และหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ การเข้าตรวจค้นแฟลต 4 ชั้น 1 ห้อง 6004/7 เป็นห้องพักของ “นางสาวผึ้ง” หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเจ้าบ้าน จากการเข้าตรวจค้นพบว่าห้องพักหลังนี้มีการนำชื่อของคนต่างด้าวเข้ามาพักถึง 64 คน ซึ่งคนต่างด้าวไม่ได้เข้ามาพักอาศัยอยู่จริง นางสาวผึ้งอ้างว่าไม่รู้ เหตุใดมีชื่อคนต่างด้าวอยู่ในทะเบียนบ้านตนมากขนาดนี้ เนื่องจากพี่สาวของตนเป็นผู้ดำเนินการโดยเอาสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของตนไป และตนได้รับค่าตอบแทนเพียง 4,500 บาทเท่านั้น
ขณะที่อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือ ห้องบริเวณชั้น 5 ซึ่งเป็นของ “เจ๊น้อย” ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่เป็น “นายหน้า” จัดหาแรงงานต่างด้าวมาสวมชื่อในทะเบียนบ้าน
ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า เฉพาะห้องของตนเองเอารายขื่อต่างด้าวเช้ามาอยู่ 30 คน และมีห้องอื่นๆ ที่อยู่ในแฟลตนี้อีกที่ตนเองเอาชื่อแรงงานต่างด้าวไปใส่ โดยตนเองให้เงินค่าจ้างเอาขื่อเข้าไปอยู่ในห้อง 5,000 บาท แต่ตนเองไปเก็บเงินจากชาวต่างด้าวที่เอาชื่อไปอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านรายละ 500 บาท และค่าทำบัตรต่างด้าวอีกรายละ 300 บาท รวม 800 บาท พร้อมอ้างว่า ที่ต่างด้าวรู้จักตนเองว่าทำแบบนี้ได้ เป็นลักษณะคล้ายการบอกต่อๆ แต่ไม่ใช่สายตนเองสายเดียวที่ทำเรื่องแบบนี้ และกล่าวว่า ทุกเขตในกรุงเทพมหานครทำแบบนี้
ล่าสุด ด้าน พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ในฐานะชุดทำคดี ให้สัมภาษณ์ผ่าน “เนชั่นออนไลน์” ว่า คณะทำงานได้ตรวจสอบสำนักงานเขตดินแดง ขยายผลตรวจสอบแฟลตดินแดงทั้งหมด 5,726 ห้อง พบเด็กต่างด้าวอายุ 5-15 ปี มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 2,347 คน นอกจากนี้ ยังพบห้องพักต้องสงสัย 44 ห้อง ที่มีเด็กต่างด้าวตั้งแต่ 16 คนขึ้นไปถูกย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน โดยตรวจสอบเบื้องต้น 3 ห้อง พบเด็กต่างด้าวรวมถึง 140 ราย
พล.ต.ต.ธีระชัย ชี้เป็นภัยความมั่นคง เตรียมประสาน กทม. ขยายผลตรวจสอบทุกสำนักงานเขตทั่วกรุง
“ยังมีผู้ต้องหาเยอะกว่านี้ เพราะ มีชื่อต่างด้าวเข้าไปในทะเบียนบ้านอย่างน้อย 2,347 คน ที่เข้าไปอยู่ในห้องขนาดไม่เกิน 30 ตร.ม. บางห้องต่างด้าวเข้าไป 68 คน เราพบว่าการดำเนินการตรงนี้ทำเป็นขบวนการ มีนายหน้าทั้งฝั่งเจ้าบ้าน ฝั่งต่างด้าว และเจ้าหน้าที่รับผลประโยชน์ แบ่งผลประโยชน์กัน ถ้าจะหยุดแค่ผู้ต้องหา 7 คน และแค่ 3 ห้องนี้คงไม่ใช่” พล.ต.ต.ธีระชัย กล่าว
พล.ต.ต.ธีระชัย กล่าวว่า พฤติการณ์ของแต่ละห้องนั้นเหมือนกัน นี่คือหนึ่งรูปแบบการทุจริตทางทะเบียน ที่กระทบความมั่นคงของรัฐ โดยหลักการการได้สัญชาติไทย จะยึดหลักสายโลหิตและหลักดินแดน กรณีที่พ่อแม่ไม่ใช่คนไทย แล้วเขาต้องการได้สัญชาติ ก็ต้องเป็นเด็กที่เกิดในไทย และมีเงื่อนไขอื่นๆ อีก เพื่อให้ในอนาคตเขามีโอกาสขอสัญชาติไทยได้ จึงเริ่มต้นสร้างตัวตน ผ่านการมีบัตรสีชมพู ที่ขึ้นต้นเลข 7 ระบุว่าเกิดในไทย และการมีชื่อในทะเบียนบ้านก็เป็นหนึ่งในวิธีเพื่อบอกว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
ขบวนการนี้ต้องกล่าวโทษไปที่เจ้าพนักงานทะเบียนในสำนักงานเขตต่างๆ
พล.ต.ต.ธีระชัย กล่าวว่า เขามีหน้าที่ต้องตรวจสอบ และสังเกตความผิดปกติ แต่เขาไม่ได้ทำเลยในแฟลตดินแดง ห้องขนาดไม่เกิน 30 ตร.ม. แต่มีคนเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านถึง 60 คน ภาวะวิสัยของเจ้าพนักงานทะเบียน ควรต้องตรวจสอบหรือไม่ ต้องสอบปากคำ โดยระบุว่า ถ้าเป็นตนตนไม่ทำแน่นอน แต่เหตุใดเขาจึงทำ ที่สำคัญ เล่มทะเบียนบ้าน ทร.13 ของคนต่างด้าวเล่มสีเหลือง 1 เล่มทำได้ 16 รายชื่อ ถ้าใส่ชื่อ 64 คนต้องใช้ถึง 4 เล่ม มันผิดปกติวิสัยไปมาก
นอกจากนั้นเอกสารที่แนบก็ไม่ใช่เอกสารที่น่าเชื่อถือ หรือเป็นสิ่งที่ยืนยันตัวตนได้ แต่เป็นเพียงแค่การถ่ายรูปหนังสือเดินทาง ส่งไลน์ให้กัน รูปบัตรแรงงานต่างด้าว เพื่อให้เด็กคนนี้เข้าอยู่ทะเบียนบ้านนี้ หลังจากนั้นทำบัตรชมพูให้เด็กเหล่านี้ ก็ไม่ได้ตรวจสอบว่าเด็กคนนั้น คือ ลูกของชาวเมียนมาตามสูจิบัตรจริงหรือไม่ จึงถือเป็นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบ แต่ไม่ดำเนินการ และยังพบว่ามีการรับผลประโยชน์เป็นขบวนการด้วย เฉพาะ ในปี 2567 มีการทำบัตรสีชมพูมากถึง 2,000 ราย จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่พบการเรียกรับผลประโยชน์รายละ 10,000 บาท และแบ่งกันไปตามสัดส่วน
“สำหรับโทษปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรรมละ 10 ปี ทำกี่รายก็แยกไป ต่างกรรมต่างวาระ ถ้าศาลลงโทษ 5 ปี ก็ 60 ราย คูณกันไป บวกกันไป เจ้าบ้าน นายหน้า รับโทษสนับสนุน 2 ใน 3 ของตัวการ” พล.ต.ต.ธีระชัย ระบุ
พล.ต.ต.ธีระชัย กล่าวว่า ต่อจากนี้เจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบทุกเขตในกรุงเทพมหานคร เนื่องจาก กทม. เป็นรูปแบบการปกครองพิเศษ อยู่นอกเหนือกระทรวงมหาดไทย เจ้าพนักงานทะเบียน ไม่ได้ขึ้นกับกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยัง กทม. ให้ตรวจสอบทุกเขต เพราะเป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน ต้องช่วยกันทุกภาคส่วน และตนเชื่อว่า ผู้บริหาร กทม. อาจยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ทำอะไรกันบ้าง