“บิ๊กโจ๊ก” โผล่อัยการ ก่อนชิ่งหลบสื่อ - ทนายยื่นแย้งอำนาจสอบสวน
08 เม.ย. 2569

“บิ๊กโจ๊ก” ปรากฏตัวที่อัยการ หลังตำรวจ ปปป. ส่งสำนวนคดีสินบนทองคำ ก่อนเจ้าตัวชิ่งหลบสื่อ ด้านทนายเผยยื่นข้อโต้แย้งอำนาจสอบสวน ขณะที่ อัยการนัดฟังคำสั่ง 12 เม.ย.69
ข่าว
08 เม.ย. 2569

“บิ๊กโจ๊ก” ปรากฏตัวที่อัยการ หลังตำรวจ ปปป. ส่งสำนวนคดีสินบนทองคำ ก่อนเจ้าตัวชิ่งหลบสื่อ ด้านทนายเผยยื่นข้อโต้แย้งอำนาจสอบสวน ขณะที่ อัยการนัดฟังคำสั่ง 12 เม.ย.69
8 เมษายน 2569 ที่สำนักงานปราบปรามการทุจริต สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. นำสำนวนการสอบสวน พร้อมตัว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. หรือ บิ๊กโจ๊ก ในคดีสินบนทองคำ 246 บาทกับพวกส่งมอบให้กับสำนักงานอัยการสูงสุด โดยในวันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวก เดินทางมาพบอัยการตามนัด
ภายหลังจากที่หารือกับพนักงานอัยการเสร็จสิ้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางกลับทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
ต่อมา นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางเข้ามาพบอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีดังกล่าวมาให้ และได้ยื่นเรื่องการโต้แย้งอำนาจการสอบสวนและพิจารณาสั่งไม่รับสำนวนการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เรื่องนี้มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้ถูกกล่าวหา อยู่ในความรับผิดชอบของคณะผู้ไต่สวนอิสระที่แต่งตั้งโดยประธานศาลฎีกา โดยข้อกฎหมายมาตรา 45 ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีความเห็นมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการดำเนินการเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องจะเป็นข้อกฎหมายมาตรา 45 วรรค 2 ทั้งหมดจะต้องเป็นสำนวนที่ไปด้วยกัน แต่ตามที่มีการส่งเรื่องมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีการกระทำความผิดโดยการกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิด จะมีการแยกสำนวนกันไม่ได้ ส่วนขั้นตอนในวันนี้เป็นขั้นตอนตามปกติที่พนักงานสอบสวนส่งเรื่องมาให้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต หลังจากนี้จะมีความเห็นอย่างไรก็จะมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น.
นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า ในวันนี้ยังไม่มีการยื่นประกันตัว มีแค่พนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้กับอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ทางตัวของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ก็ได้มีการยื่นหนังสือข้อโต้แย้งอำนาจการสอบสวน ส่วนผลหลังจากยื่นคงทราบภายในเร็ว ๆ พร้อมกับเข้ามายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในระหว่างก่อนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นี้ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจสอบสวนที่เรามองว่าเรื่องนี้ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ถ้ามีการกระทำความผิดที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ร่วมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ก็ต้องเป็นเรื่องที่ดำเนินการไปพร้อมกัน แต่ตอนนี้มีการดำเนินการโดยคณะผู้ไต่สวนอิสระ เส้นทางจะไปจบที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่องในวันนี้ก็จะต้องไปในเส้นทางเดียวกันด้วย จึงโต้แย้งว่าการที่ดำเนินการสอบสวนของพนักงานสอบสวนต่าง ๆ เป็นการสอบสวนโดยไม่ชอบ จึงเป็นหน้าที่ของอธิบดีอัยการวินิจฉัยว่าจะสั่งฟ้องได้หรือไม่จากกระบวนการสอบสวนที่ไม่ชอบตั้งแต่แรก
เมื่อถามว่า สภาพจิตใจของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าตัว พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ มีสภาพจิตใจเป็นอย่างไร เพราะเท่าที่ได้เจอกันก็ยังพูดคุยปกติ แต่ที่ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพราะเจ้าตัวเคยพูดเอาไว้แล้วว่าไม่อยากนำเรื่องกระบวนการผ่านสื่อ และขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของทนายความ อยากให้เป็นเรื่องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายไปดีกว่า และเจ้าตัวไม่ได้กลัวการพิจารณาแต่กลัวการพิจารณาที่ไม่ชอบ ส่วนที่เดินทางเข้ามายื่นก่อนหน้านี้เพราะตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบ
ยืนยันว่าที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นฟ้องไปไม่ได้เป็นการยื่นเพื่อถ่วงเวลา ขอให้ผู้มีอำนาจหรือได้พิจารณาได้ดูเพราะมีตั้งแต่ความเห็นของกฤษฎีกา และความเห็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ตอนนี้ตนเกรงว่ากระบวนการพิจารณาจะเกิดการลักลั่น จึงเข้ามานำเรียนเพื่อไม่ให้การดำเนินการขัดกับรัฐธรรมนูญ ไม่อย่างนั้นจะเป็นปัญหาในอนาคต เป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ด้วย หลังจากนี้จะมีการพิจารณาไปทิศทางไหนสุดท้ายผลอยู่ที่คำพิพากษา อาจจะเป็นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือถ้าคณะผู้ไต่สวนอิสระมองว่าไม่มีมูลก็จบเรื่อง แต่ถ้าไม่จบก็จะเสนออัยการสูงสุดเพื่อนำเสนอกลับมายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
ข่าวล่าสุด