“ผีตาโขน ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การละเล่นสนุกสนาน หรือขบวนแห่ที่มีสีสันสวยงามสะดุดตาเท่านั้นนะครับ แต่เป็นเรื่องราววิถีชีวิตของชุมชน เป็นพลังแห่งความศรัทธาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน และถือเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าและคุณค่าเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี ยิ่งในยุคปัจจุบันที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนทั่วโลกก็ยิ่งออกเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมายและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้” นายอนุทิน กล่าว
วัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ดันรายได้ตรงสู่ชาวบ้าน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ถือเป็นแรงดึงดูดและเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอด่านซ้ายอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ซึ่งภาพที่ปรากฏนี้เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มิติทางด้านวัฒนธรรมสามารถแปรเปลี่ยนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างโอกาสให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ทั้งนี้ จากการเก็บรวบรวมสถิติข้อมูลพบว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากถึงกว่า 170,000 คน ขณะที่การจัดงานในปีนี้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ระบุว่า ได้รับกระแสตอบรับและสัญญาณบวกจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างดีเยี่ยม
สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่พบว่า ยอดการจองห้องพักและโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูเรือ ถูกจับจองเต็มเกือบ 100% แล้ว โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า
ตลอดระยะเวลาการจัดงานรวมทั้งสิ้น 3 วัน จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่เพื่อร่วมชมงานไม่น้อยกว่า 100,000 คน
และจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจชุมชนและท้องถิ่นได้ไม่ต่ำกว่า 188 ล้านบาทเลยทีเดียว