เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.เปิดคลิปเสียง ยันคดีสินบนทองคำ หลังมี เฟคนิวส์ เพจอวตาร ป่วน

18 เม.ย. 2569

ตร.เปิดคลิปเสียง ยันคดีสินบนทองคำ หลังมี เฟคนิวส์ เพจอวตาร ป่วน

บิ๊กอรรถ-บิ๊กเต่า แถลงเปิดคลิปเสียง ยันพฤติการณ์คดีสินบนทองคำ หลังมี เฟคนิวส์ ไอโอ เพจอวตาร พยายามเบี่ยงรูปคดีว่อนโซเชียล

18 เมษายน 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ 246 บาท หลังคณะพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ส่งสำนวนคดีให้อัยการพิจารณา

   

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า หลังได้รับมอบหมายจาก ปปช. ให้ดำเนินการสอบสวน พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องทั้งพยานบุคคลพยานเอกสารและพยานวัตถุโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมของทุกฝ่าย และจากการพิจารณาพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 ราย คือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) อดีตรองผบ.ตร. , นายสมบัติ , นายสรพงษ์ , นายสุรสิทธิ์ ในข้อหาร่วมกันติดสินบนทองคำ และสั่งไม่ฟ้อง 1 รายคือ นายสามารถ

ตร.เปิดคลิปเสียง ยันคดีสินบนทองคำ หลังมี เฟคนิวส์ เพจอวตาร ป่วน

 

ทั้งนี้คดีได้ดำเนินการตามกฎหมายและอยู่ชั้นกระบวนการของพนักงานอัยการ จากเดิม ผู้กล่าวหาคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย มีการกล่าวหาทั้งหมด 5 คน แต่จากการสอบสวน พบข้อมูลที่ทำความเห็นทางคดีได้ ว่าเห็นควรสั่งฟ้องใครไม่สั่งฟ้องใคร จึงเป็นที่มาของการสั่งฟ้องทั้ง 4 คน

 

ส่วนภาพที่เผยแพร่ จากเฟคนิวส์ เพจอวตารนั้น ขอยืนยันว่า การดำเนินคดีของตำรวจเป็นไปตามพยานหลักฐานในสำนวนและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด และเป็นไปด้วยความสุจริต เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและไม่ถูกแทรกแซงจากบุคคลใด

 

ทั้งนี้ ยังพบด้วยว่า ระหว่างการดำเนินการสืบสวนสอบสวน พบพฤติกรรมบางอย่างที่อาจกระทบต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เช่น การใช้สิทธิทางกฎหมาย การร้องเรียน และการแจ้งความ และการติดต่อกับพยานบุคคล ซึ่งอาจจะมีผลต่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ ทำให้พนักงานสอบสวนได้พิจารณาหลักฐานอย่างรอบคอบให้เข้าใจภาพรวมข้อเท็จจริง โดยไม่สับสน

ตำรวจเปิดคลิปเสียงสนทนา อ้างผู้มากบารมี - บิดเบือน - สู้คดีด้วยความเท็จ

 

โดย ในการแถลงข่าว ได้เปิดเผยคลิปเสียงบางส่วนที่เป็นพยานหลักฐานในสำนวนคดี พร้อมทั้งยืนยันว่าคลิปที่นำเสนอเป็นเพียงบางช่วงบางตอน แต่การพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดยังอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย รวมทั้งการประเมินน้ำหนักพยานหลักฐานเป็นอำนาจของศาล

 

ตำรวจได้เปิดคลิปเสียง เป็นเวลานานกว่า 1ชั่วโมง ไล่เรียงพฤติการณ์ของคู่สนทนา ในคลิปเสียงจะมี 3 ตัวละคร คือ นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ด  หนึ่งใน 5 ผู้ต้องหาที่ไม่ใช่กลุ่มข้าราชการ , บิ๊กโจ๊ก และทนายอู๊ด โดยมีเสียงตั้งแต่พฤติการณ์ ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ข่มขู่อ้างเป็นผู้มากบารมี บิดเบือนความจริง สร้างเรื่องเพื่อใช้ต่อสู้คดีด้วยความเท็จ เผยแพร่สังคมออนไลน์ชี้นำสังคมกดดันกระบวนการยุติธรรม ขบวนการซักซ้อมพยานเท็จ สร้างพยานคนนอกที่ไม่ใช่ผู้ต้องหาให้การเท็จ ใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อเอาตัวรอด รวมทั้ง กล่าวอ้างถึงคอนเน็คชั่น และดีลลับฟอกเงิน

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ

 

จากนั้น หลังจบคลิปเสียง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพยานหลักฐาน ยืนยันว่า ตำรวจจะใช้การดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนเหตุผลของการออกมาแถลงข่าวในวันนี้  ตามที่ได้ฉายภาพให้เห็นเพราะเรื่องนี้มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางแพร่หลาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้เกิดผลกระทบกับข้อเท็จจริง และกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม และมีการเผยแพร่ข้อมูลอวตารไปเรื่อยๆ จึงต้องทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องมาแถลงข้อเท็จจริงให้ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พร้อมย้ำว่าคลิปเสียงดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานเท่านั้น และวันนี้ที่แถลง เพื่อที่จะนำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ และเชื่อว่าจะหยุดยั้งเฟคนิวส์ และเพจอวตารได้ เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริสุทธิ์ ไม่ให้กระทบกับกระบวนการยุติธรรม และเราเดินตามพยานหลักฐาน ไม่ได้เดินตามกระแสโซเชียล

 

ยืนยันว่า คลิปได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบได้ในชั้นพิจารณาคดีของศาล และการได้มาอยู่ภายใต้กระบวนการของกฎหมายทุกอย่าง และเผยแพร่ได้ เป็นการพูดคุยของคู่สนทนา ฝั่งหนึ่ง มีทั้งนายสามารถ บิ๊กโจ๊ก ทนายอู๊ด  โดยนายสามารถเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีสินบนทองคำ ซึ่งคลิปดังกล่าวมีการพูดคุยกันหลายช่วงเวลา และมีการพูดคุยกับนายสามารถหลายครั้ง ทั้งก่อนและหลังเป็นคดีความ

  

การพูดคุยกันที่เกิดขึ้นหลังเป็นคดีนั้น พนักงานสอบสวนพบว่า มีพฤติการณ์บางอย่างที่อาจจะมีผลกระทบต่อการทำงานกับเจ้าหน้าที่ และมีผลกระทบกับพยานบุคคล ซึ่งส่งผลให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง

 

ส่วนสำนวนของนายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ได้ส่งไปให้คณะไต่สวนพิเศษของศาลฎีกาแล้ว เพราะคดีนี้เป็นคดีแรกที่ดำเนินคดีกับคนในองค์กรอิสระ ตามคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระ กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินคดีที่ใด จึงส่งเรื่องไป รัฐสภา แล้วรัฐสภา รวบรวมเสียงส่งไปยังประธานศาลฎีกา โดยประธานศาลฎีกา สั่งให้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาไต่สวนแล้ว ขณะที่ผู้ต้องหาที่เหลือ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสืบสวนจนส่งพนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก.

 

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวยื่นฟ้องเอาผิด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา”  พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ต้องหาที่จะดำเนินการฟ้องร้องกับใคร และยืนยันว่า ทีมงานของสอบสวนกลางก่อนหน้านี้ก็ทำใจเรื่องที่ถูกฟ้อง เพราะตั้งแต่ทำคดีมินนี่ ก็ถูกฟ้อง 10-20 คดี เพราะแผนประทุษกรรมของคนกลุ่มนี้ เป็นการฟ้องปิดปากเพื่อให้เกรงกลัวและเกิดการเจรจา ทำเฟคนิวส์ ทำไอโอ และเพจอวตาร ทำให้พวกเราเกิดความสับสน ดังนั้นสิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำคือชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็กำลังบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด แม้เป็น รองผบ.ตร. ก็ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการ และเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่เราพิจารณาแล้วว่า เราทำโดยสุจริต  ที่กฎหมายให้อำนาจเรา

 

 “สิ่งที่ผู้ต้องหาใช้สิทธิมาฟ้องร้อง พวกเราไม่ได้ให้ความสำคัญ ไม่ใช่ไปดูถูก เพราะกระบวนการทางกฎหมายเราทำมาถูกต้อง ชอบธรรม และทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตอนกระบวนการ มันมีทางเดินของแต่ละเรื่อง ถ้าทำไม่ได้ปัญหาทุกอย่างที่ติดขัดก็ไปไม่ได้ เราเชื่อว่าตอนนี้กระบวนการยุติธรรมกำลังทำงานก็ปล่อยให้เดินไป และถ้ากลุ่มคนพวกนี้ วันข้างหน้าได้มาดูแลพี่น้องประชาชนจะมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ก็ดูสิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่ได้ปรามาส”

 

เมื่อถามว่า การดำเนินคดี เป็นการไม่ให้ราคา บิ๊กโจ๊กหรือไม่  พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ให้ราคา เราทำงานอย่างเต็มที่ รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ ตำรวจใช้มาตรฐานเดียวกันในการทำงาน ผู้ต้องหาในคดีอาญา

 

ส่วนที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างถึงบุคคลต่างๆในคลิปเสียง นั้นมองว่า ถ้าไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุน ก็เป็นการกล่าวอ้าง ต้องดูว่าสนทนากับใครเจตนาในการพูดเพื่ออะไร และการอ้างชื่อบุคคลใด ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และยืนยันว่า การมาเปิดคลิปเสียงดำเนินการได้เพื่อผลประโยชน์ของความยุติธรรม ซึ่งทำได้ตามกฎหมาย

 

ตร.เปิดคลิปเสียง ยันคดีสินบนทองคำ หลังมี เฟคนิวส์ เพจอวตาร ป่วน

 

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานในการทำสำนวนโดยมิชอบแล้วถูกตีตก หรือเป็นโมฆะ นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ตอนนี้กระบวนการเป็นไปตามขั้นตอนตอน แม้กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาจะมีการร้องเรียนหรือมีการดำเนินอะไร ถือว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ส่วนที่มองว่า การส่งสำนวนไปผิดศาล ยืนยันว่าไม่ผิด เพราะในกฎหมายมีการแยกการดำเนินคดีไว้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะไม่ส่งไปยังอัยการ ตอนนี้รอเพียงอัยการ สอบถามกลับมาว่าจะมีการสอบถามประเด็นใดเพิ่มเติมบ้าง ยืนยันว่าไม่ผิดศาลแน่นอน

 

ส่วนในคลิปเสียงที่ปรากฏตัวเลข 14,000 กับ 500 นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า เป็นตัวเลขซื้อทองคำ ซึ่งอะไรที่ไม่เกี่ยวกับคดีสินบน ตำรวจก็คงไปตรวจสอบขยายผลต่อไป เพราะคดีสินบนทองคำตอนนี้ พนักงานสอบสวนดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว

 

ส่วนมีความหวั่นไหว หรือกลัวในการทำคดีหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า  “การทำงานของตำรวจทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผม เราดำเนินการตามพยานหลักฐานทางกฎหมาย และตอนเราทำคดีทุกคนมีอำนาจและสถานะทางตำแหน่ง แต่เราก็ยังทำตามพยานหลักฐาน เรื่องกลัว คงเอามาพูดไม่ได้ ไม่ใช่จะกลัวหรือไม่ ยืนยันว่าพยานหลักฐานไปถึงไหน ดำเนินการไปตามนั้น ไม่ได้หวั่นไหวกับการฟ้องกลับ และยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงการดำเนินคดีใดๆ”

 

ทั้งนี้ หากพบว่ามีการแทรกแซง และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนก็จะนำมาพิจารณาการปล่อยตัวชั่วคราว ถ้าพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมก็จะนำมาพิจารณา

 

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง สังเกตได้ง่ายคือ มีการด้อยค่าบุคคลฝั่งตรงข้าม บิดเบือน โจมตี ด้อยค่าฝั่งตรงข้าม และรูปแบบการวางภาพมาจากแหล่งเดียวกัน เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟัง ซึ่งตำรวจไซเบอร์จะตรวจสอบ หากมีผู้ใดเสียหายจะตรวจสอบเช่นกัน