยืนยัน "ปราจีนบุรี" ไม่อยู่ใน EEC พร้อมลุยเช็กบิลปม "ลอบทิ้งขยะพิษ"

เคลียร์ชัด! "สุชาติ" ยืนยัน "ปราจีนบุรี" ไม่อยู่ใน EEC พร้อมลุยเช็กบิลปม "ลอบทิ้งขยะพิษ" ลั่นเดินหน้าแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเด็ดขาด

เคลียร์ชัด! "สุชาติ" ยืนยัน "ปราจีนบุรี" ไม่อยู่ใน EEC พร้อมลุยเช็กบิลปม "ลอบทิ้งขยะพิษ" ลั่นเดินหน้าแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเด็ดขาด

KEY

POINTS

  • ย้ำชัดปราจีนบุรีไม่อยู่ใน EEC: รัฐบาลยืนยันพื้นที่ EEC มีเพียง 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เท่านั้น
  • ลุยแก้ปัญหามลพิษและกากอุตสาหกรรม: สั่งการหน่วยงานเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีปมลักลอบทิ้งกากของเสียและปัญหาน้ำเสีย
  • พัฒนาพร้อมดูแลสิ่งแวดล้อม: มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

18 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จ.ปราจีนบุรี ติดตามประเด็น การลักลอบขนย้ายกากของเสียอุตสาหกรรม และการคัดค้านการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าเป็นพื้ีนที่EEC ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

โดย นายสุชาติ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้แทนรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเรียกร้องจาก “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” และพี่น้องประชาชน กรณีความกังวลเกี่ยวกับการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ว่า รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชนและให้ความสำคัญกับข้อกังวลของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรน้ำ ป่าไม้ พื้นที่เกษตร สิทธิชุมชน และวิถีชีวิตของประชาชน

 

เคลียร์ชัด! "สุชาติ" ยืนยัน "ปราจีนบุรี" ไม่อยู่ใน EEC พร้อมลุยเช็กบิลปม "ลอบทิ้งขยะพิษ"

 

เคลียร์ชัด! "สุชาติ" ยืนยัน "ปราจีนบุรี" ไม่อยู่ใน EEC พร้อมลุยเช็กบิลปม "ลอบทิ้งขยะพิษ"

 

เคลียร์ชัด! "สุชาติ" ยืนยัน "ปราจีนบุรี" ไม่อยู่ใน EEC พร้อมลุยเช็กบิลปม "ลอบทิ้งขยะพิษ"

 

เคลียร์ชัด! "สุชาติ" ยืนยัน "ปราจีนบุรี" ไม่อยู่ใน EEC พร้อมลุยเช็กบิลปม "ลอบทิ้งขยะพิษ"

 

 

 

 

 

 

นายสุชาติ ย้ำอย่างชัดเจนว่า “ปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC” และปัจจุบันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยังคงมีเพียง 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เท่านั้น ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า จังหวัดปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ในแผนพื้นที่ EEC และรัฐบาลจะพิจารณาการพัฒนาพื้นที่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อมูลทางวิชาการ และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ

 

“รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง การพัฒนาประเทศต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ใช่การพัฒนาเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว สำหรับ EEC วันนี้มีเพียง 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ส่วนปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในเรื่องนี้” นายสุชาติ กล่าว

 

นายสุชาติ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ใด ๆ รัฐบาลจะต้องคำนึงถึงความพร้อมของพื้นที่ ผลกระทบสะสม ความเหมาะสมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความต้องการของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กัน โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีซึ่งมีทั้งพื้นที่เกษตร แหล่งน้ำ พื้นที่ป่า และชุมชน จึงต้องรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การดูแลสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

"สำหรับปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี รัฐบาลได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง โดยมีประเด็นสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การลักลอบทิ้งกากของเสีย ปัญหามลพิษทางอากาศ และปัญหาคุณภาพน้ำในคลองสาธารณะ พร้อมบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชน" นายสุชาติ เผย

 

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า กรณีการลักลอบทิ้งกากของเสียในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิและอำเภอกบินทร์บุรี ทั้งในพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่เอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อบ่งชี้การปนเปื้อนและกำหนดแนวทางจัดการ โดยกรมควบคุมมลพิษได้ประสานข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการดำเนินคดี ขณะที่หน่วยงานป่าไม้และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร้องทุกข์กล่าวโทษหรือลงบันทึกประจำวันในพื้นที่ที่พบการลักลอบทิ้งแล้ว ส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีอยู่ระหว่างติดตามผู้กระทำผิด หากผลตรวจพบว่าเป็นของเสียเคมีวัตถุ จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายต่อไป

 

นายสุชาติ เผยว่า ส่วนปัญหามลพิษทางอากาศ กรณีกลิ่นเหม็นและเขม่าควันจากโรงหลอมในอำเภอศรีมหาโพธิ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีได้เข้าตรวจสอบและมีคำสั่งตามกฎหมายโรงงานแล้ว โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจวิเคราะห์เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมในอำเภอกบินทร์บุรี อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามอย่างใกล้ชิด

 

"สำหรับปัญหาคุณภาพน้ำในคลองบุญเลิศ อำเภอกบินทร์บุรี หลังประชาชนแจ้งพบน้ำเปลี่ยนเป็นสีดำ มีกลิ่น และพบปลาตายบางส่วน หน่วยงานในพื้นที่ได้ลงตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นพบว่าน้ำมีสีดำ มีฟอง และมีค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) 1.6 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือยืนยันแหล่งกำเนิดมลพิษได้ ต้องรอผลการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำและสิ่งแวดล้อมจากห้องปฏิบัติการ" นายสุชาติ ระบุ



นายสุชาติ กล่าว นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) จะประสานจังหวัดสระแก้วและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด เก็บตัวอย่างเพิ่มเติม วิเคราะห์คุณภาพน้ำ และติดตามแหล่งกำเนิดมลพิษ เพื่อใช้เป็นข้อมูลทางวิชาการในการกำหนดมาตรการแก้ไข ฟื้นฟู และป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและระบบนิเวศ

 

“รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมั่นใจว่า ปราจีนบุรีจะต้องพัฒนาไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ทุกการดำเนินการต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน และที่สำคัญวันนี้ต้องย้ำให้ชัดว่า ปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC มีเพียงชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา 3 จังหวัดเท่านั้น” นายสุชาติ กล่าว

 

นายสุชาติ เผย ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่อย่างจริงจัง ตรวจสอบได้ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า การพัฒนาและการลงทุนจะต้องไม่แลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเป้าหมายคือ เศรษฐกิจเดินหน้า สิ่งแวดล้อมได้รับการดูแล และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
 

 

 

 

ข่าวล่าสุด